LNCrawler

ปาฏัณ

บัลลังก์ทอรัก เกมร้ายตระกูลพันล้าน — novel.dek d.com · All chapters

ปาฏัณ

f6c43cf10e91b4259e2e07021321b2f1.jpg

กวินผ่านตรอกตลาดแคบของเมืองปาฏัณ[1]ไปหยุดยืนหน้าประตูไม้แกะสลักโบราณ ซุ้มโค้งสูงตามแบบบ้านคุชราต ตัวบ้านเป็นอาคารไม้สองชั้นสีเขียวหม่น เสาไม้และระเบียงฉลุลายวิจิตรสะท้อนฝีมือช่างศตวรรษก่อน เมื่อเงยหน้ามองจะเห็นหน้าต่างไม้บานเล็ก เปิดรับแสงและเสียงผู้คนจากตลาดข้างนอกให้ได้เล็ดลอดเข้ามา

ประตูไม้บานหนาส่งเสียงเอี๊ยดเมื่อถูกผลักเข้าไป ด้านในคือโถงโล่งปูพื้นด้วยเสื่อเก่า แสงแดดบ่ายลอดผ่านช่องหน้าต่างตัดฝุ่นในอากาศเป็นลำ

หญิงสูงวัยสวมส่าหรีลวดลายปราณีตออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้าง มือสองข้างประนม

“นมัสเต”

กวินโค้งศีรษะตอบอย่างเดียวกัน ก่อนหันไปบอกเวราที่เก้ ๆ กัง ๆ ว่า “นี่คือมาดามลักษมีของครอบครัวซัลวี …เธอต้อนรับเราแล้ว”

เวรายกมือไหว้ก่อนส่งยิ้มหวานให้ ทั้งคู่ถูกเชิญให้นั่งล้อมวงกับครอบครัวในครัวเล็ก ๆ กลิ่นหอมของขิง กระวาน และแป้งสาลีลอยอบอวล หญิงสาววัยรุ่นในบ้านกำลังนวดแป้ง มือคล่องแคล่วน่ามอง

“ลองทำไหม” มาดามถาม เวราตอบรับด้วยความกระตือรือร้นเพราะดูไม่น่ายาก กลิ้งแป้งลงไป ใช้มือกดลงเหมือนที่เห็น 

แฉะ! แป้งติดมือเป็นก้อนเหนียว ทุกคนหัวเราะ เวราหน้าแดง รีบสะบัดมือแต่กลับยิ่งเลอะ กวินกลั้นหัวเราะหน้าแดง เอื้อมมือมาช่วยดึงก้อนแป้งออกจากนิ้วเรียว

“ของดูง่าย ทำไมยาก” หญิงสาวบ่นอุบ

“ไม่ยากหรอก คุณแค่ยังไม่รู้จักมันน่ะ”

ร่างหนายืนซ้อนหลัง แขนยาวเอื้อมหยิบแป้งนวลโรยบนถาดนวดแป้ง จากนั้นชี้มือให้เธอลองอีกครั้ง คราวนี้ แป้งไม่ยักติดกันแฮะ เวราถึงบางอ้อ จะหันไปอวดกวิน ก็พบสายตาของเขาเสียก่อน

มันอ่อนโยนกว่าทุกที

เธอชะงัก

กวินปรับสีหน้า บอกเธอว่าเขาจะไปคุยกับเจ้าของบ้าน แล้วผละไปหาชายชราคนหนึ่ง สีหน้ากวินอ่อนโยน นอบน้อม เป็นกริยาที่เธอไม่ค่อยได้เห็น

❖

แสงแดดบ่ายลอดผ่านช่องแสงลงมากลางลาน หัวหน้าครอบครัวยกมือขึ้น ทุกคนหันไปทางแท่นบูชาเล็ก ๆ มุมห้อง ที่มีรูปพระกฤษณะและพวงมาลัยดาวเรืองสีสด

ทุกคนพนมมือสวดมนต์ เสียงทุ้มต่ำประสานกันเป็นจังหวะ เวรานั่งมองด้วยความแปลกตา พวกเขาสวดก่อนกินอาหาร เหมือนยกทั้งมื้อให้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ กวินมองเธอเป็นเชิงเตือน เวราลังเล แต่เมื่อเห็นเด็กเล็กต่างประนมมือด้วยความศรัทธา เธอก็ยกมือขึ้นบ้าง และรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่หาเหตุผลมารองรับไม่ได้เอาเสียเลย

นี่กวินพาเธอย้อนเวลามาสู่ยุคโบราณหรือไง ยุคที่คนยังเชื่อว่าโลกแบน และเชื่อว่ามวลเทพคือผู้สร้าง ผู้รักษา และผู้ทำลาย ทั้งที่ความจริงมนุษย์ต่างหากเป็นผู้กำหนด

ไม่นานอาหารที่เริ่มคุ้นตาก็ถูกจัดวางตรงกลาง ทั้งแป้งกลมแบบโรตี แกงดาล ชีสย่าง ทุกคนกินด้วยมือเปล่าอย่างสนุกสนาน ครอบครัวพูดคุยกัน ส่งยิ้มให้กัน ความรู้สึกบางอย่างแล่นขึ้นกระบอกตา แป้งโรตีถูกวางบนใบตองตรงหน้า

กวินนั่นเอง

“กินได้ไหม หรือคุณอยากได้ข้าวสวย”

เวราส่ายหน้า รีบบิแผ่นแป้งจุ่มแกงสีจัดเข้าปาก ครั้งนี้ไม่มีใครหัวเราะมีแต่รอยยิ้มเอ็นดูที่ทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่า ความเรียบง่ายตรงหน้านี้ มีคุณค่าในแบบที่เธอไม่เคยสัมผัส

❖

“คืนนี้เราจะพักที่นี่ บ้านซัลวี ช่างทอผ้าแพรปาโตลา ครอบครัวนี้สืบทอดการทอผ้ามาหลายชั่วอายุคนแล้ว”

กวินชวนเดินเล่นหลังมื้ออาหาร เวราเงยหน้ามองผืนผ้าสีสดที่โบกสะบัดเหนือศีรษะ เส้นไหมย้อมสีบนราวเชือกระหว่างต้นไม้และเสาไม้ ไหวพลิ้วไปตามลมราวกับธงศักดิ์สิทธิ์

“กลิ่นอะไร…แรงจัง”

“คราม” กวินตอบ “นี่คือหัวใจของผืนผ้าตระกูลซัลวี สีย้อมผ้าทำจากพืช ไม่ใช้สีวิทยาศาสตร์”

เขาพาเธอเดินต่อไปยังเรือนแถวทอผ้า ภายในมืดสลัว มีกี่ทอไม้โบราณตั้งเรียง กระสวยไม้กระทบเส้นด้ายดัง ตึ๊กตัก ตึ๊กตัก เป็นจังหวะ ชายชรานั่งคู่กับหนุ่มน้อยอายุคราวหลาน เลื่อนเส้นพุ่งและเส้นยืนทีละเส้น ลายผ้าเริ่มโผล่ขึ้นทีละน้อย

เวราหยุดมอง ลายที่คมชัดขนาดนี้…ทำไมถึงได้จากการมัดย้อม?

เธอเอื้อมมือจะจับเส้นด้าย แต่กวินเอื้อมคว้ามือเธอไว้

“อย่าแตะ…ทุกเส้นหมายถึงเวลาหลายเดือนของเขา”

เธอพยักหน้าหงึกหงัก บิดมือออกอย่างนุ่มนวล สัมผัสอุ่นจัดยังอบอวล ความเงียบชั่วครู่ทำให้เสียงกระสวยยิ่งดังชัด

ถัดไปคือเรือนย้อมไหม อ่างดินเผาเรียงราย กลิ่นสีธรรมชาติฟุ้งไปทั่ว เส้นด้ายที่ถูกมัดเป็นปมเล็ก ๆ แขวนอยู่บนเชือก เหมือนแผนที่ลับรอเวลาเผยตัว เวรามองแล้วถอนหายใจเบา ๆ

“ซับซ้อนขนาดนี้…มันไม่ใช่แค่ผ้าเลย”

มุมปากหยักของกวินยิ้ม

❖


 


[1] เมืองปาฏัณ (Patan) เมืองโบราณในรัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย เคยเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการค้า วัฒนธรรม และการทอผ้าปาโตลา มีสถานที่สำคัญคือบ่อน้ำขั้นบันไดรานีกีวาว ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก