คืนที่ฟ้าสีเพลิง
คืนที่ฟ้าสีเพลิง
ลมหนาววันนั้นพัดแรงกว่าทุกวัน กลิ่นควันไฟจากครัวลอยมาตามลมปนกลิ่นคราม เสียงกี่ขาดตอน แทนที่ด้วยเสียงเครื่องยนต์รถปิกอัพที่แล่นมาหยุดตรงลานบ้าน เด็กชายกวินยื่นหน้าออกมามองเห็นเงาคนสามสี่คนในเสื้อสีเข้มเดินถือกล่องบางอย่างเข้าไปในโรงทอ เขาไม่ได้สนใจนัก คิดว่าใครสักคนในหมู่บ้าน
เสียงกี่ทอผ้าที่ดังต่อเนื่องมาตลอดวันค่อย ๆ หยุดลง กระสวยด้ายถูกหย่อนเข้าตะกร้า แสงสุดท้ายของวันลอดผ่านช่องฝาไม้เข้ามาเป็นริ้วสีส้ม ก่อนจางลงพร้อมกับเสียงพูดคุยของช่างทอผ้าที่ทยอยออกจากโรงทอทั้งหมดสวนทางกับเด็กชายกวินที่ตรงเข้าไปในโรงทอ
เด็กชายชอบโรงทอช่วงเวลาหลังเลิกงานที่สุด เพราะสิ่งของที่ช่างทอไม่ใช้แล้วจะถูกทิ้งไว้ มีทั้งหลอดด้ายที่เหลือเส้นใยเพียงเล็กน้อย เศษผ้าริมกี่ ไม้กระสวยชำรุด และปมด้ายหลากสีซึ่งพันกันเป็นปมยุ่ง
สำหรับคนอื่น สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงเศษขยะ แต่สำหรับกวิน จินตนาการของเขาทำให้พวกมันสามารถกลายเป็นอะไรก็ได้
กวินคัดหลอดด้ายที่ยังเหลือเส้นใยออกจากตะกร้าทีละหลอด นำมาเรียงเทียบกันบนพื้นตามน้ำหนักของสี เขาเลือกสีครามหม่นวางคู่กับสีเปลือกไม้ ก่อนแทรกด้ายแดงเส้นเล็กเข้าไปตรงกลาง
พ่อกับแม่เข้าไปส่งผ้าในตัวอำเภอตั้งแต่บ่ายและยังไม่กลับ กวินคุ้นเคยกับโรงทอจนไม่เคยนึกกลัว เขาคิดเพียงว่าจะเล่นรออยู่ตรงนั้นอีกครู่ แล้วค่อยกลับไปยังเรือนของครูศรีพรรณซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน
นอกโรงทอ แสงบนท้องฟ้าลดต่ำลงจนเหลือเพียงสีม่วงคล้ำ
❖
เสียงฝีเท้าหนักผ่านไปบนพื้นไม้ไม่ไกลจากจุดที่กวินเล่นอยู่
เด็กชายชะงัก เงยหน้ามองผ่านช่องระหว่างขากี่ เขาเห็นเพียงเงาดำเคลื่อนผ่านปลายทางเดิน ตามมาด้วยกลิ่นฉุนแปลกปลอมซึ่งลอยปะปนกับกลิ่นด้ายและไม้เก่า
ด้วยความเยาว์ กวินนึกว่าเป็นคนงานกลับมาเอาของ จึงก้มลงเล่นต่อ
ก่อนสติจะดับวูบ เขาทันได้เห็นดวงหน้าเหลี่ยมและแววตาเหี้ยมประหลาดเป็นภาพสุดท้าย
❖
กวินสะลึมสะลือ ความง่วงงุนอย่างเด็กคิดว่าตัวเองผล็อยหลับ
ความมืดเข้าปกคลุมโรงทออย่างสมบูรณ์
กวินไม่รู้ว่าตนหลับไปนานเท่าไร สิ่งที่ปลุกเขาคือกลิ่นขมจัด มันบาดจมูกและติดอยู่ในลำคอจนสำลัก ความมืดรอบตัวหนาทึบและเคลื่อนไหวได้ มันไหลวนอยู่เหนือพื้น ก่อนค่อย ๆ ลดต่ำลงมาคลุมกี่ทอผ้า แสงสีส้มกะพริบอยู่หลังม่านควัน เงาของเครื่องทอผ้าบิดเบี้ยว
กวินยันตัวลุก ความร้อนแล่นเข้าปะทะใบหน้า เขาสูดลมหายใจด้วยความตกใจแล้วไอจนตัวงอ เมื่อพยายามคลานออกจากใต้กี่ ขาข้างหนึ่งกลับถูกกระชากไว้
เหมือนมีเส้นด้ายยุ่งเหยิงพันรอบข้อเท้า ยิ่งเขาดึงขา ปมเหล่านั้นก็ยิ่งรัดแน่น
กวินก้มลงแกะมันมือไม้สั่น ควันทำให้มองอะไรแทบไม่เห็น นิ้วเล็กควานจับได้เพียงเส้นด้ายที่ไขว้ทับกันยุ่งเหยิง เขากระชากมันครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งดึง กลุ่มด้ายยิ่งพันข้อเท้ามากกว่าเดิม
เปลวไฟพุ่งขึ้นตามผ้าที่แขวนอยู่ใกล้ผนัง มันลามรวดเร็วจนน่ากลัว ราวกับไฟไม่ได้เริ่มจากจุดเดียว หากกำลังโอบโรงทอเข้ามาจากหลายด้าน
เด็กชายพยายามเปล่งเสียง แต่ลมหายใจแตกออกเป็นอาการไอ น้ำตาไหลออกมา ปลายนิ้วถูกด้ายบาดจนเจ็บ แต่ไม่ว่าออกแรงเท่าไร ขาก็ยังไม่หลุด
ลมหายใจน้อยลงทุกที กว่าสติจะดับวูบอีกครั้ง กวินได้ยินเสียงโหวกเหวกจากด้านนอก
“โฮงทอไฟไหม้ ช่วยกั๋นเร็ว!”
“มีไผอยู่ในโฮงทอก่อ”