แรกพบ
แรกพบ

เวราเป็นคนใส่ใจเรื่องที่ควรใส่ใจ หากคิดว่าอะไรไม่สำคัญ เธอจะตัดมันออกจากความคิดทันที
ผู้ชายคนนั้นก็เช่นกัน เขาทิ้งสายตาเฉยชาก่อนเดินจากไป ทำราวกับเธอทำเรื่องร้ายแรงอย่างนั้นแหละ เขาคือคนแปลกหน้า เธอคือคนแปลกหน้า ไม่ควรเข้ามาวุ่นวายก้าวก่าย โดยเฉพาะยุคนี้ที่มิจ (ฉาชีพ) เกลื่อนเมือง การเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเข้าถึงตัว เป็นเรื่องโง่เอามาก ๆ
การที่เธอชักสีหน้า บอกให้รู้ชัด ๆ ว่าอย่าเข้ามายุ่มย่าม เป็นการป้องกันตัวเองที่เหมาะสมแล้ว
ดังนั้น เมื่อพบอีกฝ่ายบนเครื่องบิน เวราก็อึ้งไป
เขาเดินผ่านเธอตรงไปยังที่นั่งแบบชั้นประหยัดซึ่งอยู่ตอนหลัง สบตากันด้วยความเฉยชา (เขา) และอึ้ง (เธอ) ก่อนเวราจะตัดความรู้สึกก่อกวนออก
เขานั่งชั้นประหยัด เธอนั่งชั้นธุรกิจ เธอได้ลงจากเครื่องก่อน เดินผ่านช่องตรวจคนเข้าเมืองแบบเร่งด่วน ขณะที่เขาต้องรอผู้โดยสารส่วนใหญ่ลงจากเครื่อง เข้าคิวช่องตรวจคนเข้าเมืองแบบธรรมดา เธอคงไม่ต้องเจอสายตาเย่อหยิ่งเฉยชาชวนอึดอัดแบบนั้นอีก ในเมื่อโลกของเขาและเธอแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
❖
เครื่องบินแล่นลงรันเวย์อย่างราบรื่น ผู้โดยสารชั้นธุรกิจสามารถลงจากเครื่องได้ก่อน และตรงไปยังช่องทางพิเศษ ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที เวรากับกระเป๋าเดินทางใบย่อมก็มาถึงเคาน์เตอร์รถรับจ้างที่เธอจองไว้ล่วงหน้า
ไม่เห็นมีอะไรยากเสียหน่อย เดี๋ยวพอขึ้นรถรับส่งสนามบิน เธอจะไปถึงโรงแรมห้าดาวและได้พักผ่อนบนเตียงนุ่มพร้อมทำงานสำคัญในวันรุ่งขึ้น
ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี
เวรามั่นใจเต็มเปี่ยม ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทค้าปลีกเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ เดินทางด้วยตัวเองไม่ได้ก็แย่เต็มทน อย่าว่าแต่การผลักดันโครงการให้สำเร็จเพื่อชิงความเป็นเบอร์หนึ่งของบริษัทเลย
เธอแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ แสดงหลักฐานการจอง เขาอธิบายอะไรกลับมายาวเหยียด ฟังแทบไม่รู้เรื่องเพราะไม่ชินสำเนียง จนขอให้เขาอธิบายช้า ๆ จึงได้รับแจ้งว่าให้ไปนั่งรอ
เวรายิ้มรับ บอกเขาว่าจะไปซื้อกาแฟ จากนั้นเลี่ยงไปยังบริเวณร้านค้า ส่องหากาแฟยี่ห้อที่รู้จักแต่ไม่พบ ยืนชั่งใจมองร้านกาแฟท้องถิ่นสองสามร้านแถวนั้นแล้วตัดใจเลือกสักยี่ห้อ รอกาแฟอีกครู่ จึงลากกระเป๋ากลับมานั่งรอที่เดิม เปิดแท็บเล็ตวางแผนงานในวันรุ่งขึ้นด้วยความสบายใจ จวบกระทั่งเห็นใครบางคนเดินผ่านหน้า ลูกเอ๊ะจึงเริ่มทำงาน
❖
“ระบบล่มครับ คุณผู้หญิง เราไม่พบการจองของคุณ”
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!! ทำไมคนที่บอกให้เธอไปนั่งรอด้วยความสุภาพเรียบร้อย กลับปฏิเสธเธอด้วยน้ำเสียงกระด้าง
“ระบบล่ม เราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ” เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์จองรถบอกซ้ำโดยไม่คิดแก้ปัญหาหรือขอโทษที่ปล่อยให้เธอนั่งรออยู่นานสองนาน
“มันจะเป็นไปได้ไง! ชั้นจ่ายเงินแล้วจากกรุงเทพฯ” เวราฉุนจัด ยื่นหลักฐานการชำระเงินใส่หน้า แต่ชายพื้นเมืองร่างผอมกลับมองหลักฐานของเธอด้วยอาการทองไม่รู้ร้อน
“ไว้เราจะตรวจสอบที่หลัง”
“ไว้เราจะตรวจสอบ? แปลว่ายังไง? ทำไมชั้นต้องรอการตรวจสอบ! ทำไมไม่หารถให้!!”
“เพราะเราไม่มีรถแล้ว”
“อะไรนะ!!!”
นี่เป็นตลกร้ายกาจที่สุด! ไม่มีรถทั้งที่เธอจ่ายค่าบริการไปแล้ว แพงเสียด้วยเพราะเลือกรถอย่างดี แต่พอเดินทางมาถึง ระบบกลับล่มทั้งที่เธอมีหลักฐานการชำระเงิน เจ้าหน้าที่รายนี้ไม่ใส่ใจบริการ ไม่กระตือรือร้นแก้ปัญหาให้ลูกค้าเลยสักนิด
“คุณผู้หญิงควรไปเรียกแท็กซี่ด้านโน่น หรือจะให้ผมหาให้?” ตาฉายแววเจ้าเล่ห์จนเวรากัดฟันกรอด ทีแบบนี้ล่ะมาเอื้อเฟื้อ ฝากไว้ก่อนเหอะ ชั้นจะย้อนจัดการแกที่หลัง หญิงสาวหมายมาด ก่อนสะบัดหน้าเดินฉับ ๆ ไปยังบริเวณเรียกแท็กซี่
รอให้ถึงโรงแรม จะเขียนจดหมายร้องเรียน ไม่แค่เรียกเงินคืน แต่จะ ๆๆๆๆ จนเอาให้จุกกันเลยทีเดียว เวราก้มหน้าก้มตาเดินสับแบบแช่งชักหักกระดูก เมื่อถึงที่หมาย เห็นภาพตรงหน้า ก็ได้แต่อ้าปากค้าง
วันนี้เป็นวันอะไร (วะ)
วิบากกรรมผู้บริหารสาวดูไม่จบเพียงแค่นี้สินะ คิวรอแท็กซี่ยาวเหยียดซ้อนพับไปมาจนหาต้นแถวปลายแถวไม่เจอ นี่มันคิวเรียกแท็กซี่หรือคิวบัตรจับมือไอดอลหว่า
“ในเมืองมีเทศกาลใหญ่ถึงสองงาน ผู้โดยสารจึงมีปริมาณมาก ขอให้อดทนรอนะคะ” เจ้าหน้าที่ประจำบูธรถแท็กซี่บอกหลายครั้ง ก่อนเสนอทางเลือกให้
“คุณคงเหนื่อยแย่แล้ว เอางี้ไหมคะ ด้านโน่นมีแท็กซี่อิสระ ถ้าคุณไม่อยากรอ ลองใช้บริการพวกเขาดู”
เวรามองแท็กซี่นับสิบคันที่จอดข้างนอก คนขับกวักมือเรียกหยอย ๆ มันไม่ใช่โลกที่เธอเคยชิน จึงชักหวาด ยกโทรศัพท์ขึ้นด้วยความเคยชิน แต่เมื่อเห็นเวลาหน้าจอ มือก็ตกลง
ล่วงเข้าตีสองแล้ว จะโทร.เรียกใครได้ และอีกอย่าง เธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน
ใบหน้าแหลมยื่นเข้ามา เวราผงะ มือขรุขระคว้ากระเป๋าเดินทางราคาแพงของเธอไว้!
“แท็กซี่ของเราพร้อมบริการ คุณผู้หญิงต้องการไปไหน”
“ไม่! ชั้นไม่ไป!”
“คุณรอไม่ไหวหรอก แท็กซี่สนามบินคืนนี้ไม่พอ ผมส่งถึงโรงแรม” คนขับหว่านชื่อโรงแรมหรู หนึ่งในนั้นคือโรงแรมที่เวราจองไว้
หูตาหลุกหลิกจ้องกระเป๋าถือชวนเสียวสันหลัง
“ไม่ไป ชั้นมีคนมารับ” หญิงสาวยื้อกระเป๋าตัวเองคืน แต่มือคนหน้าแหลมเหนียวเป็นตีนตุ๊กแก ใจหายวาบเมื่อเห็นพรรคพวกของชายหน้าแหลมพากันชี้มือมาทางเธอ และเดินมาสมทบ
“ปล่อยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ” เวราขู่ ตาลึกเจ้าของมือหรี่ลง เสียงอ่อนยวบทันควัน
“ผมหวังดีนะ เราไม่มีรถมาก ไปกับผมดีกว่า”
เวรารู้ตัวว่าตกอยู่ในสถานการณ์ไม่สู้ดี คนขับท้องถิ่นหลายคนล้อมเธอไว้ ทันใดนั้นเอง มือแข็งแรงของใครบางคนคว้ากระเป๋าที่กำลังถูกยื้อ มืออีกข้างคว้าต้นแขนของเธอ!
หญิงสาวจะสะบัดหนี แต่เมื่อเห็นดวงหน้าคมเข้ม ก็ชะงัก
เป็นเขา! ผู้ชายคนนั้น ที่เธอพบที่สนามบินเมื่อหัวค่ำ
“ขอโทษที่มาช้า เราไปกันเถอะ” เสียงทุ้มกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนพูดเป็นภาษาไทยเร็ว ๆ ว่า “ไปกับผมก่อนแล้วค่อยคุยกันว่าคุณจะเอาไง”
น้ำเสียงของเขาสุภาพแต่ไม่เป็นกันเอง ต้นแขนแข็งแรงพ้นแขนเสื้อสีฟ้าอ่อนขืนแรงดึงกระเป๋าทำให้มือขรุขระผละออกโดยเฉพาะเมื่อสบตาเข้มจัดจ้า เขาไม่ปล่อยต้นแขนเธอ พาเดินออกมาไกลจากกลุ่มรถรับจ้างพื้นเมือง
เวราไม่มีเวลาคิดนัก สาวเท้าตามเขาทั้งที่กลัวว่าจะหนีเสือปะจระเข้
ระหว่างเสือแขก กับจระเข้ไทย เวราเลือกอย่างหลัง!
“ผมเห็นคุณออกมาตั้งนาน เกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงเกือบห้วนทำเอาเวรานิ่วหน้า มองสำรวจคนพูด อายุอานามคงเพิ่งเรียนจบกระมัง หน้าตาคมคาย ตาเข้มเด่นกว่าเครื่องหน้าทั้งหมด จมูกโด่งราวกับไม่ใช่คนไทย ริมฝีปากเหยียดเม้มเป็นเส้นตรง
นับเป็นคนหล่อจัดทีเดียว พ่อหนุ่มคนนี้ แต่แหม่ ทำตัวแก่แดดแก่ลมจริง เธอเห็นคนหนุ่มวัยนี้มามาก ส่วนใหญ่มีดวงตาสดใส ไม่เป็นผู้ใหญ่เกินตัวเหมือนหนุ่มตรงหน้า
“ขอบคุณที่ช่วย...นะคะ ฉันจองรถไว้ แต่ที่เคาน์เตอร์แจ้งว่าระบบล่ม ฉันต้องหารถเข้าเมือง”
“คุณพักที่ไหน?”
เวราตอบตามตรง แล้วก็ได้ยินชายหนุ่มสั่ง
“งั้นผมไปส่งคุณ อ้อ! นี่!” เขาค้นพาสปอร์ตในกระเป๋าส่งให้ “ชื่อนามสกุลของผม คุณจะได้วางใจว่าไม่ได้ไปกับโจร”
“ฉันไปว่าคุณตั้งแต่เมื่อไหร่?” เวราอดไม่ได้ ชายหนุ่มไม่ตอบ ร่างสูงหนายืนประกบทำให้เธอยิ่งดูบอบบางจนน่าข่มละมั๊ง กวิน...ใจทอ...คือชื่อของเขา อายุน้อยกว่าเธอสิบปีถ้วน
กวินยักไหล่ รับพาสปอร์ตคืนมา ก่อนคว้ากระเป๋าของเธอออกเดิน
“คุณ...หยุดก่อน!”
ร่างสูงหยุดกึก คิ้วหนาขมวดฉับ
“นี่ดึกแล้วนะคุณ” เขาเปิดฉาก “ตีสองกว่าเข้าไปแล้ว กว่าจะถึงโรงแรมคุณคงตีสาม รีบไปกันเหอะ ผมง่วง รับรองว่าส่งคุณแล้วจะหายหัวไปแต่โดยดี”
นี่ปากคนเรอะ! เวราเบ้หน้า ก่อนยิ้มกลบเกลื่อนเมื่อเห็นสายตาชายหนุ่ม
อย่างน้อย เขาคือหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน
“ฉันแค่อยากขอบคุณน่ะ แต่ฉันไม่นั่งไปฟรี ๆ หรอกนะ ว่าแต่รถของคุณคันไหน?”
“ไม่ใช่รถของผมหรอก ของเพื่อนผม อาจนั่งไม่สบายนัก แต่ก็ดีกว่าเสี่ยงไปกับคนพวกนั้น คุณพอนั่งได้ไหมล่ะ”
นายกวินคงไม่ใช่นักท่องเที่ยว ท่าทางเขาก็ไม่เหมือนเอาเสียเลย กระเป๋าเป้สมบุกสมบันสะพายด้านหลัง กระเป๋ากล้องผ่านงานตรากตรำคล้องไหล่ ดูไม่ค่อยมีฐานะ คงเดินทางมารับจ้าง ทำงานหรือไม่ก็เยี่ยมญาติ หน้าตาคมคายแบบนี้อาจมีเชื้อแขก
“นั่งได้สิ ชั้นไม่ใช่คนเรื่องมากสักหน่อย” เวราอดปากไม่อยู่ สาวเท้าตามขายาว ๆ ไป นึกดีใจที่อย่างน้อยได้พบคนไทยด้วยกัน อาสาพาไปส่งถึงโรงแรม
แต่พอกวินชี้ให้ดูรถที่มารับ เวราก็แทบลมจับ
ให้ตาย! นั่นรถหรือเกวียน!
❖
พิเศษสำหรับโปรโมชั่นอีบุ๊ก Flash Sale จะมีจำนวนจำกัดนะคะ
ฝากกดติดตามสำนักพิมพ์อลินน์ เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่นต่าง ๆ ค่ะ
https://www.mebmarket.com/p/alynn
กดลิงก์เพื่อเพิ่มบัลลังก์ทอรักในชั้นหนังสือของคุณ และอ่านตัวอย่าง ฟรี
