ปฏิบัติการลับ
ปฏิบัติการลับ

เวรากับราเมซก้าวเท้าเร็วขึ้นเมื่อพ้นเขตชุมชน ดวงตาคมมองถนนลูกรังสู่ชุมชนในตัวเมือง
จุดหมายชัดเจนในหัว... นั่นคือที่เดียวที่ผ้าศักดิ์สิทธิ์จะถูกนำไปขายต่อ
เวราซ่อนยิ้มในเงามืด ใครจะนึกว่าเธอกำลังทำเรื่องบ้าบิ่นเพื่อคนอื่น เธอไม่ได้ประโยชน์อะไรกับสิ่งนี้เลย ไม่มีเลยสักอย่าง แต่เวราก็ลงมือทำ เพียงเพราะเธอ...ทำได้
หรือเป็นเพราะกวินรับปากว่าจะเป็นคนทำสิ่งนี้กันแน่นะ
“ทำไมนายต้องยื่นมือช่วยมาดามลักษมี ของหายไปแล้วแท้ ๆ” เวราจำได้ว่าถามเขาไปอย่างนั้น หลังจากกวินเสนอตัวต่อครอบครัวซัลวีและมาดามลักษมีว่าจะช่วยตามหาผ้าคืนมา
“ผ้าสำคัญหายไป คนในครอบครัวซัลวีออกตัวตามหาเองไม่ได้ ข่าวผ้าหายต้องรั่วแน่ อีกอย่าง ผมรู้ว่าหัวใจของมาดามกำลังแตกสลาย”
“โลกเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ แต่มาดามลักษมียังยึดติดกับความเชื่อเก่า ๆ ฉันว่า...”
“คุณอย่าเอาความคิดแบบคนรุ่นใหม่ไปฝังกลบความเชื่อคนรุ่นเก่า คุณรู้ไหม ผมมีครูทอผ้าอีกคนที่ดูแลผมมาตั้งแต่เด็กราวกับลูกชาย ครูรักผ้าที่ทอทุกชิ้น โดยเฉพาะกระเป๋าผ้าใบหนึ่ง สายสะพายขาด กระเป๋าใบนั้นใช้ไม่ได้ แต่ครูยังเก็บมันไว้อย่างทะนุถนอม”
“สายสะพายขาด ทำไมไม่ซ่อม หรือทำใหม่”
“สายสะพายไม่อยู่แล้ว แกตัดออกไปเอง ผมอาสาซ่อมให้ก็ไม่เอา ครูบอกว่าจะเก็บไว้แบบนั้น เพราะบางอย่าง อะไรก็ทดแทนไม่ได้ เหมือนผ้าศักดิ์สิทธิผืนนั้นแหละ ความรัก ความทรงจำ และศรัทธา เป็นเรื่องเฉพาะตัว เราเอาความคิดของเราไปคิดแทนคนอื่นไม่ได้”
เงาจันทร์ทอดยาว เส้นทางสู่ตลาดมืดไม่ใช่เส้นทางที่คุ้นเคยเลยสักนิด แต่คืนนี้ เธอตั้งใจจะไปให้ถึง
❖
เสียงฝีเท้าของเวราก้องสะท้อนในตรอกแคบ ราเมซหยุดเดินแล้วตอนนี้
“ผมไม่กล้าไป ถ้าพวกมันจับได้ คงปาหินใส่ผมจนตาย ผมกลัว คุณอย่าเข้าไปเลย พวกมันมีอาวุธ”
“ฉันจะไม่เข้าไป เธอกลับไปเถอะ ฉันจะแอบดูอยู่ตรงนี้ แล้วจะกลับเหมือนกัน”
ทิ้งกันกลางคันแบบนี้ เล่นเอาเวราใจหาย แต่เธอไม่มีทางเลือกเลย
ราเมซวิ่งปรู๊ดหายไปในความมืด ชุมชนนอกเมืองมีจารีตเข้มงวด เวราจึงเข้าใจเด็กชายดี
หวังว่า ทุกสิ่งที่ราเมซบอกเธอจะเป็นความจริง
❖
เด็กชายพื้นเมืองเดินกับหญิงสาวที่อยู่ในชุดพื้นเมืองคลุมผมเรียบร้อย ดูไม่สะดุดตา แต่เมื่อเหลือเพียงหญิงสาวคนเดียว เวรารู้ว่าเธอจะเป็นจุดเด่นทันที
เธอต้องหาที่ซ่อน
เธอลอบเข้ามาด้านหลังร้านที่เป็นโกดังตลาดมืด ไฟตะเกียงลอดออกมาตามช่องไม้ เสียงพูดคุยต่ำ ๆ ของชายท้องถิ่นภายในร้านดังเป็นห้วง
พวกมันมีไม่ต่ำกว่า 4 คน ร้านเล็กห่างจากความแออัด พวกมันพูดคุยกันระหว่างเฝ้ายามของสำคัญ
เธอก้าวไปที่ลังไม้เพื่อปีนขึ้นหลังคา ทว่า
“เฮ้! ใครน่ะ?”
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินออกมาจากมุมมืด แสงไฟส่องทำให้เธอเห็นมีดสั้นเหน็บเอว ดวงตาคมกริบจับจ้องมา เวราใจเต้นโครมคราม ขาแทบแข็งอยู่กับที่
“มาทำอะไรที่นี่?” เขาก้าวสามขุมเข้ามาใกล้
เวราฉีกยิ้ม และเป็นยิ้มมัดใจชายที่เธอคิดเอาเอง ในเสี้ยววินาทีนั้น หางตาเห็นท่อนไม้ข้างกำแพง เธอคว้ามันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เพี๊ยะ!
เสียงกระแทกดังสนั่น ชายร่างใหญ่ล้มฮวบลงไปกับพื้น หญิงสาวถอยกรูดเมื่อเห็นชายผู้นั้นเงยหน้ามองเธอตาเขียวปั๊ด
ในหนังสลบทุกราย แต่ของจริงไม่ยักสลบ!
ชิกไหแระ!!!
มันคำรามมองเธอกินเลือดกินเนื้อก่อนฟุบหน้ากับพื้นสิ้นฤทธิ์ไปเสียดื้อ ๆ
อ้าว! เฮ้ยยย!
เวรามองร่างหนาที่แน่นิ่งไปด้วยฝีมือเธอ ยิ้มภูมิใจปรากฎ ไม่เสียแรงที่เติบโตมากับเซเลอร์มูน มนต์แห่งจันทราจึงอยู่ที่เธอ
หากแต่ยิ้มภูมิใจชะงัก เมื่อเห็นรองเท้าคุ้นตา เธอเลื่อนหน้าขึ้น และได้พบกับดวงหน้าของคนที่คิดว่ากำลังหลับสนิท
ไม่ใช่ตัวแทนแห่งจันทราที่ลงทัณฑ์สินะ หากเป็นพลังจากซุปเปอร์ไซยา โงกุน
และเป็นโงกุนอารมณ์บูดเสียด้วย
กวินมองเธอราวกับจะบีบคอให้ตาย ในมือเขาถือเหล็กหนา และนั่น คงเป็นสาเหตุความแน่นิ่งตรงหน้า
ทั้งตรอกเงียบกริบ
เธอเองก็ด้วย!
❖