อย่าได้คิด
อย่าได้คิด

“เกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่มีอะไรครับนาย ลังล้ม ผมบอกกีรานแล้วว่าให้จัดตรงนั้นให้ดี ไอ้นี่มันขี้เกียจ นอกจากไม่จัดให้เป็นระเบียบแล้วยังสุมของกอง ๆ ไว้”
เจ้าของร้านไม่ติดใจ โบกมือไล่ลูกจ้างให้ไปนอน ลูกจ้างพ้นตาจึงหยิบกล่องเงินจากลิ้นชักขึ้นมานับ เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นเงาสองร่างพุ่งเข้าหา
ผู้บุกรุกปรากฎต่อสายตา
“อะ อะไร—!!! ใครส่งพวกแกมา!?” เจ้าของร้านตะโกนเสียงสั่น มือขยับจะหยิบมีดสั้นใต้โต๊ะ แต่ไม่ทัน กวินก้าวถึงตัว ถีบโต๊ะไม้จนตะเกียงโยกคลอน เจ้าของร้านตัวแข็งทื่อ ช้อนตามองตะเกียงเอียงกระเท่เร่ด้วยความวิตก
“ไฟกับผ้า พลาดล่ะเป็นวอด” เวราขู่ทับ ตาเจ้าเล่ห์ของเจ้าของร้านหลุกหลิกจัด มืออูมแอบขยับเคลื่อน
แกร๊ก!!! กวินผลักโต๊ะกระแทกผนังเสียงดัง ตะเกียงกลิ้งหลุน เวราคว้าไว้ มองกวินโน้มตัวขู่ เจ้าของร้านสั่นงก ๆ
“อย่าคิดหยิบมีด!”
เวราขู่ซ้ำ
“ถ้าแกคิดสู้ ชั้นจะเอามีดเสียบพุงอวบของแก ควักตับไตไส้พุงมาทำตือฮวน พวกฉันกินมังสวิรัติหลายมื้อแล้ว อย่าคิดว่าขู่เล่น!”
กวินกลอกตาเมื่อได้ยินคำขู่แปลกประหลาด หากเวราไม่สนใจ ยังติดลมตะคอกคู่กรณี
“แกบอกว่าผ้าเลือกคน แต่ฉันจะบอกว่าฉันไม่เคยยอมเป็นฝ่ายถูกเลือก ระดับมหาเศรษฐีเมืองไทยอย่างฉันเป็นฝ่ายเลือกตลอดล่ะย่ะ และด้วยความเป็นนักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จสูงระดับต้น ๆ ของประเทศไทย แกต้องรู้ว่าฉันทำอะไรทำจริง ฉันไม่ได้ขู่เล่น ๆ ฉันต้องการผ้าของครอบครัวซัลวี”
เวราประกาศด้วยท่าทีนางพญาเต็มที่ เจ้าของร้านตาเหลือก
“ไม่ได้หรอก! ผ้าผืนนั้นถูกจองแล้ว!”
เวราหยิบอะไรบางอย่างจากกระเป๋าถือ วัตถุทรงกลมพันด้วยผ้าสีเข้ม เหลือปลายกลมโผล่พ้นผ้าออกมาเหมือนปากกระบอกปืน เธอยกขึ้นเล็ง
เจ้าของร้านหน้าซีด เข่าทรุด มือยกขึ้นประหลก ๆ
“อย่า ๆ ๆ ผมยอมแล้ว ผ้าอยู่ในตู้เหล็กโน่น ลูกค้าที่จองมันเบี้ยว นัดแล้วไม่ยอมมารับของ! เอาไปเถอะ!”
“ตัดสินใจถูกต้องแล้ว แม้ชีวิตแกดูไม่มีค่าเท่าไหร่ แต่ฉันจะเปิดโอกาสให้กลับใจ อ้อ! ฉันไม่กรรโชกทรัพย์ใครนะ บอกแล้วว่าฉันเป็นนักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จระดับสูงของประเทศ ฉันไม่ยอมเสียเครดิตทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่จะซื้อคืนด้วยจำนวนเดิมเท่าราคาซื้อขาย แกจะได้ไม่มีปัญหาว่าเบี้ยวลูกค้า”
เจ้าของร้านรีบไขกุญแจมือสั่นกึก ๆ ผืนผ้าแพรงามถูกยกออกมาด้วยมือสั่นเทา กวินรับผ้าอย่างระแวดระวัง
“เอ้า เอาไปเลย! ลูกค้าไม่โอนเงินมาเสียที ซวยชะมัด!”
เวรากับกวินสบตากัน คำแก้ตัวฟังดูตลกแต่เป็นไปได้ ตลาดมืดเต็มไปด้วยพวกเบี้ยวนัด
เจ้าของร้านยกมือไหว้แทบจะกราบ
“อย่าฆ่าผมเลยนะ ผมไม่อยากตาย!”
เวรายิ้มหวาน หากยังประทับอาวุธในท่าพร้อมยิง มองกวินมัดร่างท้วมเข้ากับเก้าอี้ เหงื่อผุดรอบกรอบหน้าอูมด้วยความหวาดผวา
“ไม่ต้องกลัว เราไม่ฆ่าแกหรอก ของซื้อของขาย เรารับสินค้าแล้วจะชำระเงิน แค่มัดไว้กันตุกติกหรือเปลี่ยนใจน่ะ แล้วผ้าผืนนี้เป็นผ้ามีเจ้าของ เราจะนำไปคืน ดังนั้น เราสองคนไม่ได้รับซื้อของโจร เข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้งไหม?”
เมื่อร่างท้วมถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้แน่นหนา หญิงสาวก็ลดอาวุธลง ปลดผ้าออก
ปลายกระบอกสีดำมะเมื่อมเผยโฉม กลายเป็นบลัชออนแท่งโต ที่หญิงสาวหมุนออกมาแต้มริมฝีปากสบายใจเฉิบ
เจ้าของร้านตาค้าง
“ของใช้ดีนะ ทาตาก็ได้ แก้มก็เวิร์ค อ้อ ๆๆ เกือบลืม เวลาตำรวจจับผู้ร้าย ต้องพูดแบบนี้” หญิงสาวกระแอม ตีหน้าเคร่งขรึม ทั้งที่ตาเป็นประกาย
“แกมีสิทธิที่จะไม่ให้การใด ๆ ที่จะใช้เป็นหลักฐานมัดตัวได้ และจะว่าไป ฉันก็ไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ได้ของกลางคืนมาคือจบ...ส่วนลูกค้าของแกหากคิดงอแงทวงผ้าคืน ฉันจะแจ้งความว่ารับซื้อของโจร นี่คือข้อหาสถานเบา แต่ถ้าคิดจะตามราวีล้างแค้น ฉันจะแจ้งข้อหาตัวการหรือผู้ร่วมสมคบคิด ทั้งนักธุรกิจหรือนักการเมือง ลองมีเรื่องอื้อฉาวแบบนี้ มีแต่พังกับพัง จะลองดูก็ได้”
❖