LNCrawler

คืนที่ดาวกระจ่าง

บัลลังก์ทอรัก เกมร้ายตระกูลพันล้าน — novel.dek d.com · All chapters

คืนที่ดาวกระจ่าง

“เรียบร้อยแล้ว กวินล่ะ จะเข้าห้องน้ำไหม ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะอยู่เป็นเพื่อน” เวรายิ้มประจบแต่ไม่วายกวนประสาทนิด ๆ กวินส่งเสียงหึในลำคอ ไม่ตอบ แต่เดินหายเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่ทันเห็นรอยยิ้มบางที่ตามติดหลังเขาไป

ปากร้าย ใจดี…นี่สินะ ตัวตนของกวินที่เธอเริ่มมองเห็น

อากาศกลางคืนเย็นจัด ลมพัดอ้อยอิ่งพาเอากลิ่นดินชื้นและหญ้าแห้งมาตามทาง ท้องฟ้ามืดสนิท ไร้แสงไฟนีออนคอยกลบแสงธรรมชาติ ดวงดาวจึงสุกสว่างระยิบระยับจนเวราต้องเงยหน้ามองอยู่นาน

“สวยจัง…ทำไมดาวเยอะแบบนี้นะ” เธอพึมพำ ราวกับพูดกับท้องฟ้า

“ท้องฟ้าก็เป็นแบบนี้เสมอแหละ แค่คุณไม่เคยหยุดมอง”

เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหลัง เวราหันกลับไปส่งยิ้มทั้งปากทั้งตา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอทอประกายระยิบรับกับดวงดาว กวินชะงัก แววตาคมที่มักดุดันกลับอ่อนโยนลงอย่างไม่รู้ตัว

“ไม่จริงหรอก” เวราส่ายหน้าเบา ๆ “บ้านฉัน ท้องฟ้าไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่มีดาวพราวเต็มฟ้าแบบนี้…แล้วก็ไม่มีลมที่พัดพร้อมกลิ่นสะอาด ๆ แบบนี้ด้วย”

ลมกลางคืนพัดกลุ่มผมเธอปลิวเล็กน้อย กวินยื่นมือไปปัดออกจากแก้มโดยไม่ทันคิด เวราชะงัก แต่ไม่ได้เบือนหน้าหนี หัวใจเต้นแรงขึ้น

ความเงียบปกคลุม แต่ไม่ใช่ความอึดอัด เป็นความเงียบที่ทำให้เสียงหัวใจของทั้งคู่ดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงลม ท่ามกลางความมืด แต่ระหว่างกวินและเวรา กลับเหมือนมีแสงสว่างโอบล้อม ทั้งสองเริ่มมองเห็นกันและกัน ไม่ใช่ในฐานะคนแปลกหน้าที่จำใจเดินทางร่วมกัน แต่เป็นมิตรภาพที่งอกเงยขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ

ลมกลางคืนพัดเอื่อย กลิ่นหญ้าแห้งผสมกลิ่นควันไฟจากครัวหลังบ้านลอยบางเบา เวรายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สายตายังทอดกลับไปหาดวงดาวที่พราวเต็มฟ้า ราวกับพยายามเก็บภาพนั้นเข้ามาไว้ในหัวใจ

“ขอบคุณนะกวิน สำหรับทุกอย่าง”

“รวมเรื่องผีดุที่ทำให้คุณไม่กล้าเข้าห้องน้ำด้วยหรือเปล่า?”

“เกือบดีอยู่แล้วเชียว” เวราค้อน กวินหัวเราะ เอามือยีผมหญิงสาวอย่างอดใจไม่อยู่

“หนอย! ชมเข้าหน่อย ปีนเกลียวเล่นผมพี่สาวเฉย”

ได้ผล กวินเปลี่ยนเป็นใช้สองมือยีผมเธอหนักกว่าเก่าด้วยอาการมันเขี้ยว

“บ้า! คนบ้า! หยุดเดี๋ยวนี้!”

มือไม้ของเวราปัดป่าย แต่แขนของกวินยาวกว่ามาก จึงยันหน้าผากไว้จนมือของเธอเอื้อมไม่ถึง จนต้องออกแรงดันสุดฤทธิ์ เหมือนแกล้ง กวินปล่อยมือ ร่างโปร่งจึงเซถลา และคงล้มคลุกฝุ่นถ้าเขาไม่โอบไว้เสียก่อน ผลคือ เวราตกอยู่ในวงแขนคนช่างแกล้ง

เธอรัวหมัดใส่แผงอกกว้างเป็นการเอาคืน

“โอย! พอ ๆ ถ้าผมช้ำในตาย คุณจะกลับบ้านยังไง ถามจริง”

“ฉันไม่ได้ง่อยเปลี้ยเสียขาสักหน่อย คนบ้า...” เวราแหวอย่างเหลืออด แต่อุ้งมือแข็งแรงปิดปากเธอไว้เสียก่อน หญิงสาวสะบัดดิ้น หากกวินจุปากดุ แววตาเขาไม่เหลือแววขี้เล่นให้เห็นอีกแล้ว ซ้ำยังกวาดมองไปทางด้านหลัง

“ได้ยินเสียงอะไรไหม” เขาลดเสียงลงแทบเป็นกระซิบ

“อย่ามาอำเลยน่า ผีไม่มีจริงสักหน่อย” เวรากัดฟันกรอด หากกวินไม่ตอบ เขาไม่ปล่อยมือจากเธอ แล้วยังดึงไปหลบหลังเสา เสียงไม้ลั่นทำเอาเวราสะดุ้ง เธอหันไปมองต้นเสียง เห็นเงาเลือนรางในความมืด เงานั้นกำลังอุ้มห่อผ้ายาวเกินกว่าจะเป็นเพียงผ้าห่มธรรมดา

หัวใจเธอเต้นแรง 

“กวิน! ผ้าศักดิ์สิทธิ์!”

“อยู่ตรงนี้นะ อย่าไปไหน” คนร่างสูงสั่งก่อนเผ่นตามเงามืด แต่เวราคือเวรา มีหรือที่จะเชื่อฟัง เธอตามหลังกวินโดยไม่เสียเวลาคิด ทั้งคู่กระโจนตามเงานั้นไปจนถึงลานนอกบ้าน เวราตะโกนโหวกเหวกซ้ำเพื่อให้โจรตกใจ แต่ไม่ได้ผล ชายคนนั้นขึ้นรถจี๊ปเก่าที่มีคนขับพันผ้าดำปิดหน้ารออยู่ เครื่องยนต์คำราม ก่อนหายไปในความมืด

เสียงเอะอะดังทั่วบ้านในเวลาต่อมา มาดามลักษมีร้องไห้โฮ ครอบครัวและลูกศิษย์รีบกรูกันออกมา แสงตะเกียงสั่นไหวด้วยความตื่นตระหนก

“ตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้าน เรื่องร้ายก็เกิดขึ้น!” ชายชราคนหนึ่งตวาด นิ้วชี้ไปทางเวรา

อารมณ์หญิงสาวพุ่งจี๊ด เปลี่ยนโหมดจากตื่นตระหนกเป็นพร้อมบวก

“กล่าวหากันแบบนี้ มีหลักฐานหรือ?” เธอแหวหนัก เจ้าหญิงเวราไม่กลัวใครอยู่แล้ว และคงจะตอบโต้มากกว่านี้หากกวินไม่ขยับมายืนบังร่างของเธอไว้

“ทำไมต้องมีหลักฐาน ในเมื่อเห็นอยู่ ผู้หญิงคนนี้คือเงาแห่งความโชคร้าย เทพเจ้ากำลังพิโรธ!”

“ผมมาพร้อมเวรา ถ้าเธอเป็นตัวโชคร้าย ผมก็คงเป็นเหมือนกัน” กวินขัด เขารู้ดีว่าความเชื่อโชคลางเป็นเรื่องจริงจังของชุมชน จำเป็นต้องรีบแก้ไขก่อนความเชื่อจะลุกลาม

“ไม่จริง กวินเป็นมิตรแท้ของครอบครัวซัลวี” ชายชราเถียงอย่างดื้อดึง เวรากัดฟันกรอด ทุกสายตามองมาที่เธออย่างน่าหงุดหงิด

กวินก้มลงตรวจรอยเท้าที่พื้นดิน ชิ้นกุญแจเล็ก ๆ หล่นอยู่ตรงนั้น กุญแจห้องเก็บผ้าที่มีเพียงลูกศิษย์ในบ้านเท่านั้นที่ถือ

“คนใน…” ประมุขของครอบครัวซัลวีเอ่ย เสียงสั่นด้วยโทสะ “ใครถือกุญแจเป็นคนสุดท้าย!”

สายตาทั้งบ้านหันไปที่ราเมช เด็กหนุ่มสะดุ้ง ตัวสั่น

“ผม…ผมเปล่านะ ต้องมีคนขโมยแน่…”

บรรยากาศเงียบงัน เวรามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความเห็นใจ

“เราต้องรีบตามไป” กวินพูดเสียงหนัก “ถ้าไม่ทัน ครอบครัวจะเสื่อมเกียรติจนไม่สามารถกู้คืนได้อีก”

เวราก้าวออกมาอย่างไม่ลังเล

“ฉันจะไปด้วย”

เวราสบตากวินตรง ๆ “เด็กคนนี้ต้องเจ็บปวดมากที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ถ้าเราเอาผ้ากลับมาได้ ไม่ใช่แค่เกียรติของชุมชน แต่จะเป็นการกู้หัวใจของเด็กคนหนึ่ง”

แสงตะเกียงสะท้อนในดวงตาของกวิน เขาพยักหน้าช้า ๆ ยอมรับการตัดสินใจของเธอ

ในอีกมุมหนึ่งของเมือง ณ ตลาดมืดปาฏัณ ผ้าศักดิ์สิทธิ์ถูกกางบนโต๊ะไม้เก่า รายล้อมด้วยสายตาโลภมากที่กำลังจับจ้อง

เดิมพันเพิ่งเริ่มต้น!

❖