โลกที่เจ็บปวด
โลกที่เจ็บปวด
“โอ้ยยย ถ้าเป็นคุณผัว ป่านนี้เล่าละเอียดยิบจนรู้เรื่องไปนานแล้ว ไม่ต้องนั่งเดา ตาของแกน่ะไอ้วา มันบอกว่ามีเรื่อง งานที่บริษัทเคยหนักกว่านี้ แต่แกไม่แสดงท่าทางหมดแรงแบบนี้ เวลาแกพูด แกยิ้ม มันเหมือนว่าแกมีแต่กายหยาบ จิตล่องลอยไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
กุลภรณ์เท้าคางมองเพื่อน “พูดตรง ๆ เถอะ มีอะไรเกิดขึ้น”
เวราเงียบ หยดชาร่วงจากขอบถ้วยลงบนจานรองเป็นวงกลมเล็ก ๆ
“ยังพูดไม่ออก...หรือยังไม่กล้าพูดกันแน่จ๊ะ”
เวราเงียบกริบ ไม่ได้ตอบ เพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบ กลิ่นมะลิอุ่นกลบกลิ่นความเจ็บปวดที่เริ่มเอ่อขึ้น
กุลภรณ์ถอนหายใจ
“ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น แต่แกทำหน้าเหมือนคนที่กำลังถือของร้อน แล้วไม่รู้จะวางที่ไหน”
“อุปมาสมเป็นภรรยาผู้ช่วยศาสตราจารย์”
“ยังมาทำเป็นแขวะเปลี่ยนเรื่อง ฉันรู้ว่าแกไม่ยอมรับว่ากำลังร้อน ทั้งที่มันกำลังแผดอยู่ในใจ เราโต ๆ กันแล้วนะวา สามสิบกว่าแล้ว วัยของเราไม่ใช่วัยวิ่งหนีปัญหา”
แววตาของเวราไหว
“อืมมม ชั้น...คิดว่ากำลังมีปัญหากับ...คน”
“น้องชายแกอีกน่ะสิ”
“คราวนี้ไม่ใช่ว่ะ แต่เป็นพ่อ”
เวราตัดสินใจเล่าให้เพื่อนฟัง นับตั้งแต่การแก้ปัญหาสินค้า การตัดสินใจโดยพลการของธีรภัทร์ การชี้แจงในบอร์ดจนถึงผลสรุป ที่ออกมากลายเป็นว่า เธอสื่อสารไม่ชัดเจน จึงถูกลดอำนาจโดยดึงงานประชาสัมพันธ์ออกไป
“งานนี้คุณสุรีย์วรรณเล่นงานแกหนักนะ แล้วพ่อแกว่าไงวะ”
“ว่าตามเมีย”
กุลภรณ์อึ้ง ก่อนถอนหายใจยาว
“จริง ๆ นะกุล พ่อไม่เคยชมฉันเลย แต่พอนายธีร์มันทำพลาด เขาไม่ด่า มันย้อนแยงจนฉันสับสนว่าควรต้องทำตัวไง”
“แกน้อยใจเขา?”
“เป็นแกไม่น้อยใจหรือวะ”
“แยกออกมาทำเองไม๊ ยกมรดกให้นายธีร์มันไป คนทำธุรกิจรู้ชื่อเสียงพังพินาศของนายธีร์กันทั้งนั้น อสวากุลกรุ๊ปมีแกนี่แหละ เป็นอนาคต”
เวราทำหน้าเมื่อย
“นี่แกยุให้แยก หรือยุให้อยู่กันแน่”
กุลภรณ์เดินไปหยิบขวดไวน์ส่งให้เพื่อน ซึ่งจัดแจงไขจุกไม้อย่างชำนิชำนาญ แก้วไวน์ทรงสูงถูกนำออกมาวาง ก่อนที่ไวน์สีแดงอมม่วงจะถูกรินลงไป
“แกยังมีเรื่องอื่นอีกป่าว”
“ไม่มี๊”
“เสียงสูงแบบนี้ เรื่องผู้ชายแน่ เดาว่าเป็นผู้ชายที่แกไปพบที่โน่น”
“ไปทำงาน จะมีปัญญาไปพบผู้ชายได้ไงกันยะ”
“อ้อ! งั้นชั้นก็คงคิดไปเองว่าเพื่อนตกหลุมรักใครเขาให้แล้ว จึงทำหน้าเหมือนคนเบื่อโลก มันเป็นเรื่องดีนะวา ถ้าเกิดว่าแกเกิดเจอใครสักคนที่ถูกใจ”
“ก็บอกว่าไม่มีไง”
“ชั้นก็ไม่ได้ว่าแกมีใคร แค่พูดเผื่อไว้ วันไหนที่แกเกิดมีใครไง และถ้าความรักมีปัญหา แกคงต้องตัดสินใจ ว่าจะจบกันไปง่าย ๆ ไหม สมัยนี้ไม่มีใครถือเรื่อง one night stand กันแล้วด้วยซ้ำ แต่ถ้าแกคิดว่า เขาคือคนที่ทำให้แกสบายใจ แกต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อหรือเปล่า”
“เป็นตุเป็นตะ” เวราพยายามซ่อนประกายตาจากเพื่อนรัก
คนที่ทำให้เธอสบายใจ คนที่เธอควรตัดสินใจเดินหน้าต่อ
ไม่มีทั้งนั้น มีแต่คนที่ทิ้งเธอไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เธออธิบาย มันคงเป็นเพราะเธอไม่มีค่าพอ
กุลภรณ์แตะหลังมือเพื่อน
“เลิกสนใจเสียทีว่าใครจะคิดยังไง แกควรสนใจแต่ว่า ตัวเองคิดยังไง แกชอบเขา รักเขาไหม หากใครทำให้แกสบายใจได้ มีความสุขได้ นั่นแปลว่า เขามีค่าพอที่แกจะไขว่คว้ามาแทนจะปล่อยให้หลุดมือไป ฟังนะ เวรา อสวากุลที่ชั้นรักไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรได้ง่าย ๆ แกตัดสินใจไม่สานต่อ หรือแกจะสู้จนสุดหัวใจ แกเลือกได้”
“ขอบคุณนะกุล...ที่เห็นคุณค่าของชั้น”
เวราส่งยิ้มอบอุ่น แต่ในใจเย็นชืด กวินอาจไม่ได้คิดจริงจังกับเธอ ซ้ำโลกของเธอกับเขายังต่างกันสุดขั้ว
โลกของเธอคือตึกสูงระฟ้า ธุรกิจ ตัวเลข การแข่งขัน
ส่วนโลกของเขาเป็นแบบไหนกันนะ?
❖