บทที่ 605 สายตาที่เปลี่ยนไป (อ่านฟรี 31 ต.ค. 69)
บทที่ 605 สายตาที่เปลี่ยนไป (อ่านฟรี 31 ต.ค. 69)
บทที่ 605 สายตาที่เปลี่ยนไป
ไม่ต้องพูดถึงว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของอัศวินหงส์ขาวเสียส่วนใหญ่ ต่อให้อาณาเขตอัศวินพันปีไม่ต้อนรับเธอ แต่การที่เธอเข้ามาอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็แปลว่าเธอไม่ติดปัญหาเรื่องบาเรียป้องกันเหมือนพวกปีศาจอเวจีแล้ว
ทั้งพวกสัตว์ร้ายเหล่านั้นมีพลังสูงมาก ต่อให้พวกเขาอยากจะต่อต้านมากแค่ไหน สุดท้ายก็สามารถโดนทำลายได้ง่ายๆเหมือนกันไม่ใช่หรือ
ดังนั้นถ้าจะเป็นพวกเดียวที่ต่อต้านความแข็งแกร่งของคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวเพราะเรื่องที่น่ากลัวและยังไม่ได้เกิดขึ้น เช่นนั้นพวกเขาไม่ได้เป็นตัวโง่เขลาที่ขี้ขลาดหรอกหรือ? ยังจะเรียกตนเองว่าเป็นคนของอัศวินพันปีได้ยังไง! น่าอับอายยิ่งนัก!!!
ไม่ต้องพูดถึงว่าก่อนหน้านี้ คุณชายห้าของอัศวินพันปีได้ตกลงความร่วมมือดีๆอะไรกับเธอไว้บ้าง ลำพังแค่ของเหล่านั้น…หากตกไปอยู่ในมือของอาณาเขตอื่นๆ เชื่อเถอะว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่! ตอนนั้นคนของอัศวินพันปีก็ทำได้แค่มองตาปริบๆ มองดูคนอื่นที่ได้ทรัพยากรที่พวกเขาควรได้ไปแค่เพราะความหวาดกลัวไม่เข้าเรื่อง!!
“พูดจาเหลวไหลอะไรอยู่!!”
อัศวินพันปีที่ได้ฟังคำพูดของขุนนางผู้นั้นก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นมืดครึ้ม เขาไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองได้แต่งตั้งขุนนางคนหนึ่งให้มามีอำนาจ แต่ความคิดช่างเหลวไหลสิ้นดี!!
“ท่าน…ท่านอัศวิน แม้ว่าเรื่องนี้จะดูเหมือนข้ากังวลมากเกินไป แต่ความจริงแล้วมันมีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นไม่ใช่หรือ? ข้าก็แค่พูดเพื่อให้ท่านเฝ้าระวังเอาไว้เท่านั้น หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในอนาคตพวกเราจะได้มีแผนการรับมือ..”
“ไสหัวไป!” ยังไม่ทันที่ขุนนางผู้นั้นจะพูดจบท่านอัศวินพันปีก็ตวาดออกมาเสียงดังลั่น
“จะเกิดหรือไม่ก็ยังไม่ใช่เรื่องตอนนี้! ถ้าไม่ได้คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวช่วยไว้ คิดว่าทหารของพวกเราจะตายไปเท่าไหร่กับการต่อสู้ครั้งนี้!! ห๊า!!! แค่นี้ยังไม่สำนึกขอบคุณเธออีกหรือ ยังจะกล้าตั้งข้อสงสัยกับเธออีกหรือ!!”
ท่านอัศวินพันปีโกรธอย่างแท้จริงแล้ว ครั้งนี้ขุนนางคนนั้นจึงไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
อันที่จริงขุนนางผู้นี้ก็ไม่ใช่คนโง่เขลาไปเสียทีเดียว สาเหตุที่เขาพูดออกมาแบบนี้ก็เพราะพลังอำนาจของอันซูหยวนในอาณาเขตอัศวินพันปีสูงมากเกินไป ยิ่งเธอแทบจะกลายเป็นผู้มีพระคุณของทหารแนวหน้าเช่นนี้….ต่อไปในอนาคตเธอก็ต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการต่อสู้ต่างๆแน่!
ในฐานะคนหัวโบราณและเปิดรับสิ่งใหม่ๆได้ยาก ทั้งยังมีความรู้สึกไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัยกับสถานการณ์บ้านเมืองแต่เดิมอยู่ก่อนแล้ว เขาย่อมต้องคิดในเรื่องที่เป็นแง่ร้ายมากที่สุดเอาไว้ก่อน
และอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้…คำพูดของเขาไม่ผิดเลย! สัตว์ร้ายที่สามารถกินปีศาจอเวจีได้ในคำเดียวและปรากฏตัวขึ้นอย่างกระทันหัน โดยที่ทหารแนวหน้าระดับสูงก็ยังไม่สามารถรับมือได้แม้แต่เสี้ยววินาที….นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่า….ถ้าคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวผู้นั้นต้องการทำลายอาณาเขตอัศวินพันปีของพวกเขา เธอก็สามารถทำได้เพียงแค่กระดิกนิ้วเดียวเท่านั้น!! ความอันตรายนี้น่ากลัวอยู่ในระดับสูงสุดเลยทีเดียว
แต่ปัญหาก็คือนี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรจะพูดมันออกมาต่างหาก! ตอนนี้ หนทางการรับมือคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวนั้นต้องมีแน่นอน แต่จะต้องพูดคุยกันเองในอนาคตอย่างลับๆและพวกเขาต้องเตรียมวิธีการป้องกันรวมถึงจัดการสิ่งต่างๆเอาไว้ให้มากกว่าเดิมด้วย
ถึงอย่างไร...ทางนั้นก็เป็นคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวและตอนนี้ก็มีความร่วมมือที่ดีต่อฝั่งตน ไม่จำเป็นต้องทำให้เกิดความขัดแย้งกันเองเลย
และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้อัศวินพันปีแสดงความโกรธออกมา เขาต้องแสดงจุดยืนให้ทุกคนได้เห็นว่าอัศวินพันปีผู้นี้…ได้รับความช่วยเหลือแล้วไม่ทรยศหักหลัง ไม่คิดจะปฏิเสธการตอบแทนใดๆ
ตอนนี้ที่ควรทำก็คือการยกย่องเธอ ขอบคุณเธอ และมอบทรัพยากรที่ดีที่สุดให้เธอ เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจครั้งนี้! ส่วนในอนาคตก็ให้เป็นเรื่องของอนาคต!
ดีที่ขุนนางผู้นั้นไม่พูดอะไรออกมาอีกดังนั้นท่านอัศวินหงส์ขาวจึงทำเป็นว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้และรีบหันไปออกคำสั่งเพื่อเรียกคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวมาที่ศูนย์บัญชาการเขาจะเริ่มการตอบแทนที่คู่ควรให้แก่เธอเพื่อไม่ให้ถูกครหาอีกครั้งยังจะได้สารความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับอัศวินหงส์ขาวเพิ่มเติมด้วย
ซูหยวนจึงได้รับเรียกตัวให้กลับมาที่ฐานบัญชาการตอนนั้นเอง ซึ่งหลังจากที่เธอมาที่ศูนย์บัญชาการได้ไม่นานพวกทหารแนวหน้าก็กลับมาที่เขตชายแดนบาเรียได้อย่างปลอดภัยแล้ว
พวกไก่ลาวายังคงเป็นจุดสนใจของทหารอัศวินพันปีเหมือนเดิม ทั้งทหารแนวหน้าหรือแม้แต่พวกที่ได้ยินข่าวจากแนวหน้าก็มองพวกมันด้วยเช่นกัน
พวกเขายังหวาดกลัวพวกมันเป็นอย่างมาก เนื่องจากความแข็งแกร่งที่พวกมันแสดงออกมา ถึงแม้ว่าหลังจากที่แยกตัวกันออกไป พวกเขาเองก็ไม่รู้จำนวนที่แน่ชัดว่ามันไปทำร้ายปีศาจอเวจีได้มากแค่ไหน แต่จากที่ได้ยินเสียงกันระเบิดตามหลังมา เชื่อว่าปีศาจอเวจีหลายพันตัวคงจะถูกพวกมันกลืนเข้าคอไปหมดแล้ว !!
แค่ไก่ลาวาตัวใหญ่เพียง 10 ตนก็สามารถสังหารปีศาจอเวจีได้นับพันตนในเวลาอันสั้นถ้าให้เวลาพวกมันอีกเล็กน้อยก็อาจจะทำร้ายทั้งกองทัพของปีศาจอเวจีได้เลย แบบนี้แล้วยังจะไม่คิดว่าพวกมันน่ากลัวอีกหรือ
ก่อนหน้านี้ คุณชายห้าเคยเห็นอันซูหยวนเรียกใช้หนูทองลายขาวมาช่วยในการต่อสู้ก่อนแล้ว เพียงลำพังแค่พวกหนูทองลายขาวที่สามารถสืบหาข้อมูลต่างๆตามพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมีทักษะในการโจมตีที่เป็นพลังมีดสีทอง นั่นก็มากพอที่จะทำให้เธอกลายเป็นผู้ทรงพลังแล้ว
รวมกับทักษะในการใช้ลูกธนูของเธอก็สามารถสังหารศัตรูได้นับพันนับหมื่นคน ตอนนี้เธอยังมีสัตว์เลี้ยงอย่างไก่ลาวาที่ทำลายกองทัพของปีศาจอเวจีได้ง่ายๆ .... เพลิงของพวกมันเองก็คงรุนแรงไม่ต่างกันหรืออาจจะสูงกว่าพวกปีศาจอเวจีด้วยซ้ำไป
ดังนั้น แค่หญิงสาวเพียงคนเดียวก็อาจจะทำลายอาณาเขตของเขาได้หมดแล้ว แน่นอนว่าคุณชายห้าไม่เหมือนขุนนางผู้นั้น เขาไม่ได้หวาดกลัวว่าอันซูหยวนจะมาทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั่วไปหรือคิดจะมาทำลายอาณาเขตอัศวินพันปี เพราะเขารู้จักนิสัยของอันซูหยวนมากกว่าขุนนางคนอื่นๆ
เขาเชื่อว่าถ้าทุกคนรู้จักนิสัยของเธอที่แท้จริงแล้ว ขอแค่ไม่ทำร้ายเธอก่อนไม่คิดร้ายต่อเธอก่อน อย่างไรก็จะไม่ถูกเธอหมายปองทำร้ายแน่
การเข้าหาสตรีที่จริงใจเช่นนี้ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเขามากกว่าด้วยซ้ำ อีกทั้งอาณาเขตอัศวินพันปี....ผู้คนส่วนใหญ่ก็เป็นพวกจริงจังจริงใจไม่หน้าไหว้หลังหลอก เชื่อว่าต่อให้เป็นเรื่องอนาคตก็คงไม่มีปัญหากับเธอได้ง่ายนัก
สิ่งที่เขาสนใจยิ่งกว่าก็คือการที่สตรีเพียงคนเดียวมีพลังมากขนาดนี้ได้อย่างไร แค่คิดถึงเขตมลพิษที่แสนจะอันตรายและค่อนข้างสกปรกมาก ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ชีวิตของซูหยวนจะค่อนข้างเลวร้ายมากหรอกหรือ? คุณชายห้าผู้นี้แท้จริงแล้วกลับกำลังเศร้าใจและสงสารเด็กน้อยที่ต้องต่อสู้อย่างหนักมาตามลำพังต่างหาก
จากที่ดู เธอไม่ได้เป็นคนใหญ่คนโตของเขตมลพิษด้วยซ้ำ ทั้งยังเป็นกระทั่ง “ลูกน้อง” ของจางอู่หยางคนนั้นด้วย นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าก่อที่เธอจะกลายเป็นคนแข็งแกร่งแบบนี้ เธอต้องต่อสู้มาอย่างยากลำบาก แค่คิดว่าเธอเคยถูกคนอื่นเอารัดเอาเปรียบจนมีนิสัยเย็นชาและเข้าถึงยากแบบนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองไม่คู่ควรกับเธอเลย...
แต่...ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้เขาไม่คู่ควรแล้วอนาคตเขาก็จะไม่คู่ควรด้วยเสียหน่อย! ต้องบอกว่าเมื่อคิดถึงเรื่องนี้...เขาจะต้องไปตามเจ้าจางอู่หยางคนนั้นให้มั่นใจ ถ้ามันอยู่ในเขตมลพิษที่เดียวกับหญิงสาวแล้วแต่กลับไม่เคยช่วยเหลืออะไรเลย หรือยังเป็นเจ้านายที่เอารัดเอาเปรียบและใช้งานคุณหนูอันอย่างหนักด้วยแล้วล่ะก็...เช่นนั้นมันก็จะไม่ใช่คนที่คู่ควรเหมือนกัน!!
“กรู้ว!! คุณชายห้า พวกข้าต้องการเข้าไปในฐานบัญชาการ เจ้านายของพวกเราอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน แต่...ดูเหมือนว่าผู้คนที่นี่จะค่อนข้างหวาดระแวงพวกข้า กรู้!! เจ้าคุณชายห้าผู้นี้สามารถพาพวกข้าเข้าไปพบเจ้านายได้หรือไม่”
เจ้าไก่ลาวาลูกพี่เข้ามาพูดกับคุณชายห้าโดยตรง นี่ทำให้ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เนื่องจากความต้องการของพวกมันคือการเข้าไปที่ฐานบัญชาการ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการต่อสู้นี้
หากเกิดอะไรขึ้นที่ฐานบัญชาการย่อมต้องส่งผลกระทบกับทหารจำนวนมากแน่ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าถ้าประโยคนี้พวกไก่ลาวาพูดออกไปย่อมไม่มีใครอยากอนุญาต!
แต่สำหรับเขาแล้ว…ในเมื่ออันซูหยวนก็อยู่ที่นั่น เช่นนั้นก็ให้พวกมันไปเจอเธอก็คงไม่ได้มีความหมายต่างกันนักหรอก....ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องปฏิเสธ
“ได้อย่างนั้นพวกเจ้าก็ตามฉันมา อย่าสร้างปัญหาหรือทำให้ทหารคนอื่นๆหวาดกลัวก็แล้วกัน” คุณชายห้า ตอบรับอย่างใจเย็น ทว่าเมื่อพวกไก่ลาวาได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของพวกมันกลับแสดงออกว่าไม่พอใจอย่างมาก!
“กรู้ว!! พวกข้าได้ก่อปัญหาตอนไหน!! อีกอย่างทหารพวกนั้นหวาดกลัวกันไปเอง พวกข้ายังไม่เคยทำอะไรพวกมันเลยสักนิด! แบบนี้จะบอกว่าเป็นความผิดของพวกข้าได้อย่างไร” เจ้าไก่ลาวาอดไม่ได้ที่จะโต้เถียง มันไม่อยากยอมรับความผิดที่มันไม่ได้ก่อขึ้นมาเช่นนี้
คุณชายห้าฟังแล้วก็ต้องจำใจยอมรับ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่...พวกมันไม่ได้พูดผิด แต่ท่าทางการต่อสู้ของพวกมันก่อนหน้านี้นี่แหละที่ผิด!
การที่กินปีศาจอเวจีเข้าไปรวดเดียวโดยที่พวกนั้นไม่อาจต่อกรได้แม้แต่น้อยนั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด!
สุดท้ายคุณชายห้าก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงเดินนำทางพวกมันไปยังตำแหน่งของฐานบัญชาการเท่านั้น แม้จะมีทหารหลายคนไม่เห็นด้วย แต่พวกเขาก็เป็นเพียงทหารผู้หนึ่งเท่านั้น ส่วนผู้ที่เดินนำทางให้พวกมันเป็นถึงคุณชายห้า! พวกเขาย่อมไม่กล้าขวางทางอีกฝ่าย ทำได้แค่มองตามไปและแจ้งข่าวไปยังผู้บังคับบัญชาทั้งหลายที่อยู่ในศูนย์บัญชาการ โดยเฉพาะต้องแจ้งให้ท่านอัศวินพันปีทราบเรื่องก่อนเท่านั้น
ทางด้านซูหยวน หลังจากที่ได้รับติดต่อจากท่านอัศวินพันปีให้มารับรางวัลแล้ว เธอก็เดินทางมาที่ฐานบัญชาการทันทีเช่นกัน
ตอนนี้สถานการณ์การต่อสู้ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกแล้ว จากที่เธอเห็นในแผนที่....จุดสีแดงกระจัดกระจายไปโดยรอบ ส่วนใหญ่จะวิ่งย้อนกลับไปในทางที่พวกมันมา
แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าปัญหาทั้งหมดถูกจัดการแล้ว หากแต่เวลานี้....ถ้าไม่คิดจะบุกโจมตีไปที่ฐานของพวกมันเช่นนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำอีก! ส่วนถ้าคิดว่าพวกมันจะย้อนรอยกลับมาโจมตีอีกหรือไม่...นั่นก็คงเป็นเรื่องที่อัศวินพันปีต้องจัดการเองแล้ว เพราะกว่าจะรวมตัวกันได้อีกครั้ง อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือนเป็นแน่
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากฝั่งของปีศาจอเวจีพวกนั้นค่อนข้างสูง ยิ่งพวกมันไม่ได้ชิ้นส่วนปีศาจอเวจีกลับไปเลยแม้เพียงชิ้นเดียวด้วยแล้ว พวกมันก็ยิ่งต้องแบกรับความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น
แม้ซูหยวนจะไม่รู้จักนิสัยของราชาปีศาจอเวจีดีนัก แต่ดูจากท่าทีที่พวกมันไม่ยอมถอยกลับแม้จะเสียเปรียบทุกประตู เธอก็พอจะคาดเดาได้ว่าพวกมันต้องการ “ผลงานชิ้นใหญ่” ที่ทำให้โทษของการทำชิ้นส่วนปีศาจอเวจีหายไปลดทอนลง
น่าเสียดายที่แม้แต่แผนการนี้พวกมันก็ทำไม่สำเร็จ ชิ้นส่วนปีศาจก็ไม่ได้กลับไป สุดท้ายแล้วพวกมันจะมีโอกาสกลับมาทำสงครามกับอัศวินพันปีอีกหรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย....
ตรงบริเวณทางเข้าฐานบัญชาการที่นั่นมีทหารระดับสูงมารอรับอันซูหยวนอยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาเขาก็รีบเข้ามาทำความเคารพเธอทันที
“ท่านอัศวินรออยู่ด้านในแล้ว เชิญคุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวเข้าไปเถิด” ทหารผู้ที่มาต้อนรับกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคารพและชื่นชม
ซูหยวนไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับและเดินตามเขาเข้าไปเท่านั้น ในขณะที่เธอเดินผ่านหน้าทหารจำนวนหนึ่ง หญิงสาวกลับรู้สึกว่ามีสายตาแปลกประหลาดมองมาที่เธอด้วย
หลายคนมองด้วยความชื่นชมก็จริง แต่หลายคนกลับมีสายตาหวาดระแวงและหวาดกลัวอยู่ในนั้น ถึงแม้จะเข้าใจได้เป็นอย่างดี เพราะพลังที่มากเกินไป....เกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ อาจกลายเป็นปัญหาแทน
ดังนั้น ที่ผ่านมาเธอจึงไม่ได้แสดงพลังทั้งหมดของตนเองออกไป ถ้าไม่ใช่เพราะว่าสหายที่เชื่อถือได้ตกอยู่ในอันตราย ซูหยวนคงไม่ให้พวกไก่ลาวาออกมาในสนามรบแบบนี้หรอก
ถ้าเธอต้องการให้พวกมันรับทรัพยากร ก็แค่ให้พวกหนูทองลายขาวที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆ พาพวกมันออกไปก็ได้แล้ว เหตุใดต้องมาเสี่ยงเปิดเผยตัวตนเปิดเผยพลังและก็ยังสร้างปัญหาให้ตนเองแบบนี้ด้วยเล่า!
เพราะชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียทั้งหมดแล้ว ซูหยวนก็เลือกที่จะเปิดเผยการมีอยู่ของไก่ลาวาด้วยตนเอง เช่นนั้นตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องหวาดกลัวอีก เธอยังคงเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แม้จะมีหลายคนที่ไม่อยากเข้าใกล้เธอก็ตาม....
“มาแล้วหรือ คุณหนูน้อยแห่งอัศวินหงส์ขาว ฉันต้องขอบใจมากจริงๆที่เธอมีส่วนช่วยในการต่อสู้ครั้งนี้อย่างมาก สมกับที่เจ้าห้าได้ชื่นชมเอาไว้ไม่ขาดปากก่อนหน้านี้”
“เดิมทียังเข้าใจผิด คิดว่าเจ้าห้าพูดเกินจริงไปบ้าง แต่ความเป็นจริงแล้วเจ้าห้าก็พูดผิดจริงๆนั่นแหละ เพราะเขาบรรยายความแข็งแกร่งของเธอน้อยเกินไปด้วยซ้ำ!!”
ท่านอัศวินพันปีหัวเราะออกมาเสียงดังหลังจากเห็นหญิงสาวเดินเข้ามา ด้านข้างยังเป็นอัศวินแกะทองคำที่มองเธอด้วยสายตาชื่นชมไม่ต่างกัน เพียงแต่ลึกๆ.....ในสายตานั้นคล้ายกับจะฉายแววเข้าใจอะไรบางอย่างอยู่ด้วย
……………………………….