พี่สาว
พี่สาว

ผืนผ้าไหมถูกคลี่ออกช้า ๆ ทุกเส้นใยส่องสะท้อนแสงแดดยามเช้า ลายเรขาคณิตสลับดอกไม้คมชัดราวกับภาพวาดพิมพ์ลงไปทีละเส้น ทำให้เวราก้มมองจนใกล้
เธอเคยเห็นผ้าหรูจากทุกแบรนด์บนรันเวย์ เคยเห็นผ้าทอมือราคาสูงหลายครั้งหลายหน แต่ไม่เคยรู้สึกหัวใจหยุดนิ่งอย่างนี้ มันทั้งสง่า ทั้งซับซ้อน ราวกับมีกฎเกณฑ์ลับบางอย่างซ่อนอยู่
“ลายพวกนี้มาจากไหนกัน? เป็นลายเฉพาะของปาฏัณ หรือลายเฉพาะของครอบครัวซัลวี?”
“มองจนจะทะลุเนื้อผ้า หน้าตาคุณไม่เหมือนคนส่องหาเลขหวยเลยนี่นะ”
“พี่วา! ไม่ใช่คุณ!” เวราแยกเขี้ยว นี่ถ้ารู้ว่านายกวินเป็นคนกวนประสาทแบบนี้ เธอเสี่ยงขึ้นแท็กซี่สนามบินดีกว่า
“ไหนเรียกเพราะ ๆ สิ พี่-วา-ครับ”
“ป้า-วา?”
“พี่พอย่ะ!”
“อ้าว! เห็นอยากแก่นัก แล้วถามจริง เมื่อคืนทำไมไม่นอนห้องตัวเอง ไม่กลัวเสียชื่อเสียงหรือไง”
กวินหมายถึงเมื่อคืนที่ถูกเธอเคาะประตูเรียกกลางดึก แล้วมุดลอดแขนเข้าไปยึดฟูกหนาของชายหนุ่มหน้าตาเฉย ทั้งยังสั่งให้ชายหนุ่มไปยกฟูกของเธอมานอนด้วยกัน ห้ามย้ายห้อง
“ที่นี่ไม่มีใครรู้จักชั้นหรอกน่า ถ้าไม่อยากถูกแย่งที่นอน วันหลังก็จองโรงแรมดี ๆ สิ อย่านอนในโบราณสถาน แล้วอีกอย่าง เรื่องแบบนี้ นายไม่พูดเสียอย่าง แฟนนายไม่รู้หรอก”
“ใครจะใจกว้างงงง เหมือนแฟนคุณล่ะ”
“พี่วา! ไม่ใช่คุณ! เอ๊ะ ทำไมสอนยากสอนเย็น แล้วฉันยังไม่มีแฟนย่ะ ไม่มีทั้งสามี ไม่มีทั้งแฟน!!”
“ทำไมยังไม่มี? เลือกไม่ได้ หรือเพิ่งถูกทิ้ง” ชายหนุ่มกังขา เล่นเอาเวราเท้าเอวหมับ
“ถึงฉันจะไว้ใจนาย แต่เราสนิทกันจนคุยเรื่องส่วนตัวได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“สนิทไม่สนิท ก็นอนด้วยกันมาสองครั้งแล้วล่ะ ถ้าเป็นหนังไทย คุณท้องไปแล้ว”
เวราฟังแล้วแทบกรี๊ด เงื้อมือสูงหากวินหลบฉากอย่างรู้งาน ทั้งยังหันมาสำทับ
“ถ้าจะไปด้วยกัน ใส่ผ้าใบนะ ไม่งั้นวันนี้ผมทิ้งคุณไว้กับโบราณสถานนี่จริง ๆ ผีหลอกกลางวันไม่รู้ด้วย”
“เชอะ! มาทำเป็นขู่ นึกว่าฉันกลัวหรือไง หา! นายกวิน!”
❖
บันไดหินทอดยาวลงสู่ใต้ดิน ลึกจนแสงแดดด้านบนดูไกลลิบ เวรายอมสลัดรองเท้าส้นสูงคู่โปรด ไม่ได้กลัวเกรงคำขู่ของกวินหรอก รู้ว่าเขาเป็นคนปากร้ายไปงั้น แต่มาดามลักษมีบอกว่าจะต้องเดินเยอะ ขึ้นลงบันไดหินราวตึกสูงเจ็ดชั้น เวราจึงยอมสวมรองเท้าผ้าใบ และเตือนตัวเองว่าอย่าถ่ายรูปคู่กับเสาไฟฟ้ากวิน
“บ่อน้ำขั้นบันไดนี้สร้างในสมัยราชวงศ์จาลุกยะ[1]...”
ตาปริบ ๆ ว่างเปล่าของหญิงสาวทำเอากวินทำหน้าเอือม
“คุณนี่ เดินทางมาตัวเปล่าจริง ๆ ไม่รู้หรือว่ากำลังมาเที่ยวบ่อน้ำมรดกโลก”
“รู้สิ มาดามลักษมีบอกนี่ แล้วฉันจะหาข้อมูลมาก่อนให้เหนื่อยทำไม ในเมื่อมากับคนคลั่งโบราณคดี ถามจริง นายเอาเรื่องทอผ้าบังหน้าใช่ไหม จริง ๆ แล้วคือนักล่าสมบัติข้ามชาติป่าว แบบ อินเดียน่าโจนส์ไง”
กวนไปงั้น คิ้วหนาขมวดฉับดังคาด เวราซ่อนยิ้ม ไม่อยากบอกว่าตอนเขาไปซื้อบัตรเข้าชม เธอแอบอ่านข้อมูลล่วงหน้าแล้วต่างหาก
กวินเป็นนักเที่ยว และคงเก็บเกี่ยวศิลปะหลากรูปแบบไว้ใช้กับงานของเขา ทำให้เวราอยากรู้สิ่งที่เขาสนใจบ้าง เมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าแยกไป หญิงสาวก็คว้าต้นแขนแข็งแรงไว้มั่น
“เล่าให้ฟังหน่อยสิ ที่นี่มีความเป็นมาไง เผื่อต้องขโมยโบราณวัตถุ ฉันจะได้รู้ว่าควรหยิบชิ้นไหน”
❖
- [1]ราชวงศ์จาลุกยะแห่งคุชราต (Chaulukya dynasty) ราชวงศ์ที่ปกครองดินแดนคุชราตราวคริสต์ศตวรรษที่ 10–13 มีเมืองอณหิลวาฑะหรือปาฏัณในปัจจุบันเป็นเมืองหลวง รู้จักกันอีกชื่อว่า “ราชวงศ์โสลังกี” และไม่ใช่ราชวงศ์จาลุกยะแห่งแคว้นเดกกัน