LNCrawler

ผ้าศักดิ์สิทธิ์

บัลลังก์ทอรัก เกมร้ายตระกูลพันล้าน — novel.dek d.com · All chapters

ผ้าศักดิ์สิทธิ์

cd8bb8d53752c281a7779933439320dd.jpg

แสงโคมไฟน้ำมันในเรือนยาวของครอบครัวซัลวีส่องแสงอุ่นอวลไปทั่ว ทุกคนล้อมวงรอบเสื่อสะอาด ผ้าปาโตลาผืนงามถูกคลี่ออกตรงกลาง ความเงียบแปรเปลี่ยนเป็นความศักดิ์สิทธิ์

มาดามลักษมีประคองชายผ้าด้วยสองมือราวกับกำลังแตะต้องคัมภีร์โบราณ

“ผ้าผืนนี้จะถูกนำไปถวายแด่สุริยะเทพที่โมด์ฮีรา ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษจะไปสู่อ้อมกอดของพระอาทิตย์”

บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์จนเวราไม่กล้าขยับ จ้องลายเรขาคณิตที่คมชัด มันงดงามจนกระเป๋าลิมิเต็ดอิดิชั่นทั้งตู้ กลายเป็นเพียงของเล่นไร้ค่า

ในห้องเดียวกันนั้น มีแววตาของราเมชหลานชายวัยรุ่นที่ยืนอยู่หลังวง เวราเห็นเข้าโดยบังเอิญ และไม่สามารถละสายตาได้ เขามองผ้าผืนนั้นด้วยประกายตาที่เวรารู้จักดี

ประกายตานั้นตามติดความคิดของเธอจนใช้เวลานานกว่าจะข่มตาหลับได้

❖

เวรารู้สึกตัวตื่นกลางดึก เสียงหายใจสม่ำเสมอของกวินเริ่มคุ้นหู เขากำลังหลับสนิท ดูเหมือนเลิกคิดขับไล่เธอจากห้องนอนแล้ว แต่ไม่วายล้อเลียนเพราะจับได้ว่าเธอกลัวผีจนเข้าขั้นวิกฤติ

“ทำไมไม่ห้อยพระล่ะ เวลาผีมา จะได้โชว์ให้มันดู เผื่อเวิร์ค”

“สวดมนต์ไม่เป็น!” เวราตาคว่ำ ตะแคงหน้าเข้าฝาผนังตัดบทการสนทนา แต่กวินบัดนี้ถือว่าสนิทกับเธอแล้ว จึงไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ

“คนสวดมนต์ได้ต้องมีสติ พวกที่กลัวผีมาก ๆ พอผีมา อะไรก็ลืมหมด ถามจริง โตจนขึ้นคาน ที่ผ่านมาถ้าต้องเดินทางคนเดียวทำไง”

เวราสะบัดหน้ากลับ มองเขาอย่างโยนความผิด

“เลขาชั้นเขาจองโรงแรมให้จ่ะ ไม่ได้จองโบราณสถาน!”

“คุณนี่ไม่มีความรู้ประวัติศาสตร์เลยจริง ๆ นะ ผีโบราณสถานก็เป็นผีโบราณสิ พูดภาษาโบราณ อย่างที่นี่ ถ้าเป็นผียุคโซเล็งคี หรือ จาลุกยะ ก็พูดภาษาบ้านเมืองเขา ถ้าเป็นผีเพิ่งตายไม่กี่สิบปี ก็พูดภาษาคุชราต หรือไม่ก็ฮินดี ไม่มีภาษาไหนที่คุณฟังออกแล้วจะกลัวทำไม”

“อินเดียเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ!” เวรากัดฟัน กวินพยักหน้าหงึก “จริงแฮะ ถ้างั้นคงลำบากหน่อยถ้าเจอผีพูดภาษาอังกฤษได้ ผมเองก็เคยเจอน่ะ แต่ฮื่อ อย่าฟังเลย คุณจะกลัวเปล่า ๆ”

“คนใจร้าย! รู้งี้ เรียกแท็กซี่สนามบินเสียก็ดี!”

“ผมกลับดีใจที่คุณยอมมากับผม รู้ไหม ผมเป็นคนเจอผีบ่อยที่สุด แต่เวลานอนกับเพื่อน เพื่อนจะเป็นคนเจอ ผมรอดทุกที อย่างตอนไปเวียดนาม นอนคนเดียวนอนแทบไม่ได้เลย มาเป็นตัวเลย นั่งปลายเตียง แต่พอเพื่อนตามมา ผมไม่เจอเลย แต่เพื่อนจับไข้หัวโกร๋น”

“พอแล้ว! ไม่ต้องเล่า! เวรกรรมชั้นจริง มาเจอเด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้!”

คนหลอกเรื่องผีอย่างเลือดเย็นนอนหลับสนิท แต่คนถูกหลอกกลับอยากเข้าห้องน้ำ แต่ไม่กล้าไป

บ้านซัลวีเป็นบ้านคุชราตแบบดั้งเดิม แยกตัวห้องน้ำออกจากเรือนนอน ต้องเดินผ่านระเบียงมืด รอบห้องน้ำดันมีต้นไม้สูง แค่เงามืดกระพือ ใจของเวราก็แทบร่วงลงไปกองตรงตาตุ่ม

ไม่มีทางเลือก นอกจาก...ปลุก

เวราลุกขึ้น ค่อย ๆ ย่องไปหาร่างสูงที่นอนเหยียดยาวแบบคนหลับลึก มือเล็กแตะต้นแขน แต่กวินไม่รู้สึก

แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างกระทบสันจมูกโด่ง ขนตาของเขายาวเป็นแพ ริมฝีปากหยักยิ้มน้อยๆ เหมือนคนฝันดี

หล่อชะมัด คนอะไร เสียแต่ว่าเถียงคำไม่ตกฟาก กวินตอนนอนคือร่างทองที่มีเสน่ห์ที่สุดแล้ว

เวราค่อย ๆ ลดหน้าลงไปใกล้ แกล้งเขี่ยปลายจมูกโด่งเล่น

เจ้าของจมูกโด่งทำฟุตฟิต แล้วหลับต่ออย่างคนมีบุญ

“หลับง่ายสมวัยจริง เอาไงดีล่ะ”

เวราหันรีหันขวาง คิดอีกที ปลุกกวินแล้วต้องถูกล้อเลียนแน่ เอาวะ! ไปห้องน้ำเองเหอะ อย่างดีก็เจอผีต่างชาติต่างภาษา

หญิงสาวลุกมะงุมมะงาหราคลำทาง

ตุบ!

อารามมืด จึงไปเหยียบหรือสะดุดอะไรเข้า ร่างจึงเสียหลักร่วง

พลั่ก!! เธอหงายหลัง ล้มทับคนที่กำลังนอนหลับสนิทจนร้องลั่น!

โอ้ยย!!! เสียงลากยาวตามด้วยเสียงสูดปาก

“ขอโทษ ๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เวราละล่ำละลัก ศอกของเธอกระทุ้งแผงอกหรือหน้าท้องเข้าเต็มรัก ไฟหัวนอนถูกเปิด สีหน้าของกวินยุ่งยับไปหมด

“ที่นอนคุณอยู่ตรงโน้น มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ตรงนี้”

เวราลุกพรวดราวถูกน้ำร้อนราด มองชายหนุ่มเลิกเสื้อขึ้นโชว์แผงหน้าอกและซิกแพคแน่นเป็นลอนสวย ผิวสีละเอียดตัดกับผลงานศอกของเธอที่ประทับรอยแดงปื้นใหญ่ กวินหน้ามุ่ย

“จะไปห้องน้ำทำไมไม่ปลุกดี ๆ อ๊ะ! อย่าทำปากแข็งว่าไม่ใช่ นอนคลุมโปงขนาดนั้น” กวินงัวเงียลุกไปยังประตู ก่อนหันมาดุซ้ำ

“ตามมาสิ! หรืออยากไปห้องน้ำคนเดียว?”

❖