LNCrawler

เดิมพัน

บัลลังก์ทอรัก เกมร้ายตระกูลพันล้าน — novel.dek d.com · All chapters

เดิมพัน

ตรอกแคบในตลาดมืดยังคงหลับไหล ทุกอย่างอึมครึม ร้านรวงทั่วไปยังไม่เปิด แต่ร้านที่ตั้งอยู่ในมุมลับตาแห่งนี้กลับพร้อมพรักราวกับกำลังรอคอยลูกค้าสำคัญ แสงไฟสีนวลส่องสว่างกระทบผ้าผืนงามบนโต๊ะ กลิ่นชาเครื่องเทศหอมกระจาย ชายวัยกลางคนเจ้าของร้านมีรูปร่างท้วมใหญ่ ท้องล้ำหน้ากว่าตัวเป็นคืบดูน่าอึดอัดต้วมเตี้ยม แต่เขากลับมีท่วงท่าคล่องแคล่ว แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ เสื้อเชิ้ตปักด้ายเงินเป็นลวดลายละเอียดมีกลิ่นกำยานฝังติด แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นสร้อยคอสีทองสุกอร่ามคล้องลูกกุญแจทองสามสี่อัน

เขามองลูกค้าแปลกหน้าอย่างหยั่งเชิง ภายใต้ริมฝีปากหยักยิ้มละไม

“เราสองคนต้องการผ้า และจะไม่รอเวลาร้านเปิด เพราะมันอาจจะ…สายเกินไป”

เวราแจ้งความประสงค์ มองใบหน้าอูมอย่างหยั่งเชิงเช่นกัน

ดวงตาสองคู่ประสานสายตา คู่แรกคือความสูงวัย เต็มไปด้วยประสบการณ์ชั้นเชิง ส่วนคู่ที่สอง คือความอ่อนวัยกว่าหากทว่าเต็มไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

ร่างอูมส่งสัญญาณให้ลูกน้องเสิร์ฟชาในถ้วยกระเบื้องเคลือบเนื้อดี ส่วนตัวเองผละไปด้านหลังร้าน กวินรับชามาดื่ม ตาคมลึกกวาดไปทั่วร้านราวกับจะเก็บรายละเอียดให้มากที่สุด ส่วนเวราใช้มือไล้ขอบแก้ว แทบไม่ต้องพลิกดูก็รู้ว่า นี่คือชุดกระเบื้องเคลือบจากยุโรปยี่ห้อดัง ไม่ใช่ชุดถ้วยชาทั่วไป

ของมีราคาเช่นนี้ คงเตรียมไว้สำหรับแขกพิเศษจริง ๆ สินะ

มิน่าเล่า ประตูหน้าจึงไม่ได้ลงกลอน ทำให้เธอและกวินล่วงเข้ามาได้

ผ้าศักดิ์สิทธิ์คงอยู่ที่นี่!

ชายังไม่หายร้อน ร่างท้วมก็กลับมาพร้อมลูกน้องอีกคนที่ประคองทบผ้ามาอย่างถนุถนอม

“ปาฏัณขึ้นชื่อเรื่องผ้าไหมปาโตล่า ผืนนี้เป็นผืนเก่าแก่ ราคาค่อนข้างสูง เป็นผ้าที่ดีที่สุดของร้าน” ผ้าแพรโบราณถูกคลี่กางบนโต๊ะ

เวราปรายตามอง

“นี่ไม่ใช่ฝีมือทอของครอบครัวซัลวี แล้วจะเรียกว่าเป็นผ้าผืนที่ดีที่สุดได้ยังไง“

รอยยิ้มบนใบหน้าอูมจางหาย

“คุณผู้หญิง ผ้าปาโตลาเพื่อเทพสุริยะเป็นผ้าศักดิ์สิทธิ” เจ้าของร้านส่ายหัวช้า ๆ “ลวดลายที่ใช้ทอเป็นลวดลายชั้นสูง ไม่ใช่ลวดลายสำหรับคนทั่วไป คนที่จะครอบครองต้องมีเชื้อสายเทพ ถึงคุณมีเงินก็ซื้อไม่ได้”

“ถึงมีเงินไม่พอ ก็ซื้อไม่ได้ คุณหมายความเช่นนั้นใช่ไหม?” เวราต่อรอง

“ฉันกำลังแต่งงาน มาที่นี่เพื่อเสาะหาผ้าที่ดีที่สุด นี่คือนามบัตรของฉัน” เวราส่งนามบัตรของเธอให้ “คุณสืบดูแล้วกัน ฉันเป็นนักธุรกิจ ไม่เอาเวลามาต่อรองเล่น ๆ แน่ ฉันต้องการผ้าที่ดีที่สุดของครอบครัวซัลวีเท่านั้น”

“ทำไมคุณมาหาเรา ไม่ไปขอซื้อจากพวกซัลวีโดยตรง”

“ฉันบอกคุณแล้วว่าเป็นนักธุรกิจ ฉันเลือกคุยกับคนที่ทำให้ฉันได้สิ่งที่้ต้องการ”

เวรากล่าวด้วยน้ำเสียงหนัก เจ้าของร้านมองความจริงจังนั้นออก เขาก้มลงอ่านนามบัตร ก่อนเงยหน้ากลับมาที่เธอ

“ขอบคุณที่ให้เกียรติร้านของเรา แม้เราจะค้าผ้ามานาน นานพอ ๆ กับตำนานทอผ้าของครอบครัวซัลวี แต่บางครั้ง คนไม่ได้เลือกผ้า หากเป็นผ้าที่เลือกคน......เราเสียใจจริง ๆ ที่ต้องปฏิเสธข้อเสนอนี้”

“บางที มันอาจจะดีกว่าถ้าคุณลองสืบดูว่า...ฉัน...จะเป็นคนที่ผ้าเลือกหรือเปล่า”

เวราก้าวออกจากร้านด้วยมาดนางพญา ปล่อยให้กวินเดินตามออกมา หากเมื่อออกจากร้านแล้ว เธอยังไม่กลับ แต่เดินอ้อยอิ่งวนไปมาหลายรอบจนกวินอดใจไม่ไหว คว้าแขนเธอออกจากตรอกแคบ ไม่ยอมปล่อยมือจนกระทั่งทั้งคู่พ้นเขตตลาดมืด

“คุณกำลังทำอะไร? อย่าลืมว่านอกจากเจ้าของร้าน ยังมีลูกน้องร่างหนาหนึ่ง คนขนของสักลายงูต้นแขนอีกหนึ่ง และเจ้าเด็กวัยรุ่นที่ป้วนเปี้ยนหน้าร้านนั่นอีกหนึ่ง ถ้าเกิดเขาเปลี่ยนใจปล้นคุณขึ้นมา เราสองคนศพไม่น่าจะสวย”

“ลุงท้วมแกเป็นพ่อค้า” เวราตั้งสมญานามให้เจ้าของร้านเสร็จสรรพ “คนค้าขายต้องการกำไร ไม่ต้องการค้าความหรอกน่า”

“ของโจร! พวกเขาไม่ขายให้ลูกค้าจรหรอก ต่อให้มีเงินแค่ไหนก็เหอะ”

“แปลว่า คุณคิดเหมือนชั้นว่าผ้าอยู่ที่นั่น”

“อืมมม”

ตลอดทั้งคืน เวราและกวินสุมหัวกันด้วยความมั่นใจว่าร่องรอยผ้าศักดิ์สิทธิ์น่าจะยังอยู่ในเมืองปาฏัณ และการขโมยผ้าน่าจะเกิดขึ้นเพราะมีใบสั่ง คนก่อการจึงต้องมีเส้นสาย เครือข่าย หรืออิทธิพล

“ผ้าเลือกคน? ของโจรแท้ ๆ เอามาใส่โชว์ก็ไม่ได้ ต้องชื่นชมแบบซุก ๆ ซ่อน ๆ ใครกันที่ต้องการผ้า และต้องเป็นคนประเภทไหนนะ”

กวินไม่ต่อปากต่อคำ เขาเงียบไปครู่ใหญ่แล้ว จะว่าไป ตั้งแต่ออกจากร้านนายท้วมเลยแหละ ราวกับกำลังใช้ความคิดจึงปล่อยให้เธอเดินวนไปวนมาได้ตั้งนาน

จู่ๆ คนที่เงียบมาตลอดก็โพล่งขึ้น

“ลูกค้าจะมารับผ้าศักดิ์สิทธิคืนนี้ เขาต้องการมันเพื่อเป็นของขวัญให้ใครสักคน”

“เป็นอับดุลหรือไง หรือนั่งทางใน ถึงเดาแผนโจรออก” เวราแซว หากชายหนุ่มรุ่นน้องดึงหูฟังไร้สายที่ซุกในหูโดยมีผมปิดไว้จนยากจะมองเห็น

“ผมทิ้งไมค์ไว้ในร้าน”

เวราทึ่งจัด ไมโครโฟนรุ่นใหม่มีขนาดเล็กเกินกว่าจะมองเห็นง่าย กวินคงถือโอกาสตอนเธอเจรจา ซุกไมโครโฟนจิ๋วไว้ในกองผ้าสักแห่ง เมื่อแขกต่างเมืองเดินออกจากร้าน สองคนจึงพูดคุยถึงผ้าปาโตลาสนุกปาก ลามไปถึงคนสั่งซื้อ ทำให้กวินได้ข้อมูลที่ต้องการ

❖