LNCrawler

บทที่ 7 กำจัดแมลง

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 7 กำจัดแมลง

บทที่ 7 กำจัดแมลง

 

“เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย! บอกให้ลุกแล้วรีบวิ่งยังไงล่ะ!” ชายหนุ่มอยากจะชกหญิงสาวสักทีเพื่อเรียกสติ แต่ด้านหลังก็เริ่มมองเห็นร่างแมลงสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้นแล้ว

           

 เหงื่อไหลตามกรอบใบหน้าของเขา รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ด้วยลำพังพลังของเขานั้นสามารถจัดการสัตว์กลายพันธุ์ที่เข้ามาสัก 2-3 ตัวพร้อมกันได้ แต่ถ้าเป็นสัตว์กลายพันธุ์มากกว่าสิบตัวแล้วล่ะก็....

 

“จะไม่ลุกใช่ไหม จะไม่ยอมวิ่งใช่ไหม ห๊า! งั้นก็เอาตามนั้น เธอก็ตายอยู่ที่นี่ไปเลย!” คนพูดจบก็รีบวิ่งออกไปทันที ทิ้งให้หญิงสาวที่กำลังร้องไห้นั่งอยู่อย่างนั้นคนเดียว

            

แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการรับผิดชอบกับตระกูลจางที่พาคุณหนูของอีกฝ่ายมาล่าแล้วเกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ยังดีกว่าที่เขาต้องมาตายอยู่ที่นี่เพราะคนโง่ๆล่ะนะ อีกอย่าง...ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาก็ยังพอที่จะเอาตัวรอดได้ ทว่าถ้ายังอยู่กับคุณหนูจางตอนนี้ มีแค่ตายกับตายเท่านั้นแล้ว

 

“ชิ! ไปได้สักที” เสียงของหญิงสาวที่เพิ่งจะร่ำไห้เมื่อครู่จู่ๆก็เปลี่ยนไป เธอหันไปมองฝูงสัตว์กลายพันธุ์ที่ใกล้เข้ามาด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและไม่หลงเหลือความหวาดกลัวใดๆอีก

            

ซูหยวนมองดูจุดสีฟ้าหนึ่งจุดที่วิ่งห่างออกไป และมองหาจุดสีฟ้าอีกจุดที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล อันที่จริง...เธอเองอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ไม่น้อย พวกเขามาพร้อมกัน 3 คน แต่กลับมีแค่สองคนเท่านั้นที่ปรากฏตัวให้เห็น แสดงว่าคนที่สามนั้นมีทักษะในการซ่อนตัวในระดับสูง ถ้าไม่ใช่เพราะแผนที่จากระบบ ซูหยวนก็อาจจะเชื่อว่าหญิงสาวผู้นี้ชะตาขาดไปแล้วเหมือนกัน

 

“ออกมาได้แล้วน่า คุณอา...” เสียงใสของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นกระตือรือร้น 

 

“เป็นการแสดงที่ไม่เลว” พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มเข้มของชายหนุ่มอีกคนที่ปรากฏตัวพร้อมกับจุดสีฟ้าซึ่งกำลังเคลื่อนไหว

            

ร่างของชายหนุ่มสูงใหญ่ในชุดป้องกันสีดำที่กระชับเข้ารูป ไม่เหมือนกับชุดป้องกันเก่าๆที่ซูหยวนสวมใส่เอาไว้ ชุดที่คนทั้งสามสวมใส่นี้ดูคล่องตัวและเหมือนกับชุดอยู่บ้านทุกประการ ซูหยวนทำได้แค่วาดฝันว่าสักวันหนึ่งตนเองจะได้สวมชุดป้องกันเช่นนี้บ้าง หากต้องสวมชุดเก่าๆขาดๆนี้วิ่งไปรอบพื้นที่ เธออาจจะติดโรคผิวหนังจากคนอื่นเข้าสักวัน

 

“ฉันบอกคุณอาแล้วว่ามีวิธีจัดการคนตระกูลเวินคนนั้น คิดอยากจะมาเป็นคู่หมั้นของฉันงั้นหรอ? อย่างนั้นก็ต้องไล่ตามฉันให้ทันก่อนสิ ใช่ไหมคะ?” หญิงสาวแลบลิ้นออกมา แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้เป็นแค่การแสดงของเธอเท่านั้น

            

ซูหยวนมองดูหญิงสาวจอมแสบที่กำลังสนุกสนาน นึกไปถึงฉากที่ร้องไห้ตัดพ้อก่อนหน้านี้ก็ทำเอารู้สึกสงสารชายหนุ่มที่วิ่งหนีไปก่อนหน้านี้ไม่ได้

            

เขาจะเจ็บใจขนาดไหนถ้ารู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองถูกปั่นหัวโดยผู้หญิงที่ดูบริสุทธ์ใสซื่อคนนี้น่ะ

 

“อยากเล่นอะไรก็เล่น แต่ครั้งหน้าฉันไม่มาช่วยจัดการเรื่องไร้สาระพวกนี้แล้วนะ” ชายหนุ่มบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ด้านหลังของเขาปรากฏแมลงสัตว์กลายพันธุ์เต็มไปหมด ทว่าบทสนทนาของพวกเขาดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับพวกมันเลย

            

มือหนาของชายหนุ่มหยิบดาบจากด้านหลังออกมา ขนาดของดาบแทบจะเท่ากับตัวของซูหยวนอยู่แล้ว เพียงแค่เขาวางกระแทกกับพื้น เท่านี้ก็ปรากฏเป็นรอยแตกออกไปสามสี่แยกได้แล้ว แสดงให้เห็นว่าน้ำหนักของดาบนั้นไม่ธรรมดาเลย

 

“ครั้งต่อไปให้พี่ชายของเธอมาเก็บกวาดเถอะ ฉันไม่ถนัดในการเล่นแบบนี้” ไม่พูดเปล่า เขายังตวัดดาบไปด้านหลังสองสามครั้ง ร่างของแมลงสัตว์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งและใหญ่โตก็ค่อยๆร่วงลงมา เลือดสีเขียวสาดกระจายไปทั่วบริเวณ แต่กลับไม่ถูกตัวของพวกเขาทั้งสองราวกับคิดคำนวนเอาไว้แล้ว

            

ความแข็งแกร่งที่ซูหยวนได้เห็นนี้ทำให้เธออ้าปากค้าง ที่ผ่านมาก็ยังสงสัยอยู่บ้างว่าคนแบบไหนที่จะจัดการสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้ได้ ปรากฏว่า...พวกเขาไม่ได้แสดงออกถึงความยากลำบากเลย คนที่แข็งแกร่งขนาดนี้...ตวัดดาบครั้งเดียวก็ทำให้สัตว์กลายพันธุ์ร่วงลงมาตายแล้ว

            

อย่าลืมว่าสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้ทำให้คนเก็บขยะมากมายต้องตกตายราวกับใบไม้ร่วงนะ ความต่างของคนที่เป็นมนุษย์เหมือนกันนี่มันยังไงกันแน่!!

 

“เข้าใจแล้วค่ะ แต่คุณอาก็พอใจกับฉากนี้ไม่ใช่หรอคะ ฉันเห็นนะว่าคุณอาแอบยิ้มตอนที่เจ้านั่นวิ่งหนีไปด้วยน่ะ”

 

“ฉันแค่สมเพช”

 

“คะ?”

 

“กับแค่สัตว์กลายพันธุ์เขต B ก็ยังกลัวขนาดนั้น คิดจะมาเป็นครอบครัวสกุลจางของพวกเราได้อย่างไร” คนพูดเชิดหน้าเล็กน้อย ลักษณะท่าทางเย่อหยิ่งและทรงพลังของเขาดึงดูดความสนใจของซูหยวนได้ไม่น้อย

            

กับคนที่แข็งแกร่งเช่นนั้น เขามีสิทธิที่จะพูดจริงๆ....

 

“ถ้าอย่างนั้นก็กลับกันเถอะค่ะ ฉันเบื่อที่จะวิ่งเล่นรอบๆนี้แล้ว คุณอาเองก็ต้องกลับไปจัดการงานตอนเช้าด้วยใช่ไหมคะ? เดี๋ยวฉันจะให้คนส่งอาหารเช้าดีๆไปให้นะคะ”

 

“รู้ว่าฉันยุ่ง ครั้งต่อไปก็อย่าหาเรื่องมาให้อีก”

 

“ค่า รู้แล้วค่า...” หญิงสาวลากเสียงยาวพร้อมกับรอยยิ้มทะเล้น ช่างเป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะสายตาคมกริบของชายหนุ่มตวัดมายังจุดที่ซูหยวนซ่อนตัวเสียก่อน

 

“คุณอาคะ? มีอะไรหรือเปล่า”

 

“อืม แค่หนูตัวเล็กน่ะ” 

 

เขาพูดแค่นั้นแล้วก็หันกลับไป คนมีฐานะเป็นหลานไม่ได้สนใจอะไรมาก เมื่ออาบอกว่าไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไรทั้งนั้น เธอเกาะแขนของเขาแล้วเล่าสิ่งต่างๆให้ฟังอย่างสนุกสนาน แม้จะไม่ได้รับเสียงตอบกลับของคนเป็นอา กระนั้นก็ดูท่าว่าจะไม่เบื่อเลยที่ต้องคุยคนเดียว

            

ซูหยวนที่รับรู้ถึงออร่ากดดันรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นสัมผัสได้ว่าตนเองซ่อนอยู่ที่นี่ แต่เขาก็เลือกจะมองข้ามไปด้วยการเปรียบเธอเป็น “หนู” ซึ่งก็ใช่จริงๆ เธอที่ซ่อนอยู่ในซากตึกจนขยับไปไหนมาไหนไม่ได้ เวลานี้เหมือนหนูท่อที่อ่อนแอ หากนักล่าจับตัวได้ก็มีแต่ต้องตายเท่านั้น ถ้าจับไม่ได้ก็ถือว่าเธอโชคดีที่ซ่อนตัวได้มิดชิด

           

 ถึงแม้ว่าอันซูหยวนจะสนใจพวกเขามาก อีกทั้งยังต้องการที่จะแข็งแกร่งแบบนั้นเพื่อให้ตนเองไม่ต้องซ่อนตัวเช่นนี้เวลาเจอสัตว์กลายพันธุ์อีก แต่มันก็เป็นไปได้ยาก

           

 ตอนนี้...เธอควรจะมุ่งการพัฒนาไปในเรื่องของการ “วิ่ง” ให้เร็วเท่าที่จะทำได้ก่อน เมื่อสัตว์ปีกกลายพันธุ์กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ซูหยวนมีเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและต้องเลือกการซ่อนตัวเสียส่วนใหญ่ หากวันหนึ่งเธอมีความเร็วมากพอ ซูหยวนสามารถเปลี่ยนตำแหน่งที่อยู่ของตนเองได้ และไม่ต้องทำตัวเหมือน “หนูท่อ” เช่นนี้อีก

            

ตรงหน้าของเธอคือซากสัตว์ปีกกลายพันธุ์ 14 ตัว แต่ละตัวมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 50 กิโลกรัมแน่ๆ  แถมบางตัวก็ยังไม่ได้ตายดีด้วย ซูหยวนเลือกที่จะเก็บพวกที่เปลี่ยนเป็นจุดสีเขียวก่อนอันดับแรกเพราะมันถูกมองว่าเป็นผลผลิตไปแล้ว ในขณะที่พวกจุดสีแดงยังคงปล่อยให้เลือดของมันไหลซึมอยู่อย่างนั้น คาดว่าอีกไม่นานก็น่าจะเสียเลือดจนตาย

            

ถึงอย่างนั้น ซูหยวนก็คาดการณ์ความอันตรายของพวกมันต่ำเกินไป ในขณะที่เธอกำลังสนใจเก็บซากจุดสีเขียวอยู่นั้นเอง จู่ๆเจ้าแมลงกลายพันธุ์ที่ยังไม่ตายดีตนหนึ่งก็พ่นพิษของมันออกมาทางซูหยวน เกิดเสียงดัง “เพล้ง” และเกราะป้องกันของเธอก็ถูกทำลายลงทันที

            

100,000 เหรียญ สูญเสียไปด้วยประการนี้ ดีที่อันซูหยวนเตรียมเงินเอาไว้มาก ดังนั้นเธอจึงเรียกเกราะป้องกันออกมาอีกครั้งโดยไม่ต้องคิดให้มากความ

 

“พ่นพิษก็ได้ด้วยหรอเนี่ย” หญิงสาวไม่ทันได้คิดว่าเจ้าตัวที่ถูกตัดจนเหลือแค่หัวนี้จะยังมีฤทธิ์มีเดชกับเขาอีก ขนาดว่าหลังจากที่มันพ่นพิษออกมาแล้ว มันก็ยังไม่ตายและยังแสดงท่าทางว่าต้องการโจมตีเธออีกครั้ง

 

- ผู้เล่นถูกอสูรกลายพันธุ์โจมตี ต้องการต่อสู้กลับหรือไม่ –

 

“หืม?” จากตอนแรกที่คิดว่าจะวิ่งและเว้นระยะห่าง ซูหยวนกลับชะงักเท้าของตนเองเพราะได้เห็นหน้าต่างสีฟ้าแจ้งเตือนขึ้นมาก่อน

 

“ต้องการต่อสู้กลับ...” เธอออกคำสั่ง เลือกตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดทันที

            

เมื่ออันซูหยวนตั้งใจที่จะต่อสู้ ระบบก็ให้คำแนะนำอย่างที่ควรจะเป็น

 

- ขณะนี้ผู้เล่นมีอุปกรณ์ที่ใช้โจมตีได้คือ

ยาฆ่าแมลง คงเหลือ 11 ขวด 

จอบเพาะปลูก 1 เล่ม

พลั่วปลายแหลม 1 เล่ม

เคียวเก็บเกี่ยว 1 เล่ม – 

            

อันซูหยวนมองดูรายการก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ รายการพวกนี้เหมือนกับรายการที่เธอสามารถเลือกใช้เพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืชไม่มีผิด แม้ว่าเจ้าสัตว์กลายพันธุ์ตัวนี้จะเป็นสัตว์ปีก แต่มันสมควรถูกจัดการได้ด้วยอุปกรณ์การเกษตรของเธอจริงๆน่ะหรือ?

 

“เอาเป็นพลั่วปลายแหลมก็ได้” เธอจำได้ว่าตอนแรกๆที่ยังไม่มีโรงงานผสมยา เธอก็ใช้พลั่วปลายแหลมมากที่สุดแล้ว เพื่อเธอต้องการเว้นระยะห่างจากแมลงพวกนั้นเพื่อไม่ให้ตัวละครถูกโจมตีและรับดาเมจมา ดังนั้นพอเป็นชีวิตจริง ซูหยวนจึงเลือกอุปกรณ์ที่ตนเองมั่นใจมากที่สุด

            

เพล้ง!!

            

การเคลื่อนไหวของเธอยังช้ากว่าเจ้าแมลงตนนั้น มันพ่นพิษออกมาอีกครั้งและทำให้เกราะป้องกันของเธอถูกทำลายไป แน่นอนว่าอันซูหยวนมีชีวิตไม่จำกัดตราบเท่าที่เธอยังมีเหรียญพอสำหรับซื้อเกราะป้องกัน ดังนั้นเมื่อเกราะถูกทำลาย เกราะใหม่ก็ปรากฏขึ้น

            

เมื่อเห็นว่าเกราะป้องกันของตนเองนั้นสามารถรับมือกับพิษร้ายของพวกมันได้อย่างดี เธอก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว มือทั้งสองถือพลั่วก่อนจะปรี่เข้าใส่หัวแมลงกลายพันธุ์ตนนั้น มันพยายามที่จะรวบรวมพิษอีกครั้งแต่ช้าเกินไป

            

ผลั๊วะ ผลั๊วะ

 

เผละ!

           

 เทียบกับการฟันของชายร่างใหญ่คนก่อนแล้ว อันซูหยวนต้องฟาดพลั่วของตนเองหลายครั้งเพื่อให้มันตาย เจ้าแมลงตัวนี้หัวแข็งมาก ก็เหมือนกับแมลงศัตรูพืชทั่วไป แต่ร่างกายของมันใหญ่โตยิ่งกว่าปกติ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กะโหลกของมันจะหนากว่า ที่น่าแปลกมากที่สุดก็คือเรี่ยวแรงของผู้ชายคนนั้นต่างหาก

           

 ซูหยวนมองดูผลงานของตนเองอย่างภูมิใจ ถึงแม้ว่าเจ้าสัตว์กลายพันธุ์ตัวนี้จะถูกคนอื่นจัดการอยู่ก่อนแล้ว แต่มันก็ยังไม่ตายไม่ใช่หรือ? เนื่องจากมันตายด้วยฝีมือของเธอ ระบบจึงแจ้งว่ามีคะแนนโบนัสการล่ามาให้เธอ เหมือนกับค่าประสบการณ์ ถ้ารวบรวมได้จำนวนตามที่กำหนด เธอสามารถเลื่อนระดับฟาร์มของตนเองได้

            

ก่อนหน้านี้ซูหยวนอยากจะเอาชนะผู้เล่นอันดับหนึ่งที่ทำระดับเอาไว้สูงสุดที่ 91 ส่วนเธออยู่ที่ระดับ 82 ไม่ได้ทิ้งห่างมากนัก คิดไม่ถึงว่าจะยังมีโอกาสอยู่

            

หญิงสาวไม่เสียเวลาที่นี่นานอีก เธอเก็บพวกซากสัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้นเข้าไปส่วนของพื้นที่ล่า เพราะพวกมันไม่ได้ส่งเข้าไปในฟาร์ม ดังนั้นจึงไม่ต้องเสียเงินในการนำผลผลิตออกมาเหมือนกับพวกพืชผักผลไม้ 

           

 ซูหยวนลากซากสัตว์อสูรกลายพันธุ์ออกมา 25 กิโลกรัม เธอจึงทำรายได้ 150 เครดิตด้วยตัวคนเดียว นับว่าเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลย ทว่าการที่เธอสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยต่างหากที่ทำให้ทุกคนรู้สึกยินดีไปด้วย ขนาดพนักงานของรัฐบาลทั้งสองคนก็ยังกล่าวอวยพรเธอเลย

            

หญิงสาวขอบคุณทั้งสองคนที่คอยเอาใจช่วย เธอจากมาแล้วก็ทำเหมือนกับครั้งก่อน ลากเอาซากสัตว์กลายพันธุ์ไปตามทาง เป้าหมายก็คือร้านค้าคุณสวี่ โดยที่ครั้งนี้ซูหยวนนำสัตว์กลายพันธุ์ออกมาขายรอบละ 200 กิโลกรัม เธอเดินไปเดินกลับอยู่เช่นนี้จนกระทั่งขายได้ 500 กิโลกรัม ได้เงินมา 4,500 เครดิต 

            

เมื่อมีเงินมากพอ ซูหยวนจึงเปลี่ยนรถเข็นเก่าๆของตนเองที่กำลังจะพัง ซื้อรถเข็นใหม่ราคา 500 เครดิต ทว่าคุณภาพดีกว่ามาก แถมยังลดการขนน้ำหนักได้ด้วย และครั้งนี้...เธอมาพร้อมกับซากสัตว์ปีกกลายพันธุ์ 2 ตัว รวมแล้ว 107 กิโลกรัม แต่มันไม่เหมือนกับซากของตัวอื่นๆ เพราะครั้งนี้...สัตว์กลายพันธุ์ทั้งสองยังไม่ถูกเอา “แกนพลังงาน” ออกไป

           

 สองคนนั้นไม่ได้สนใจสัตว์กลายพันธุ์ระดับต่ำพวกนี้เลย ต่อให้มีแกนพลังงานฝังอยู่ข้างใน พวกเขาก็ไม่สนใจที่จะเก็บมันกลับไปด้วย ดังนั้นซูหยวนจึงเก็บซากของพวกมันมาทั้ง 14 ตัว เท่ากับว่ามีผลึกพลังงาน 14 ชิ้น แม้จะเป็นผลึกพลังงานระดับต่ำ แต่ก็ควรมีค่าไม่น้อย

           

 แล้วก็เป็นเช่นที่ซูหยวนคิดเอาไว้ เมื่อชายชราสวี่ได้เห็นสัตว์กลายพันธุ์ทั้งสอง พร้อมกับคำบอกเล่าของซูหยวน เขาลงมือตรวจสอบและพบแกนพลังงานจริงๆ ร่องรอยการฟันของผู้ล่าที่จัดการครั้งเดียวจนทำให้สัตว์กลายพันธุ์ตายนั้นทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง

            

เขามองดูอันซูหยวนครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเด็กสาวผู้นี้โชคดีจริงๆที่ได้ทำงานให้กับคนใหญ่คนโตเช่นนั้น

 

 

………………………………………