บทที่ 606 สถานการณ์เดียวกัน (อ่านฟรี 1 พ.ย. 69)
บทที่ 606 สถานการณ์เดียวกัน (อ่านฟรี 1 พ.ย. 69)
บทที่ 606 สถานการณ์เดียวกัน
คล้ายกับว่าเขาเข้าใจความคิดของเธอ เกี่ยวกับอคติที่ผู้คนเริ่มก่อขึ้นมา ... หรือบางทีคงต้องบอกว่าตัวเขานี่แหละที่มีประสบการณ์ตรงกับการเจอสายตาหวาดกลัวเหล่านั้นมาก่อนแล้ว!
สาเหตุที่อัศวินแกะทองคำมักรับอาสาไปเป็นที่ปรึกษาให้อาณาเขตอื่นๆยามมีสงครามหรือเกิดปัญหา นั่นก็เพราะพวกเขาต้องการสร้างพันธมิตรกับอาณาเขตอื่นๆ และให้ทุกคนรู้ว่า...แท้จริงแล้วอัศวินแกะทองคำผู้นี้ แม้จะฉลาดหรือมีแผนการมากมาย แต่ความเป็นจริงแล้ว...เขาไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับทุกคน!
ถึงจะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกหน่อย แต่เพื่อไม่ให้อาณาเขตอื่นๆรวมหัวกันคิดว่าตัวเขาควรเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดออกเป็นพวกแรก ดังนั้นการวางตัวของคนจากเขตอัศวินแกะทองคำจึงมักเป็นเช่นนี้
มีความสามารถ.....แต่ไม่อาจวางตัวเหนือผู้อื่น
มีความสามารถ....แต่ไม่อาจแสดงออกมาได้ทั้งหมด!! หลายครั้งที่จำเป็นต้องเปิดเผยจุดอ่อนบางจุด เพื่อให้คนอื่นๆรู้สึกว่าอัศวินแกะทองคำก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่เลย ดังนั้น....ตั้งแต่ที่ได้ยินทหารระดับสูงของอัศวินพันปีกล่าวออกมาแบบนั้น เขากลับไม่รู้สึกสงสัยอะไรเลย
ความหวาดกลัวของคนน่ะ เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะทำลายลงไปได้ ซึ่งหลังจากนั้น...ความหวาดกลัวนี้จะกลายเป็นความหวาดระแวงทันทีหากไม่สามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม และหลังจากนั้น...เพื่อจัดการกับความหวาดระแวง สิ่งที่พวกเขาต้องการทำต่อไปก็คือ “ทำลาย” นั่นเอง!
อัศวินแกะทองคำไม่ต้องการสงคราม แม้พวกเขาจะมั่นใจว่าตนเองอาจเอาชนะได้ แต่สงครามไม่ใช่ทางออกทั้งหมด!!
อาจเป็นเพราะความฉลาดของเผ่าพันธุ์อัศวินแกะทองคำ ดังนั้นพวกเขาจึงล่วงรู้ความลับบางประการ นั่นก็คือ....ศัตรูของพวกเขาไม่ใช่พวกเดียวกันเอง!!
ต่อให้เอาชนะอัศวินทั้งหมดในอาณาเขตได้ ครอบครองพื้นที่ทั้งหมด ครอบครองทรัพยากรทั้งหมด แต่....มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อวันหนึ่งหากมีศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดปรากฏตัวขึ้นมา อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดนี้ก็จะต้องถูกทำลาย!!
เรื่องนี้ ท่านเทพผู้สร้างเคยกล่าวไว้กับท่านบรรพบุรุษรุ่นแรกของอัศวินแกะทองคำ และมีเพียงท่านอัศวินแก่ทองคำรุ่นแรกผู้นี้เท่านั้นที่รู้ความจริงทั้งหมดว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นมาบ้าง!!
พื้นที่นี้ถูกสร้างมาอย่างไร? แท้จริงแล้วมันก็แค่ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่ต้องเติมเชื้อเพลิง เติมพลังงานเข้าไปทุกวัน หากขาดพลังงานเมื่อไหร่ก็จบเห่
ที่สำคัญที่สุดคือ...ป้อมปราการขนาดใหญ่นี้ไม่ได้จะคงอยู่ตลอดไป! หากตรวจสอบให้ดีจะพบว่าความแข็งแกร่งของมันค่อยๆลดลงเรื่อยๆ
หรือพูดให้ถูกก็คือ....อีกหลายพันปีหรืออาจจะหมื่นปี แต่สุดท้ายป้อมปราการนี้ก็จะสลายหายไปตามธรรมชาติ ในอนาคต....ต่อให้อยากเพิ่มพลังงานเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว
ดังนั้น ในความคิดของอัศวินแกะทองคำ พวกเขาอัศวินทั้ง 7 นี้ควรจะต้องร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยกันรับมือกับศัตรูที่อยู่ข้างนอกเมื่อบาเรียทั้งหมดถูกทำลายลงให้ได้
ถึงตอนนั้น พวกเขาก็ควรจะมีความแข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้และอยู่โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยแค่บาเรียป้องกันอีก!! น่าเสียดายที่ความลับนี้แม้จะถูกพูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อ .... บางทีอาจถูกมองว่า เขาต้องการที่จะกลายเป็นผู้นำ อยากเป็นผู้ชี้แนะก็ได้ จึงได้กุเรื่องสงครามใหญ่ที่แสนอันตรายเหล่านี้ขึ้นมา
ดังนั้น หน้าที่ของเขาตอนนี้ก็คือการเชื่อมความสัมพันธ์กับทุกๆอาณาเขต ทำให้เกิดกฎและเงื่อนไขขึ้นมาเพื่อทำให้ไม่อาจต่อสู้กันเอง
แม้ลับหลังจากมีการแข่งขันหรือแอบลงมือกันบ้าง แต่คนที่อ่อนแอจนต้องจากโลกนี้ไปก็ไม่ถือว่าเป็นทรัพยากรที่เขาจะวางบนกระดานหมาก .... พวกที่อยู่ต่อเท่านั้นคือคนที่มีความสามารถอย่างแท้จริง!
ที่ผ่านมา….อัศวินแกะทองคำต้องจำยอมเช่นนั้น เป็นเพราะอีกฝ่ายไม่มีทางเลือก ถ้าพวกเขามีทั้งเรื่องเหมือนที่ซูหยวนมี เช่น การออกไปจากบาเรียป้องกันนี้….เชื่อได้เลยว่าเขาเองก็คงไม่ต้องมาอดทนอยู่กับพวกโง่เขลาที่ไม่ยอมเห็นการพัฒนาการที่ดีของคนอื่นเช่นนี้หรอก!!
ไม่น่าแปลกใจเลย ถ้าอันซูหยวนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับอัศวินแกะทองคำ สุดท้ายเธอจะไม่เลือกทำในแบบเดียวกับที่เขาทำ!
หญิงสาวยังคงยืนอย่างมั่นคงอยู่อย่างนั้น รอให้อัศวินพันปีเชิญเธอนั่งลง จากนั้นท่ามกลางสายตาของผู้ที่ชื่นชอบและไม่ชื่นชอบ … เธอก็นั่งลงอย่างสงบ
อัศวินพันปียังคงกล่าวชื่นชมอันซูหยวนอีกหลายประโยค ก่อนจะเริ่มเข้าเรื่องสำคัญอย่างเรื่องการที่เขาจะตอบแทนเธออย่างไร
“คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว ที่อาณาเขตอัศวินพันปีของพวกเราไม่ได้มีของดีมากนักนอกจากผลึกบาเรียแล้ว ก็มีแค่วัตถุดิบจำนวนมากที่ใช้ในการสร้างอุปกรณ์และการวางค่ายกลเท่านั้น”
“พวกเรามีฝีมือที่ดีมากในการสร้างอุปกรณ์เหล่านั้น ดังนั้นเพื่อตอบแทนความช่วยเหลือในครั้งนี้ ข้าในนามของอัศวินพันปีผู้ดูเเลอาณาเขต จะให้ขอมอบอุปกรณ์ระดับต่ำให้ 10 ชิ้น ระดับกลาง 5 ชิ้น ระดับสูง 3 ชิ้น และจะขอมอบสมบัติประจำอาณาเขตให้เธอเลือกหยิบไป 1 ชิ้นด้วย!”
สิ้นเสียงของอัศวินพันปี ขุนนางและทหารระดับสูงจำนวนมากของอาณาเขตอัศวินพันปีก็ลุกฮือขึ้นมา! พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านอัศวินจะยอมยกสมบัติประจำอาณาเขตให้กับหญิงสาวผู้หนึ่งเช่นนี้!
แม้ว่าเธอจะช่วยเหลือในการทำสงครามครั้งนี้จริงและยังช่วยให้แนวหน้ากลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่….สมบัติประจำอาณาเขตคืออะไร? สมบัติประจำอาณาเขตก็คือสมบัติที่ท่านเทพผู้สร้างทิ้งเอาไว้ให้!
ของทุกอย่างที่อยู่ในคลังสมบัติ ล้วนเป็นของที่ไม่อาจหามาได้อีก การที่ยกให้เธอไปแบบนี้แม้จะเเค่ชิ้นเดียว ไม่เท่ากับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่หรอกหรือ? นี่บางทีอาจจะเทียบเท่ากับการที่พวกเขาต้องยกดินแดนส่วนหนึ่งให้พวกปีศาจอเวจีเลย! พวกเขากลับไม่คิดว่ามันมีความจำเป็นถึงขนาดนั้น…
“ท่านอัศวินพันปีโปรดทบทวนอีกครั้ง”
“ท่านอัศวินพันปี สมบัติประจำอาณาเขตไม่อาจยกให้ผู้อื่นได้ แม้แต่คุณชายหรือคุณหนูของอาณาเขตพวกเราก็ยังไม่ได้สิทธิ์ในการครอบครองเลย สมบัติประจำอาณาเขตนี้จะเอาออกมาใช้ได้ก็ต่อเมื่อเกิดภัยครั้งใหญ่ ท่านอัศวินพันปีโปรดอย่าได้นำของที่เป็นสมบัติประจำอาณาเขตออกไปเช่นนั้นเลย!”
“ใช่เเล้ว ท่านอัศวินพันปี…หากท่านเทพผู้สร้างพบว่าท่านยกของที่ท่านเทพผู้สร้างทิ้งไว้ให้อาณาเขตของเราตกอยู่ในมือของผู้อื่น แบบนี้แล้วท่านเทพผู้สร้างอาจจะโกรธก็ได้ โปรดอย่าเสี่ยงกับการทำให้ท่านเทพผู้สร้างเกิดโทสะเลย”
“ท่านอัศวินพันปีโปรดทบทวน ท่านอัศวินพันปีโปรดทบทวน!”
เสียงร้องระงมของเหล่าขุนนางและทหารระดับสูงทำให้สีหน้าของอัศวินพันปีเปลี่ยนไป เขาชะงักก่อนจะมองไปที่อันซูหยวน….คล้ายว่ารู้สึกผิดต่อเธอเหลือเกิน ดังนั้นเขาจึงพูดประโยคใหม่เพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่วุ่นวายนี้
“เอาล่ะๆ ทุกคนเงียบก่อน เฮ้อ….คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาว เธอก็คงเห็นแล้วว่าสมบัติประจำอาณาเขตนั้นสำคัญขนาดไหน แม้ในใจจริง ฉันต้องการที่จะมอบมันให้กับคนที่มีความสามารถอย่างเธอ ถึงอย่างนั้น...” เขาหยุดไปเล็กน้อย มองคนอื่นๆที่ประท้วงในคราแรกก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
“ด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ รวมทั้งเพื่อไม่ให้ท่านเทพผู้สร้างเกิดโทสะในภายหลัง มันคงจะดีกว่าถ้าการได้รับสมบัติประจำอาณาเขตจะไปพร้อมกับสัญญาหมั้นหมาย….”
“ไม่ใช่ว่าคุณหนูเองก็พึงพอใจกับเจ้าห้าของฉันงั้นไม่ใช่หรือ เช่นนั้นทั้งสองคนก็แต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาเขต เรื่องนี้คิดเห็นเป็นอย่างไรบ้าง” เมื่อท่านอัศวินพันปีกล่าวจบสีหน้าของอัศวินแกะทองคำก็เปลี่ยนไปทันทันที
เหมือนกับเขาจะคาดเดาได้อยู่ก่อนแล้วว่าอัศวินพันปีไม่มีทางมอบสมบัติประจำอาณาเขตให้ผู้อื่นได้ง่ายๆ กลับกลายเป็นว่า การที่จะมอบของล้ำค่าเช่นนั้นแท้จริงเป็นแค่แผนกระตุ้นให้คุณหนูแห่งอัศวินหงส์ขาวผู้นี้สนใจ!! นี่เป็นแผนการรั้งคนมีความสามารถเอาไว้ที่อาณาเขตของตนเองนั่นเอง!
ใครจะไปคิดว่าอัศวินพันปีผู้ซื่อตรงคนนี้ ยามที่ต้องเจ้าเล่ห์กับเขาก็ยังสามารถทำได้! กระทั่งขายลูกชายตนเองให้อีกฝ่ายอย่างหน้าไม่อาย เหอ เหอ เหอ ทำเอาคนเป็นอัศวินแกะทองคำเจ้าเเผนการอยากจะปรบมือชื่นชมเลยด้วยซ้ำ!
ครั้งนี้…ไม่มีเสียงต่อว่าต่อขานอะไรอีก หลายคนกำลังคิดถึงข้อดีข้อเสียระหว่างการมอบสมบัติประจำอาณาเขตออกไปแต่กลับได้รับผู้ช่วยที่ทรงพลังที่สุดเข้ามาในอาณาเขตของตนเองด้วย
หากคุณหนูอันซูหยวนผู้นี้มาอยู่ประจำที่อาณาเขตอัศวินพันปี นี่ ….ไม่เท่ากับว่าพวกเขามีเครื่องมือในการทำลายกองทัพปีศาจอเวจีให้สิ้นซากมาอยู่ในมือแล้วหรอกหรือ? ต่อไปคงไม่ต้องเกิดความเสียหายเหมือนกับก่อนหน้านี้อีกแล้ว แค่เธอเพียงคนเดียวลงมือก็ถล่มกองทัพปีศาจอเวจีได้จนสิ้น!
สุดท้ายแล้วสมบัติประจำอาณาเขตก็แค่สมบัติชิ้นนึงที่เอาไว้ใช้เพื่อป้องกันการรุกรานของผู้อื่น เอาไว้ใช้เพื่ออาณาเขตอัศวินพันปีไม่ใช่หรือ? นี่ก็เท่ากับสมบัติไม่ได้หายไปแถมยังได้ผู้คุ้มกันเพิ่มขึ้นมาอีก! เช่นนี้แล้วใครจะกล้าต่อต้านอีกเล่า!
เห็นทุกคนเงียบไปอย่างรู้งานเช่นนี้ อันซูหยวนที่ฟังคำไร้ยางอายของอัศวินพันปีก็แค่นหัวเราะออกมา …
สมบัติประจำอาณาเขตอะไรนั่น เธอสนใจก็จริง แต่สุดท้ายมันก็แค่สมบัติชิ้นนึงไม่ใช่หรือ? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่จะให้เธอเข้ามาเป็นคนรับใช้ของอาณาเขตอัศวินพันปีเลย คิดว่าเธอโง่เขลามากขนาดนั้นเชียว? เหอะ!! นี่เป็นเรื่องไร้สาระที่สุดที่เธอเคยได้ยินมาเลยด้วยซ้ำ
“ท่านอัศวินพันปี….ถ้าท่านต้องการตอบแทนความช่วยเหลือของฉันจริงๆ ในเมื่อสมบัติประจำอาณาเขตเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะยกให้ได้ง่ายๆ เช่นนั้นก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่มีค่าเทียบเท่ากับสมบัติประจำอาณาเขตเถอะค่ะ”
อันซูหยวนยักไหล่ ท่าทางเหมือนไม่ได้สนใจสมบัติประจำอาณาเขตที่พวกเขากำลังหวงแหนเลยแม้แต่น้อย
เห็นท่าทางของเธอ อัศวินพันปีที่ต้องการลองเชิงก็ถอนหายใจออกมา การแต่งงานของคุณหนูอัศวินหงส์ขาวผู้นี้อย่างไรก็ต้องเกิดขึ้นในสักวันหนึ่ง เพียงแต่เขาอยากให้เป็นการแต่งงานระหว่างอาณาเขตของเขาและอาณาเขตของเธอก็เท่านั้น เขาก็แค่ยื่นข้อเสนอให้เธอ…เผื่อว่ามีใจให้เจ้าลูกชายของเขาบ้าง
ในตอนนั้นนอกจากเธอจะได้แต่งงานกับลูกชายของเขาแล้ว ก็ยังจะได้สมบัติกลับไปด้วย! นี่เป็นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมเลยไม่ใช่หรือ?
ถ้าเป็นผู้อื่นคงจะกระโดดเข้ามาคว้าโอกาสนี้ไว้ทันที! แต่กลับกลายเป็นว่าเธอปฏิเสธ!! เธอไม่มีความสนใจและไม่เคยคิดที่จะแต่งให้กับเจ้าห้าเลยแม้แต่น้อย ถึงขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ทำให้เธอลังเลเลย เช่นนั้นไม่ใช่ว่าเจ้าห้าหมดสิทธิ์ตั้งแต่ต้นแล้วหรอกหรือ? ช่างน่าเสียดายจริงๆ…
อัศวินพันปีรู้จักมองคน เขารู้ว่าอันซูหยวนเป็นพวกพูดแล้วจะไม่พูดซ้ำอีก ในเมื่อเธอปฏิเสธออกมาโดยตรงว่าไม่ต้องการแต่งงาน แม้จะมีสินสอดเป็นถึงสมบัติประจำอาณาเขตก็ตาม ดังนั้น...เขาจึงทำได้แค่ต้องเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ระดับสูงให้กับเธอเป็นค่าตอบแทนที่มาช่วยเหลือ
เพียงแต่….อุปกรณ์ระดับสูงจำนวนมากขนาดไหนถึงจะเพียงพอและมีค่าเทียบเท่ากับสมบัติประจำอาณาเขตกันล่ะ?!
เห็นอัศวินพันปีคิดอยู่นาน ซูหยวนที่มีความต้องการของตัวเองชัดเจนแล้วก็ถอนหายใจออกมา เธอรู้ว่ากับอัศวินพันปีนั้น ไม่จำเป็นต้องชักแม่น้ำทั้งห้า เพียงพูดความต้องการของตนเองออกไปตรงๆก็เท่านั้น ถ้าเขาเห็นด้วยเขาก็จะเห็นด้วย แต่ถ้าเขาไม่เห็นด้วยเช่นนั้นเขาก็จะปฏิเสธ ไม่มีอะไรซับซ้อน…
“ท่านอัศวินพันปี ในเมื่ออุปกรณ์ระดับสูงเพิ่มอีก 10 ชิ้น ก็ยังไม่มีค่าเทียบเท่ากับการได้รับสมบัติประจำอาณาเขต เช่นนั้น…ฉันมีบางอย่างที่อยากได้ ซึ่งในความคิดของฉันมันอาจจะเทียบเท่ากับความสำคัญของสมบัติประจำอาณาเขตเลยก็ได้”
“นั่นก็คือ…ฉันต้องการสิทธิ์ในการเข้าออกอาณาเขตอัศวินพันปีของท่าน เหมือนกับการเป็นบุตรีของท่านคนหนึ่ง แล้วก็สิทธิ์ในการเข้าพื้นที่ล่าทรัพยากรของท่านด้วย”
“แน่นอนว่าสิทธิ์ในการเข้าพื้นที่นั้นยังมีเงื่อนไขอื่นๆ เช่น ทรัพยากรที่ฉันล่าได้ไม่จำเป็นต้องมอบให้อาณาเขตพันปีของท่าน ได้รับข้อยกเว้นในการตรวจสอบ”
“แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว…ในฐานะที่มีส่วนได้รับทรัพยากรจากอาณาเขตของท่าน ฉันก็จะส่งพวกสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปล่าในพื้นที่ปีศาจอเวจีบ้าง เช่น ใน 1 เดือน ถ้าฉันสามารถมาที่อาณาเขตอัศวินพันปีเพื่อล่าทรัพยากรได้ 5 ครั้ง เช่นนั้นตอนที่มาถึงอาณาเขตก็จะส่งพวกสัตว์เลี้ยงไปที่เขตของปีศาจอเวจีด้วย เท่ากับรวมแล้วเป็น 5 ครั้งเช่นกัน …”
“เรื่องนี้ท่านอัศวินพันปีก็ไม่ได้เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ? แถมยังได้ประโยชน์ทั้งคู่ด้วย ท่านจะเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องนี้ของฉันหรือไม่?” พูดจบ หญิงสาวก็คลี่ยิ้มให้ เธอบอกในสิ่งที่ต้องการแล้ว ที่เหลือให้เป็นปัญหาของพวกเขาเอง...ว่าจะรับข้อเสนอของเธอได้ไหม
……………………………………………