ภาพอดีต
ภาพอดีต
สมุดบัญชีเต็มไปด้วยตัวเลขสีแดง ป้าเยื้อนยืนอยู่ข้างหลัง
“เดือนนี้เฮาขายบ่ได้ไม่ถึงเกิ่งเลยเน้อ เห็นทักไลฟ์นักจะอี้ บ่ค่อยมีคนสู้ราคา เปิ้นว่าผ้าเฮาราคาสูงไป นี่ถ้ายังบ่ได้เงินจากป้อเลี้ยงจิวแหม เฮาคงแย่”
“ผมจะลองหาตางอู้กับเปิ้นแหมเตื้อครับ” กวินตอบเสียงอ่อน พยายามซ่อนความกังวลเอาไว้ ยังไม่ทันพูดต่อ เสียงเครื่องยนต์รถกระบะสองคันดังมาจากทางเข้าหมู่บ้าน อุษาวิ่งมาจากลานทอ
“ปี้กวิน! กำนันมาเจ้า มากับไผบ่อฮู้ ษาบ่เกยหันหน้ามาก่อน”
ชายในสูทสากลก้าวลงจากรถก่อน ตามด้วยชายอีกคนในเสื้อเชิ้ตลายหมากรุก ถือหมวกฟางและรอยยิ้มคุ้นตา...กำนันชูชาติ
“สวัสดีทุกคน ไม่ต้องหาน้ำหาท่ามารับรองให้เอิกเกริก คนกันเองทั้งนั้น” กำนันชูชาติทักด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ทั้งที่ยังไม่มีใครขยับตัวไปหยิบน้ำท่ามาต้อนรับสักคน
“ผมพาคนของโครงการมาคุยกับกวิน หาทางร่วมมือกัน จะช่วยให้ใจทอเรามีอนาคต”
“โครงการอะไรครับ”
ชายในสูทยิ้มกริ่ม
“ผมธันวาจากโกลเด้นริดจ์ลอจิสติกส์ครับ เราสนใจที่ดินหลังหมู่บ้าน เห็นว่าเหมาะกับการตั้งศูนย์กระจายสินค้าชายแดน”
“ตั้งศูนย์กระจายสินค้า ? ริมแม่น้ำกกนี่หรือครับ คุณจะล่องแพส่งของหรือไง” เสียงห้วนแกมหยันทำเอากำนันรีบหัวเราะกลบเกลื่อน
“ล่องแพก็เป็นการขนส่งทางหนึ่ง ประหยัดพลังงานดีด้วย ที่ดินรกร้างตรงนั้นไม่มีใครใช้ไม่ใช่หรือกวิน เอามาทำศูนย์กระจายผ้าน่าจะดีนะ หากมีโครงการนี้ ผมจะของบทำถนนใหม่ ชาวบ้านได้ประโยชน์”
“ที่ตรงนั้นเป็นโรงย้อมเก่าของแม่ครูครับ” กวินตอบนิ่ง “เราไม่ขาย”
กำนันยังคงยิ้มทั้งที่คิ้วขมวดนิด ๆ “ผมเข้าใจนะ แต่ลองฟังเขาก่อนไหม เขาให้ราคาดีมาก...ขายแค่บางส่วนก็ได้ เอาเงินมาใช้หนี้ก่อนเถอะ จะได้ไม่ต้องแบกภาระคนเดียว”
ชายสวมสูทเปิดแฟ้มโชว์เอกสาร
“เราจะปลดหนี้ชุมชนให้ทั้งหมด พร้อมสร้างโรงย้อมใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม”
“ผมไม่ต้องการโรงย้อมใหม่”
“ของแบบนี้ ถ้าไม่ขายตอนยังมีสิทธิ์เลือก วันหลังอาจไม่มีโอกาสขาย ที่นี่มีแต่บ้านเก่า โรงเรือนเก่า ติดไฟง่าย...” คนเสนอซื้อที่ดินแนะเสียงนุ่มนวล นัยน์ตาเหยี่ยวฉายแววประหลาด
“เกิดอะไรขึ้นมา คุณจะยิ่งรักษาโรงทอผ้าโบราณนี้ไว้ไม่ได้ เปิดทางให้คนมีกำลังมาช่วยดีกว่า”
คำนั้นทำให้กวินยืนตัวขึ้นตรง ย้อนกลับด้วยเสียงห้วนจัดว่า
“ถ้าผมไม่เลือกล่ะ?”
ธันวาหยุดยิ้ม พับแฟ้มฉับ
“งั้นผมคงพอแค่นี้ ไว้เราคุยกันอีกเมื่อคุณพร้อมคุยนะครับ คุณกวิน”
นายธันวาหมุนตัวกลับ กำนันรีบตามออกไป รถสองคันเคลื่อนตัวออกจากลาน ทิ้งรอยล้อดำทับบนพื้นดินแดง ป้าเยื้อนตามมาสมทบพร้อมกลุ่มช่างทอ ทำตาขวางใส่รถกำนัน
“อู้จะอี้ มันก่อขู่กั๋นชัด ๆ นี่หว่า มันฮู้ว่าเฮาเกยมีเหตุไฟไหม้ มันถึงเอาเรื่องไฟมาขู่”
ยายหล้าหน้าหมอง
“ไฟจากเงิน...มันไหม้แฮงกว่าไฟจากฟืน”
กวินมองไปรอบศาลา เห็นสายตาของคนในหมู่บ้าน ความกลัว ความโกรธ และความไม่แน่ใจผสมปนกันไปหมด
“คืนนี้ทุกบ้านตั้งเวรยามกั๋น ระวังคนแปลกหน้า ไผหันคนบ่คุ้นมาป้วนเปี้ยนแถวหมู่บ้าน หื้อจับตั๋วไว้!”
อุษากับชาวบ้านพยักหน้ารับคำ กวินเงยหน้ามองท้องฟ้าที่แดดยังแรงจนเจ็บตา แสงนั้นสะท้อนเหมือนเปลวไฟ ทำให้เขานึกย้อนถึงแสงไฟในอดีต
❖