LNCrawler

ศรัทธาและหัวใจ

บัลลังก์ทอรัก เกมร้ายตระกูลพันล้าน — novel.dek d.com · All chapters

ศรัทธาและหัวใจ

6e7fbae3d9cb165fda47815e53d92e8a.jpg

ลานกว้างหน้าบ้านไม้โบราณของตระกูลซัลวีอบอวลด้วยแสงตะเกียงและควันกำยาน ผืนผ้าปาโตลาศักดิ์สิทธิ์ถูกวางไว้บนแท่นบูชาเล็กที่หันไปทางวิหารแห่งสุริยเทพโมด์ฮีร่า เสียงสวดขอพรก้องกังวาน

เวรากับกวินยืนอยู่ด้านหลัง ไม่ได้อยู่ในฐานะแขก หากเหมือน “คนใน” ที่ร่วมพิธีด้วย มือสัมผัสกันอย่างไม่ตั้งใจ ตาสบตา รอยยิ้มจางประทับริมฝีปากหยักของกวิน

หลังพิธี มาดามลักษมียกมือไหว้เวราด้วยความซาบซึ้ง ทำเอาหญิงสาวรีบไหว้กลับแทบไม่ทัน

“คุณช่วยรักษาเกียรติของบรรพบุรุษเราไว้” เสียงประมุขหญิงสั่นพร่า แววตาเต็มไปด้วยความขอบคุณ เวราพยักหน้ารับด้วยความตื้นตัน ดวงตากลมโตของหญิงสูงวัยมีน้ำตารื้น เวราเคยได้รับคำขอบคุณจากผู้คนมากมาย และส่วนใหญ่เป็นคนใต้บังคับบัญชาหรือธุรกิจคู่ค้า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าคำขอบคุณที่มาดามลักษมีมอบให้นั้น น้อยกว่าความรู้สึกของเจ้าตัวมากมาย ใจของเธอจึงฟูพองมากกว่าครั้งไหน

โฉมหน้าโจรในบ้านถูกเธอกระชากหลังจากผ้าคืนสู่เจ้าของ โดยมีหลักฐานเป็นเงินก้อนใหญ่ที่เจ้าตัวซุกซ่อนไว้

“ฉันเห็นเขารับเงินก้อนสุดท้ายกับตา” เวราปด เพราะไม่อยากให้เรื่องลามไปถึงสายข่าว เด็กชายราเมซ ซึ่งบัดนี้เฝ้าไข้มารดาที่โรงพยาบาลโดยค่ารักษาทั้งหมดได้รับการอนุเคราะห์จากผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม

มาดามลักษมีตัดสินใจไม่แจ้งความ เพราะไม่อยากให้เรื่องอื้อฉาว ชายชราที่เคยด่าทอว่าเวราคือความโชคร้ายต้องออกจากหมู่บ้าน ส่วนเงินที่พบ มาดามลักษมีนำมาคืนให้เธอ

เมื่อเรื่องร้ายผ่านพ้น คนในหมู่บ้านพากันเฉลิมฉลองด้วยสีหน้าแช่มชื่นราวกับเรื่องร้ายไม่เคยเกิดขึ้น

เด็กหญิงคนหนึ่งยื่นพวงมาลัยดาวเรืองให้ กวินรับพวงมาลัยแล้วคล้องลงบนข้อมือเวรา แววตาเขาทำให้หัวใจของเธอสะดุด แก้มนวลเริ่มร้อน

เวราไม่ใช่หญิงสาวไร้เดียงสา เธอเข้าใจความหมายของแววตานั้นดี

บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของผู้คน ผู้คนที่เพิ่งรู้จักกัน หรือบางคน เวราไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ามาก่อนด้วยซ้ำ แต่เวลานี้ คนแปลกหน้าที่ยืนรายล้อมต่างมองเธอด้วยแววตาเทิดทูนและขอบคุณ หากเป็นเมื่อก่อน เธอไม่ค่อยใส่ใจกับความรู้สึกละเอียดอ่อนนัก แต่ตอนนี้ ความรู้สึกละเอียดอ่อนกลับแทรกซึมเข้ามาในหัวใจจนรับรู้ได้

❖

ถนนเล็กในย่านเมืองเก่าเงียบสงัด ลมพัดเศษใบไม้ปลิวไล่ไปตามทาง กวินเดินนำหน้า ส่วนเวราก้าวตามในระยะไม่ใกล้ไม่ไกล ไฟถนนสลัวสะท้อนเงาของเธอบนพื้นยาวเรียวพร้อมเงาของกระเป๋าหนังหรู

กวินเหลือบมองแล้วเบือนสายตากลับไปข้างหน้า ใจไม่อยู่นิ่ง

ท่าทางวางเงินเป็นปึกเพื่อยื่นหมูยื่นแมวกับเจ้าของร้านตลาดมืดและไม่ยอมเอ่ยปากเรื่องนี้ให้มาดามลักษมีรู้ จนเมื่อเขาเล่ารายละเอียด ประมุขแห่งบ้านซัลวีแจ้งความจำนงขอชดใช้เงินดังกล่าว เจ้าของเงินก็ยังยืนกราน

“ทำแบบนี้ไม่ได้ จะเป็นการติดหนี้บุญคุณ ผ้าศักดิ์สิทธิ์ตกเป็นสิทธิของคุณไปแล้ว เราไม่สามารถถวายสุริยเทพได้”

“ถ้างั้น...” เวราโพล่งออกมาอย่างคนตัดสินใจเร็ว “ฉันขอติดป้ายในงานพิธีว่าอสวากุลกรุ๊ปสนับสนุนแล้วกันค่ะ ขอแค่ภาพถ่ายตอบแทนก็พอ จะนำไปเบิกงบประชาสัมพันธ์กับบริษัท”

มาดามลักษมีไม่ยอม แต่เวรายืนกรานเด็ดขาดไม่แพ้กัน ทั้งยังให้เลขาที่กรุงเทพฯ ส่งกราฟิกป้ายติดงานพร้อมใบรับรองการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมอีกต่างหาก

เจอไม้นี้ มาดามลักษมีก็ล่าถอย แล้วลากเวราเข้าไปยังห้องนอนส่วนตัว หายไปพักใหญ่ หญิงสาวก็อุ้มผ้ากองโตกลับออกมาด้วย

“มาดามลักษมีให้ผ้าชั้น นายเลือกไปบ้างสิ ฉันใช้ไม่หมดหรอก”

กวินปฏิเสธ เวราจึงหยิบผ้าส่วนหนึ่งส่งมาให้

“ฉันดูไม่เป็นหรอก แต่มั่นใจว่ามาดามต้องเลือกผ้าชิ้นงามให้แน่ นายเอาไปฝากครูกับพ่อแม่นะ แบ่งกัน ถือเป็นความดีความชอบที่ช่วยกันเอาผ้าคืนมา”

ไม่มีสักคำที่เวราเอ่ยถึงเงินที่เสียไป สมกับเป็นทายาทแห่งอสวากุล ตระกูลธุรกิจใหญ่ที่รวยล้นฟ้า!

กวินเอ๊ยยย จะถูกใจผู้หญิงสักคน ทำไมไม่เจียมตัว

แผลเก่าที่เคยหายขาด กลับผุดขึ้นมาให้เจ็บแสบอีกรอบ กวินพยายามซ่อนลมหายใจลึก เดินเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เวราไม่ทันรู้ว่าข้างในเขากำลังร้อนรุ่ม เธอยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อเร่งฝีเท้าตาม หอบน้อย ๆ พลางส่งเสียงดุ

“เดินเร็วอะไรนักหนา ควายหายหรือหนีใคร”

กวินชะงักแต่ไม่หันกลับ แค่ยกไหล่แล้วตอบเรียบ ๆ

“ผมก็เดินแบบนี้เสมอแหละ”

“น่านนน! อย่าบูลลี่ขาสั้น ๆ ของฉันแบบนี้นะ” เวราแกล้งตีสีหน้า หากเมื่อเห็นชายหนุ่มไม่เล่นตอบ ก็เงียบไป

“มีอะไรรึเปล่า ปวดหัวเหรอ”

มือเล็กทาบหน้าผากกว้างอย่างถือวิสาสะ เห็นอาการอึ้งของชายหนุ่ม ก็คิดเองเออเอง

“เหนื่อยละสิ วิ่งตามผ้ากันทั้งคืน ยังต้องปลอบมาดามร้องไห้อีกตั้งนาน นี่ขนาดได้ผ้าคืนยังร้องไห้ขนาดนี้ ถ้าเราไม่ได้ผ้ากลับมา นายเห็นจะไม่ต้องกลับกรุงเทพฯ งั้นกลับกันไหม ไม่ต้องเดินเล่นก็ได้ ถึงคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่เราพักที่นี่ แต่มุมไหนก็เหมือนกันแหละ”

“ผมไม่เป็นไร” กวินฝืนยิ้ม “เราเดินเล่นกันดีกว่า กลับเมืองไทยคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีก”

“ครั้งเดียวก็เกินพอ” เวราทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หากน้ำเสียงจริงจัง “ครั้งเดียวสำหรับที่นี่ คิดว่าจะมาเรียนรู้เรื่องผ้า กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวซวยจนต้องผจญภัยชิงผ้าคืน เหนื่อยเกิ๊น คราวหน้า นายจัดโปรแกรมดี ๆ หน่อยนะ ฉันรู้ว่านายมันสายลุย แต่เอาจริงนะ เผื่อรันเวย์ให้รองเท้าส้นสูงของฉันได้ทำงานบ้างเห๊อะ”

จบคำ เวราก็คว้ามือหนาออกเดิน ดวงตาคมสวยสุกสกาวกว่าเคย และสองข้างทางมีสิ่งน่ารื่นรมย์ที่หัวใจเธอเพิ่งสัมผัสได้ หากทว่า แววตาอีกคนหม่นลง

ความแตกต่าง…ชนะความรักได้เสมอ!