ครูศรีพรรณ
ครูศรีพรรณ

หมอกหนาโรยตัวปกคลุมยอดเขาเหมือนผืนผ้าสีขาวคลี่ทับ รถสองแถวคันเล็กไต่ทางดินแดงที่คดเคี้ยวตามสันเขา เสียงเครื่องยนต์ดังกลบเสียงนกป่ายามรุ่งสาง กวินชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นลำน้ำสายเล็กไหลอ้อยอิ่งอยู่เบื้องล่าง สายน้ำนั้นคือ “กกน้อย” ที่หล่อเลี้ยงหมู่บ้านใจทอมาแต่โบราณ
หมู่บ้านเล็กซ่อนตัวกลางหุบเขาเชียงราย ไม่ไกลจากเส้นชายแดนไทย ลาว พม่า บ้านไม้ใต้ถุนสูงเรียงลดหลั่นตามเนิน หลังคามุงแป้นเกล็ดเก่าจนซีดสีน้ำตาลอมเทา ควันบางจากครัวไฟลอยขึ้นเหนือยอดไม้ เสียงทอผ้าเคาะจังหวะดั่งเสียงหัวใจเต้นของหมู่บ้านคลอเสียงสายน้ำ เรียกรอยยิ้มบนดวงหน้าผู้มาถึง
รถจอดหน้าหมู่บ้าน กวินโบกมือให้คนขับก่อนกระชับเป้และกระเป๋ากล้อง เดินมาตามถนนแคบ สูดอากาศเย็นจัดเข้าปอด กลิ่นดินชื้นและกลิ่นครามที่คุ้นเคยแตะจมูก เขาเดินผ่านลานกลางหมู่บ้าน เห็นตะกร้าเส้นด้ายค้างหน้าศาลาไม้กลางลานที่เป็นศูนย์รวมของทุกครอบครัว ฟืม[1]ทอผ้าพิงผนังและกองด้ายดิบ เส้นฝ้ายที่พันรอบฟืมหย่อนรุ่ยเหมือนเส้นชีวิตของชุมชน
ฝั่งตะวันออกของหมู่บ้านมีต้นครามใหญ่ตั้งตระหง่าน บ้านของครูศรีพรรณอยู่ถัดออกไปท้ายหมู่บ้าน หลังคาไม้แหลมสูงและระเบียงยื่นลงสู่ลำธารเล็ก ที่นั่นคือที่ที่เขาเติบโต เรียนรู้การย้อมคราม และเชื่อว่าทุกเส้นด้ายมีวิญญาณ
ศรีพรรณย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านใจทอเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ตอนนั้นกวินยังเป็นเด็ก เธอมาพร้อมกระเป๋าใบเดียวและรอยยิ้ม ไม่เคยพูดว่ามาจากไหน ไม่เคยมีใครเห็นญาติหรือเพื่อนมาเยี่ยม แม้แต่ในวันสำคัญของหมู่บ้าน
คนในชุมชนเรียกเธอว่า “แม่ครู” เพราะเธอสอนเด็ก ๆ ให้รู้จักเส้นด้าย การย้อมคราม และคำว่า “ศรัทธา” ยามค่ำ เธอมักนั่งอยู่ตรงระเบียงไม้ มองสายน้ำไหลผ่านเงาไฟตะเกียง เหมือนกำลังเฝ้ามองอดีตที่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน
สำหรับกวิน เธอไม่ใช่แค่ครู แต่คือครอบครัวเพียงคนเดียวที่เขามี เขาเคยถามถึงบ้านเกิดของเธอ แต่ศรีพรรณเพียงหัวเราะเบา ๆ
“ที่นี่แหละ...บ้านของครูแล้วกวิน”
คำตอบนั้นสั้น แต่มั่นคงพอจะทำให้เด็กหนุ่มเชื่อว่า เธอเลือกจะอยู่เพื่อชุมชนนี้ และตัดขาดจากโลกเดิมโดยสิ้นเชิง
วันนี้ บ้านครูศรีพรรณปิดสนิท ลมพัดเอาแสงแดดยามเช้ากระทบแผ่นกระดาษสีขาวที่ติดอยู่ตรงเสาไม้หน้าบ้าน ตัวอักษรเขียนด้วยปากกาน้ำเงิน
“โรงพยาบาลเชียงคำ ห้องผู้ป่วยหญิง ชั้นสอง”
หัวใจเขากระตุก
“ครู...” เขาพึมพำ ก่อนหันหลังวิ่งไปตามทางดิน เสียงฝีเท้าตามมา อุษา เด็กสาวอายุสิบแปดปีวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา ดวงตาเคยสดใสกลับคล้ำเหมือนคนอดนอน
“พี่วิน ครูเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน”
เลือดในกายกวินเย็นเฉียบ เขาไม่ถามต่อ ออกเดินทางทันที
❖
อาคารเก่าทาสีขาวหม่น ด้านในค่อนข้างแออัด ทั้งผู้ป่วยนอก ญาติ พยาบาล จนกระทั่งโถงผู้ป่วยใน ผู้คนจึงค่อนข้างเบาบางลง แต่ไม่มีใครสนใจผู้มาถึง
จนเมื่อได้ยินเสียงทุ้ม พยาบาลจึงละมือจากงาน มองญาติผู้ป่วยอย่างจำได้
“ครูเข้ามาสองวันแล้ว” พยายาลบอกเลขห้อง รู้ดีว่าชายหนุ่มคุ้นเคยกับโรงพยาบาลนี้ ไม่ต้องการความช่วยเหลือให้ใครนำทาง
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคละคลุ้ง เตียงคนไข้เรียงรายริมผนัง เขาเห็นร่างผอมบางในเสื้อคนไข้สีฟ้าจางบนเตียงในสุด ข้อมือมีรอยเข็มฉีดยา ผมขาวแซมขมับ แต่แววตายังอ่อนโยนเหมือนเดิม
“กลับมาแล้วหรือ กวิน...”
เสียงของศรีพรรณเบาจนแทบเป็นลมหายใจ แต่ยิ้มยังอบอุ่น
เขากุมมือผอมบางแน่น ความเย็นของปลายนิ้วทำให้หัวใจเขาบีบรัด
“ผมกลับมาแล้วครับครู... คราวนี้ผมจะจัดการทุกอย่างเอง”
ศรีพรรณส่ายหน้าเบา ๆ ดวงตามีแววเศร้าลึก ๆ “เธอเหนื่อยมามากแล้ว กวิน ถ้ามันไม่ไหว...เราก็พอแค่นี้เถอะ”
กวินฝืนยิ้มสดใส ทั้งที่สะเทือนใจกับดวงตาเศร้าของคนป่วย
“หมู่บ้านนี้ยังอยู่ ครามยังไม่หมด ครูจะว่าอะไรไหมฮะ ถ้าผมอยากสู้ต่อ”
“แต่คนที่อยู่กับมันกำลังจะหมดแรง” ศรีพรรณเอ่ยเสียงแผ่ว “คนเก่าคนแก่ของโรงทอมีแต่จะโรยราลงไปทุกวัน ชาวบ้านหันไปทำงานในเมือง หนี้ที่เรากู้ไว้ดอกขึ้นทุกเดือน ไหนจะค่าใช้จ่าย”
เธอหยุดหายใจก่อนพูดต่อ
“คนจากบริษัทที่มาขอซื้อที่หลังหมู่บ้าน เขามาหาครูเมื่ออาทิตย์ก่อน บอกจะช่วยลงทุน ทำโรงงานย้อมใหม่ให้ ครูรู้ว่าเธอไม่ชอบคนพวกนั้น แต่ถ้าเราไม่มีทุน...เส้นด้ายพวกนี้ก็คงเหลือแค่ความทรงจำ”
“พวกนั้นมันไม่ได้มาช่วย แต่จะมายึดต่างหาก”
“ครูรู้...” ศรีพรรณพยักหน้า “แต่ครูก็รู้เหมือนกันว่าทุนกับศรัทธาต้องเดินคู่กันถึงจะรอด ถ้ากวินจะสู้ต่อ...ก็ต้องเรียนรู้จะอยู่กับทุน ไม่ใช่ปิดประตูใส่ทุกบาน”
เธอหลับตาลงเหมือนคนเหนื่อยล้า
กวินนิ่วหน้า อยากจะเล่าว่าเขาได้ลองเปิดใจไปแล้ว เพื่อพบว่า ความจริง ตัวเขาเองเป็นเพียงเบี้ยในกระดานที่กลุ่มทุนใหญ่ใช้ต่อรองกัน
ชายหนุ่มกัดริมฝีปาก หัวใจปวดหนึบ แต่เขาตั้งใจเก็บความเจ็บปวดนี้ไว้กับตัว ไม่มีทางเปิดปากให้ใครรู้
❖
[1] ฟืม คือ อุปกรณ์ทอผ้าที่มีลักษณะเป็นซี่ๆ คล้ายหวี ทำหน้าที่จัดระเบียบเส้นด้ายยืนและกระทบเส้นด้ายพุ่งให้แน่นติดกันเป็นผืนผ้า ฟืมเป็นส่วนสำคัญของกี่ทอผ้าที่กำหนดความกว้างของหน้าผ้าและเป็นตัวช่วยให้เส้นด้ายเรียงตัวเป็นระเบียบและแน่นสนิท