ช่วยด้วย
ช่วยด้วย

กวินเดินเลาะย่านเมืองเก่าที่คราคร่ำด้วยผู้คนในอัตราเร่งแบบตามควายหาย ไม่สนใจนายทุนสาวที่เริ่มเดินกระหย่องกระแหย่งเพราะถูกรองเท้าส้นสูงปรี๊ดทำพิษ ผู้คนมากจริงจนถึงขั้นแออัด เพราะย่านเมืองเก่าเต็มไปด้วยร้านค้าและตลาดแทรกรวมกันอย่างหนาแน่น หน้าร้านรวงแคบอย่างน่าประหลาดใจ แต่ที่น่าประหลาดใจกว่าคือความสามารถในการอัดสินค้ามากมายลงไปในพื้นที่แคบ การวางของขายแบกับดินไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้หรืออาหารพบเห็นกันได้ทั่วพอ ๆ กับรถเข็นขนาดย่อมที่วางสินค้าจนพูน ทั้งผักผลไม้สีสด หรือแป้งทอดโรตีขนมปังรูปทรงประหลาด บางร้านมีคิวลูกค้าค่อนข้างแน่น บางร้านเงียบเหงา เจ้าของร้านพยายามสบตาคนสัญจรพร้อมกวักมือร้องเรียกให้ช่วยอุดหนุน
เหล่านี้ เวรามองได้เพียงหางตา กวินแกล้งเดินเร็วจี๋ทั้งที่รู้ว่าเธอกำลังเดินตาม ดูเขาต้องการสลัดปลิงนายทุนให้พ้นรำคาญเต็มแก่
คนประหลาด เวราค่อน นายทึ่มเอ๊ยยย รู้บ้างไหม ว่านักธุรกิจมากมายยอมทำทุกอย่างเพื่อได้พบเธอ เหมือนที่เธอทำทุกอย่างเพื่อได้พบเดฟ เมห์ตา โอกาสงามตกถึงตัวแล้วกลับไม่ใยดี
นั่นเพราะเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร จริงสิ กวินไม่เคยถามชื่อของเธอเลย
กวินเลาะเลียบตรอกแคบที่ถักทอเชื่อมกันเป็นใยแมงมุม ก่อนมาหยุดหน้าซอยแห่งนี้ ซึ่งมีหน้าตาเหมือนทุกซอย แต่เมื่อตามเขาเข้ามา สถาปัตยกรรมทำจากหินขนาดเขื่องก็ปรากฎตรงหน้า
ลวดลวยสลักกำแพงหินบอกให้เวรารู้ว่า สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญ ป้ายเก่าติดริมกำแพงอ่านว่าสุสานอะห์หมัด ชาห์ บัดชาห์ (Ahmed Shah Badshah)[1] ผนังหินเก่าฉาบแสงแดดเช้าจนเกิดเงาลายเรขาคณิตกระทบพื้นหิน ป้ายโลหะขนาดเล็กเขียนรายละเอียดของโบราณสถาน สุสานของสุลต่านอะห์หมัด ชาห์ที่ 1 ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สุลต่าน ซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1442 ตามความเห็นของนักวิชาการบางคน สุสานนี้ถูกสร้างขึ้นโดยสุลต่านอะห์หมัด ชาห์ที่ 1 เอง
สุสานแห่งนี้ ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกว่า Badshah-Ka-Hazira เป็นอาคารทรงโดมขนาดใหญ่ มีโถงกลางและมีห้องสี่เหลี่ยมหลังคาเป็นโดมเล็กอยู่ที่มุมทั้งสี่ โดยมีเฉลียงเชื่อมแต่ละห้อง ตรงกลางโถงเป็นที่ฝังพระศพของสุลต่านอะห์หมัด ชาห์ที่ 1 ส่วนด้านข้างเป็นที่ฝังศพของพระโอรส มูฮัมหมัด ชาห์ที่ 2 และพระนัดดา (หลานชาย) คุตบุดดิน อะห์หมัด ชาห์ หลุมฝังศพได้รับการแกะสลักอย่างงดงาม ผนังฉลุโปร่ง เสาแกะสลัก และระเบียงเสาที่รายรอบ ถือเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนที่ใดในอะห์มดาบาด
“โบราณสถานสำคัญขนาดนี้ แต่...” เวรามองโดยรอบแล้วต้องกลืนน้ำลาย เธอเดินทางท่องเที่ยวโบราณสถานหลายแห่ง เห็นการจัดการโบราณสถานมากมาย แต่สุสานหลวงแห่งนี้กลับมีพื้นที่สอดประสานไปกับบ้านเรือนชาวบ้านจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีการกั้นรั้วแบ่งแยกเขตเป็นกิจจะลักษณะ หน้าสุสานเป็นที่นั่งพัก มีชาวบ้านนั่งเล่นนอนเล่นสบายใจ ถัดไปนิดเป็นที่ตากผ้า ตากอาหารแห้ง หญิงสาวอายุไม่ถึงยี่สิบกำลังทอดแป้งแผ่นบางในกระทะแบนราวกับตรงนั้นคือลานครัวของครอบครัว กิจกรรมเหล่านี้ห่างจากป้ายสุสานที่เธอกำลังยืนอยู่ไม่ถึงสิบเก้า น่าขนลุก พวกเขาอยู่กับความตายทุกวี่วันเหมือนเป็นเรื่องปกติ
ทันใดนั้น แพะตัวหนึ่งกระโจนเข้ามา ดมกระโปรงเดรสสีครีมของเธอแล้วกัด! เวรากรี๊ด! กระโดดถอยจนเกือบสะดุดหินหน้าคะมำ
“ช่วยด้วย! มันกินกระโปรงฉัน!”
เสียงร้องทำให้กวินเผ่นมาดู ในมือยังถือกล้องถ่ายรูปค้าง เขาหัวเราะเสียงดัง เข้ามาดึงชายผ้าออกจากปากแพะ
“จะโกรธมันไม่ได้นะ มันคงนึกว่ากระโปรงคุณเป็นซังข้าวโพด”
เวราค้อนขวับ คนท้องถิ่นรอบข้างมองด้วยรอยยิ้มขัน
“จะกลับโรงแรมไหม ผมจะเรียกรถให้” กวินเสนออย่างท้าทาย
เวราหรี่ตา
“ไม่ต้อง! ชั้นแค่ตกใจ” เธอสะบัดกระโปรงให้เข้าที่ ไม่สนใจรอยรุ่ยด้ายจากแรงงับของแพะเจ้าถิ่น
“คุณไปถ่ายรูปเหอะ ชั้นจะเดินดูอะไรแถวนี้”
“ทำไมไม่กลับ นึกว่าตื้อแล้วจะได้ผลหรือไง”
อ้อ รู้เหมือนกันว่ากำลังถูกตื้อ
“ดูละครมากไปแล้ว” คนตื้อเถียงตาใส “ใครว่าฉันตื้อคุณ ฉันแค่อยากเที่ยวบ้าง คุณดูคล่องดี จะไม่มีน้ำใจยอมให้ฉันไปกับคุณหน่อยหรือ อย่างน้อย...เราก็เคยนอนด้วยกัน”
คำตอบของกวินคือความพยายามเรียกแพะให้มางับกระโปรงเวราอีกรอบ
❖
“ผู้หญิงเก่งอย่างคุณคงไม่กลัวผี?” กวินถามไม่มีปี่มีขลุ่ย หลังจากถ่ายภาพไปพอสมควร เวรากำลังสนใจความละเมียดละไมในการเลือกมุมภาพและเก็บรายละเอียดผนังฉะลุของเขา เมื่อเขาถามทะลุกลางปล้อง เธอจึงแทบสะดุ้ง
“ฮื่อ ฉันไม่ใช่เด็กจะได้กลัวผี” เธอฝืนทำเสียงแข็ง จะว่าไป หลังจากรู้ว่าโบราณสถานคือสุสานสุลต่านและโอรส ซ้ำเนินดินด้านหน้ายังมีสุสานทาสีขาวโพลนเรียงเป็นตับ เวราก็เดินตามกวินแบบไม่ปล่อยให้ละสายตา
“ดี!” น้ำเสียงกวินทำให้ใจคอเริ่มโล่ง จึงเดินตามเขาออกจากสุสาน ปล่อยให้เขาเดินนำไปร้านชาริมทางเท้า สภาพดีกว่าร้านเมื่อเช้านิดเดียว และยอมรับถ้วยชานมร้อน ๆ มาถือไว้
“ขอบคุณ แต่ชั้นไม่ชอบชาร้อน” เวราออกตัว แต่เมื่อสบตาแข็ง เธอก็รีบเอ่ยเอาใจ
“หอมดีนะ”
มือเรียวโหย่งหยิบแก้วชาใบเล็ก คอแห้งเต็มทีเพราะแทบไม่ได้ดื่มอะไรตั้งแต่เช้าเพราะกลัวคลาดกับกวินเสียก่อน แต่เมื่อชาเนื้อเนียนแตะริมฝีปาก หญิงสาวก็ชะงัก
รสดีแฮะ หอมด้วย ตวัดมองเคาน์เตอร์ชงชา เห็นสะอาดสะอ้านดี จึงยอมจิบชาที่เหลือ
“มิน่า ร้านชาถึงขายดี หอมอร่อยอย่างนี้นี่เอง” เวรามองชาก้นถ้วยอย่างติดใจ กวินส่งถ้วยใหม่มาให้ คราวนี้ หญิงสาวรับไว้ไม่อิดออด
“รีบดื่ม ผมอยากแวะร้านขายรองเท้า”
“ร้านรองเท้า? ในตลาดเนี่ยนะ นายอยากได้รองเท้าแขกไปทำไม?”
“ผมอยากได้รองเท้าผ้าใบ”
“นั่นยิ่งแล้วใหญ่ รอไปซื้อที่กรุงเทพฯ ดีกว่าไหม”
“ผมไม่ได้จะซื้อ แต่คุณเป็นคนที่จะซื้อ เห็นท่าเดินแล้วบอกตรง ๆ ผมไม่ใช่พระเอกละคร ผมไม่อุ้มคุณแน่ถ้าคุณล้มขาแพลงหรือเดินไม่ไหว ถามจริง นึกไงใส่ส้นสูงเดินตลาด”
“ฉันรักษาภาพลักษณ์ผู้บริหารย่ะ!” เวราแสดงจุดยืน แต่บอกตรง ๆ เหมือนกัน ตอนนี้เมื่อยเท้ามาก และนึกขอบคุณน้ำใจชายหนุ่มที่ใส่ใจรายละเอียดเพื่อนร่วมทาง แม้จะเป็นเพื่อนร่วมทางที่เขาไม่เต็มใจ
แต่จะรับตรง ๆ ว่ากำลังเมื่อยก็ใช่ที่
“เอาสิ รองเท้าผ้าใบสักคู่ก็ดีเหมือนกัน ไม่ใช่เดินไม่ไหวหรอกนะ แต่ส้นสูงคู่นี้แพง ถ้าแพะหรือหมูหมากาไก่แถวนี้งับไป ฉันต้องเสียดายแน่”
❖
[1] อะห์หมัด ชาห์ บัดชาห์ (Ahmed Shah Badshah) สุลต่านอะห์หมัด ชาห์ที่ 1 แห่งรัฐสุลต่านคุชราต ผู้สถาปนาเมืองอะห์มดาบาดขึ้นเป็นเมืองหลวงใน ค.ศ. 1411 โดยคำว่า บัดชาห์ หมายถึงกษัตริย์หรือจักรพรรดิ
พิเศษสำหรับโปรโมชั่นอีบุ๊ก
ฝากกดติดตามสำนักพิมพ์อลินน์ เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่นต่าง ๆ ค่ะ
https://www.mebmarket.com/p/alynn
