บททดสอบ
บททดสอบ
อาคารสำนักงานใหญ่ของเมห์ตา เท็กซ์ไทล์ อินเตอร์แนชั่นแนล เป็นอาคารสำนักงานทันสมัยสูงกว่ายี่สิบชั้น ตั้งอยู่บนถนนอาชรามหรืออาศรม อันเป็นถนนธุรกิจค้าผ้าเก่าแก่ ใกล้กันคืออาคารสำนักงานใหญ่ของสมาคมผู้ทอผ้า ออกแบบก่อสร้างโดยสถาปนิกเอกของโลก เลอ คอบูซิเอร์ [1]และกำกับงานก่อสร้างโดยดอร์ชิ[2] สถาปนิกคนสำคัญของประเทศในยุคนั้น จึงถือเป็นหมุดหมายงานออกแบบสถาปัตยกรรมยุคใหม่ของอินเดียและของโลก
กวินเข้าชมอาคารสำคัญทั้งหลังอย่างละเอียด คนของสมาคมฯ เล่าประวัติความเป็นมาของสมาคมซึ่งมีครอบครัวเมห์ตาเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ที่ร่วมก่อตั้งและควบคุมธุรกิจของประเทศ กวินใช้เวลาชมอาคารเก่ากว่าสองชั่วโมงด้วยความใส่ใจ แสงเงาของดวงอาทิตย์สาดผ่านช่องผนังภายนอก ก่อให้เกิดเงากระทบบนพื้น วัสดุปูนเปลือยยังคงเหลือริ้วรอยสากหยาบของไม้แบบก่อปูนที่ถูกถอดออกเมื่อปูนแข็งตัว แม้จะเป็นแค่ไม้แบบรอให้เนื้อปูนแห้ง หากการคุมงานก่อสร้างเต็มไปด้วยความประณีต แผ่นไม้แบบมีขนาดเสมอกัน และถูกวางเรียงเป็นจังหวะ ทำให้เกิดผิวสัมผัสของเนื้อปูนเป็นลวดลายเรียบง่ายประทับแน่นไปกับอาคาร ชมอาคารจากผลงานชิ้นเอกของเลอ คอบูซีเอร์จนเต็มอิ่ม กวินจึงเดินทางมาพบเดฟ เมห์ตาตามกำหนดนัดหมาย
การออกแบบโถงล็อบบี้ของเมห์ตา เท็กซ์ไทล์ ตัดกับอาคารเก่าเมื่อครู่ลิบลับที่ การตกแต่งประดับประดาเต็มที่จนดูเผิน ๆ เหมือนพระราชวังของมหาราชามากกว่าเป็นสำนักงาน พื้นหินอ่อนสะท้อนแสงโคมระย้าเป็นริ้ว เสาหินทรายสลักลายพรรณพฤกษาอินโดซาราเซนิกอันเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอินเดียกับสถาปัตยกรรมตะวันตก ลวดลายเหล่านั้นยังลามไปถึงฝ้าเพดาน กวินยืนชิดผนัง กวาดมองพิพิธภัณฑ์ผ้าในคราบออฟฟิศ ด้วยความรู้สึกประหลาด
ผ้าทอคุชราตแขวนในกรอบสีทองหลายผืนประดับผนัง ป้ายแสดงที่มา ปีที่ทอ ศิลปินทอผ้า เรียกได้ว่า ตระกูลเมห์ตาเป็นนักสะสมผ้าผืนสำคัญตัวยง
เลขาของเดฟพาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นผู้บริหาร ซึ่งถูกออกแบบอย่างทันสมัยต่างจากโถงล็อบบี้ ราวกับกวินหลุดเข้ามาอีกโลก จากโลกยุคเก่าของตำนานเมห์ตา สู่ยุคใหม่ของ เดฟ เมห์ตา
เดฟรออยู่แล้วในห้องประชุมกระจก
“ดีใจที่คุณมานะกวิน” น้ำเสียงเดฟนุ่มนวลและกระตือรือร้น เขายื่นมือ กวินจับเพียงสั้น ๆ ก่อนนั่ง เก้าอี้ฝั่งเขาเตี้ยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“ขอบคุณที่เชิญ” กวินตอบ ดวงตายังนิ่ง “ผมอยากฟังให้ชัดว่าคุณต้องการอะไร”
เดฟรินชาอย่างใจเย็น
“ผมเห็นงานของคุณตั้งแต่ที่ NID[3]” เดฟเริ่ม “สีครามของคุณมีเสียง ไม่ใช่ทุกคนที่ทำให้สีพูดได้ คุณไม่ได้แค่อนุรักษ์งานหัตถกรรม แต่คุณกำลังทำให้มันเติบโต”
กวินยังทำหน้านิ่ง
“ขอบคุณครับ แต่ผมคุ้นกับเสียงกี่ไม้มากกว่าเสียงคน”
รอยยิ้มที่มุมปากของเดฟไม่สั่นไหว เขาเลื่อนแฟ้มเอกสารมาหยุดตรงกลางโต๊ะ
“ผมอยากตั้งสตูดิโอทดลองในคุชราต พัฒนาสิ่งทอจากสีธรรมชาติ ตั้งมาตรฐานเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับ ตั้งแต่เมล็ดฝ้ายถึงป้ายสินค้า คุณจะเป็นหัวหน้าโครงการ”
การตรวจสอบย้อนกลับ หรือ traceability คือความสามารถในการตรวจสอบที่มาของข้อมูลวัตถุดิบรวมถึงกระบวนการ ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตรวจสอบย้อนกลับมุ่งเน้นไปยังเส้นใยและวัสดุตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงอุตสาหกรรมแปรรูป เป็นระบบที่อินเดียมีความเข้มแข็งเพราะเป็นสิ่งที่ตลาดต่างประเทศเรียกร้อง แต่ระดับหมู่บ้านทอผ้าเล็ก ๆ อย่างกวิน เรื่องนี้เป็นสิ่งใหม่ที่เขาต้องการเรียนรู้ ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นว่านักธุรกิจใหญ่อย่างเดฟอ่านใจนักทอผ้าหนุ่มได้ทะลุปรุโปร่ง
แต่เดฟอ่านใจชายหนุ่มออกเพียงครึ่งเดียว
“แล้วผ้าศักดิ์สิทธิ์ของซัลวีล่ะครับ” กวินทะลุกลางปล้อง ทั้งห้องมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศชั่วขณะ
ชายสองคน ต่างวัย ต่างฐานะ แต่เท่ากันในความคิด
“หรือคุณจะปฏิเสธว่าการที่คุณปรากฎตัวหลังผ้าหาย เป็นแค่ความบังเอิญ”
“ผ้าผืนนั้นถูกหมายตาโดยคนที่ไม่สมควรครอบครองมัน ผม…แค่ย้ายมันออกมา”
“ย้ายจากบ้านช่างทอไปตลาดใต้ดิน? หรือไปอยู่ในตู้กระจกของใครสักคนที่คิดว่าตัวเองมีเชื้อสายเทพ”
ประกายตาเดฟวาบ ไม่ใช่ความโกรธ หากเป็นความถูกใจที่อีกฝ่ายทันเกม
“บางครั้งเพื่อรักษา เราต้องฉกฉวยมันจากมือที่สกปรกกว่า” เขาเอนหลังน้อย ๆ “ผมไม่ได้ศรัทธาน้อยกว่าคุณ ผมแค่ไม่ยอมแพ้ให้โลกที่โหดร้ายกว่า...มันก็เท่านั้น”
“โลกโหดร้ายไม่ได้เป็นข้ออ้างสำหรับการทำผิด ผ้ามีเจ้าของ ถ้าคุณเคารพมัน คุณต้องเคารพวิถี ไม่ใช่ใช้มันเป็นหมากล่อดีล”
เดฟพยักหน้าช้า ๆ
“ตรงไปตรงมา นั่นล่ะที่ผมต้องการ ถ้างั้น ผมขอเปลี่ยนคำถาม คุณอยากเห็นงานหัตถกรรมอยู่รอดไหม”
“ผมไม่เคยต้องการสิ่งอื่น”
“ถ้าอย่างนั้น คุณต้องยอมให้มันมีระบบหายใจในโลกจริง ทุนก็คือออกซิเจนรูปแบบหนึ่ง ผมยื่นข้อเสนอเพราะอยากให้คุณเป็นคนกำกับลมหายใจนั้น”
“ผมยังยืนยันคำตอบเดิม คำตอบที่เคยคุณไว้ที่ NID นั่นคือ ไม่” กวินเน้น
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง เดฟไม่ตื๊อ เขาเพียงยิ้มบาง ๆ แบบคนที่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าจะได้คำตอบนี้
“งั้น…คุณช่วยรอสักครู่” เขาลุกขึ้น “ผมต้องไปพบแขกอีกท่าน เรื่องเดียวกัน”
เขาเดินอ้อมโต๊ะประชุม เสียงรองเท้าหนังกดกับพื้นไม้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ประตูเปิดด้วยแรงกดเบา ๆ ก่อนปิดลงอย่างสุภาพ ความเงียบกลับมา แต่อบอวลด้วยคำถาม
กวินนั่งนิ่ง ปลายนิ้วไล้ขอบแก้วชา ไอน้ำจับปลายนิ้ว เขามองกรอบผ้าปาโตลาบนผนัง ลวดลายเรขาคณิตเรียงตัวอย่างสมดุล
จากนอกห้อง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดัง ตรงเข้ามาหยุดลงหลังบานประตูอีกฝั่ง เสียงทักทายสั้น ๆ ผ่านผนังหนา
กวินชะงัก...เสียงทักทายนั่น เขาจำได้ดี
- [1] เลอ คอร์บูซีเอร์ (Le Corbusier) สถาปนิก นักออกแบบ และนักผังเมืองชาวสวิส–ฝรั่งเศส ผู้ทรงอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ออกแบบอาคารสำคัญหลายแห่งในเมืองอะห์มดาบาด
- [2] บัลกฤษณะ ดอร์ชิ (Balkrishna Doshi) สถาปนิกและนักการศึกษาชาวอินเดีย ผู้ร่วมงานกับเลอ คอร์บูซีเอร์และควบคุมการก่อสร้างผลงานของเขาในอะห์มดาบาด ต่อมาได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์ใน ค.ศ. 2018 นับเป็นสถาปนิกชาวอินเดียคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้
[3] NID (National Institute of Design) สถาบันการออกแบบชั้นนำของอินเดีย ตั้งอยู่ที่เมืองอะห์มดาบาด ก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาการศึกษาและงานวิจัยด้านการออกแบบ ครอบคลุมสาขาอุตสาหกรรม หัตถศิลป์ และการออกแบบร่วมสมัย โดยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับเวทีการออกแบบระดับสากล