ความลับกับกลิ่นหญ้าแห้ง
ความลับกับกลิ่นหญ้าแห้ง
เดฟจากไปแล้ว ทิ้งให้เวราบ่นอุบในห้องส่วนตัวของชายหนุ่มที่เธอเข้ายึดครอง
“กวิน อย่าหาว่าฉัน เอ่อ พี่จุ้นจ้านเลยนะ แต่คนระดับเดฟไม่ยอมพบใครง่าย ๆ ถ้าเขาตามมาถึงปาฎัณ แปลว่าเขามีข้อเสนอที่ดีที่ไม่ควรมองข้าม”
“ผมไม่ว่าง”
“แล้ววันอื่นล่ะ”
“วันอื่นก็ไม่ว่าง”
กวินล้มตัวลงนอนปิดจบการสนทนาไปดื้อ ๆ ทำเอานักธุรกิจสาวอย่างเวราหงุดหงิดเกินกำลัง
“ถามจริง ทำไมไม่ยอมพบเขา มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า”
คำตอบคือเงียบ
“แปลว่าไม่มีเรื่องกันมาก่อน” เมื่ออีกฝ่ายไม่พูด เวราก็สรุปเอง “ถ้าไม่มีเรื่องบาดหมางกัน ก็พบเขาเสีย จะไม่ชอบหน้าเขา ไม่อยากเปลี่ยนแปลง อยากจะรักษาธุรกิจผ้าทอมือให้เหมือนเดิมแบบนี้ไปตลอดกาล ใครก็ทำอะไรนายไม่ได้หรอก การผูกมิตรไว้ดีกว่าสร้างศัตรู แล้วบอกตามตรงนะ คนอย่างเดฟ อย่างอาณาจักรเมห์ตา ไม่มีใครอยากเป็นศัตรูด้วย ได้ไม่คุ้มเสีย”
คำตอบคือเงียบ!
เวราเหลือกตา ทิ้งตัวลงบนฟูก หลุดปากพึมพัมว่า พระเอกเกิ๊น ไม่ตั้งใจจะให้อีกฝ่ายได้ยิน เหล่มองคนบนฟูกอีกหลัง
เวราหน้าเสีย
กวินได้ยินมันแน่ ๆ เขาเม้มปากไม่พอใจ แล้วพลิกตะแคงนอนอีกด้าน ราวกับไม่อยากเห็นหน้าเธออีก!
❖
เสียงหายใจสม่ำเสมอของกวินดังข้างหู เวรานอนมาหลายชั่วโมง แต่ดวงตาไม่ยอมปิดลงเสียที
เวราลุกขึ้นช้า ๆ เสียงไม้ใต้พื้นดัง “เอี๊ยด” จนเธอกลั้นหายใจ หันมองร่างสูงที่ยังนอนนิ่ง แสงจันทร์สาดผ่านบานหน้าต่างตกบนสันจมูกเขาเป็นเงาคม
โชคดี เขายังไม่ตื่น
เธอก้าวถอยหลังสองก้าว แต่ปลายเท้าสะดุดขอบโต๊ะ เสียงโอ๊ยอยู่ในลำคอ เจ็บจนน้ำตาซึม
กวินตื่นไหม?
หัวใจหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม เธอนิ่งไม่กล้าแม้แต่เบือนหน้ามอง เงี่ยหูฟัง…
เสียงหายใจของกวินยังคงเรียบสงบ
เวราปล่อยลมหายใจเบา ๆ ค่อยขยับย่องไปยังประตู มือเล็กค่อย ๆ ดันบานประตูไม้เก่าออก เสียงบานพับครางเบาเหมือนจะขัดขืน แต่ก็ยอมเปิดทางในที่สุด
ลมกลางคืนพัดกลิ่นหญ้าแห้งและดินชื้นเข้ามาปะทะ เธอก้าวออกสู่ลานกว้างที่มืดสลัว บ้านเรือนรอบข้างเงียบสงัด เสียงลมใบไม้กราวจนน่าขนลุก
หญิงสาวลูบต้นแขน เหลียวซ้ายแลขวาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี จวบจนเห็นร่างผอมโผล่จากเงามืด ดวงตาเล็กวับวาว เวราก็พ่นลมจากปากด้วยความโล่งอก
❖
“นี่ถ้าไม่มานะ ฉันคงร้องไห้” เวราชวนเด็กชายคุย ราเมซฟังเธอรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่สิ่งที่เธอต้องการนั้น เขานำมาให้ตามสัญญา
“เก่งมาก และกล้าหาญมาก รู้ไหม” เวราชม ราเมซยิ้มจืดชืด เขายังดูกังวลมากทีเดียว
“เราจะนำผ้ากลับคืนมาได้จริงหรือมาดาม” เด็กชายถาม เวราพยักหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ
“เชื่อสิ วิธีนี้ฉันถนัดที่สุดแล้ว ไม่ต้องตกใจ ฉันมาคนเดียวตามนัด ไม่ได้บอกกวิน ป่านนี้นอนหลับไม่รู้เรื่องแล้ว บ่องตง ไม่ต้องห่วง”
❖
โจรมักฝังตัวอยู่ในบ้าน และบ้านซัลวีก็เช่นกัน
แม้เกิดอยู่บนกองเงินกองทอง หากเวราต้องเผชิญกับการชิงดีชิงเด่นและความโลภ การต่อสู้ทางการค้า เธอจึงมองเกมนี้ออกตั้งแต่แรก และเลือกจะใช้วิธีที่เธอถนัด นั่นคือ เงิน
ราเมซคือหมากชั้นแรกของเธอ
แววตาเด็กชายในวันที่ผ้าศักดิ์สิทธิ์หายไปสะท้อนหลายสิ่ง เวราจึงเริ่มจากสิ่งนั้น เธอดักเจอเด็กชาย ตะล่อมให้เขาเปิดเผยสิ่งที่เขารู้ สัญญาว่าจะช่วยเหลือเขา
“แม่ผมป่วย เขาบอกว่าจะช่วยรักษา”
เวราเสนอว่าถ้าเขายอมพูดความจริง เธอจะช่วยค่ารักษาพยาบาลแม่ และเขาควรจะได้อยู่กับแม่ ดูแลแม่ เพราะถ้าถูกจับได้ เขาอาจต้องเข้าคุกไปพร้อมคนขโมยผ้า ไม่ได้พบแม่อีก
เพียงเท่านี้ เด็กชายก็นัดให้เธอมาพบกันนอกบ้านซัลวี ตามลำพัง
เวราจึงรอให้กวินหลับลึก ฝืนความกลัวทั้งหมด ออกไปพบราเมซตามสัญญา
โจรมักหักเหความสนใจ โดยโยนบาปให้แพะสักตัว และแพะที่โจรเลือก คือเธอ
เวราหมายมาดว่าจะกระชากหน้าโจรในเรือนคราวหลังเพราะมีสิ่งที่ต้องทำก่อน นั่นคือตามหาผ้าคืน ก่อนที่ผ้าจะถูกลักลอบขนออกจากปาฏัณ
❖