ผู้มาเยือน
ผู้มาเยือน
ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่กวินได้กลิ่นควัน เขาจะเห็นภาพไฟคืนนั้นซ้อนทับอยู่ในหัว ในโลกของเขา “ไฟ” ไม่ใช่แค่เปลวเผาไหม้ แต่คือเปลวร้ายที่เผาศรัทธาให้สลายเป็นผุยผง
กวินในวันนี้ โตพอจะรำลึกถึงภาพรถปิ๊กอัพ ชายแปลกหน้าสามสี่คน กล่องปริศนา และโรงทอเงียบสงัดของเย็นวันนั้น
กวินยังรู้อีกว่า ภายใต้บุคลิกเรียบง่ายราวกับชาวบ้านชาวดอย พ่อของเขามีการศึกษาที่ดีทีเดียว และเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ เป็นผู้นำของชาวบ้าน แต่ปริศนาต่าง ๆ ล้วนขาดตอนและเกินกำลังชายหนุ่มมือเปล่าอย่างเขาจะรื้อฟื้นคดีใด ๆ ขึ้นมา
คนจนมันก็เป็นแบบนี้ ชีวิตราคาถูกและจบลงได้ง่าย ๆ
ฝุ่นสีแดงยังลอยวนหลังรถทุนเคลื่อนหาย กวินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใต้แดดบ่ายที่แรงจนเหมือนเปลวไฟ เสียงเครื่องยนต์จางไป เหลือเพียงเสียงหัวใจเขาที่เต้นแรงผิดจังหวะ
มือเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูด
เสียงยายหล้าดังขึ้นข้างหลัง
“กวิน...”
เขาหันไป เห็นยายหล้ายืนใกล้เสาไม้ ดวงตาชรามองตรงมาที่เขา เหมือนมองทะลุใจ หญิงชราเดินเข้ามาใกล้ วางมือที่เต็มไปด้วยรอยกร้านลงบนไหล่หนา
“ไฟมันดับไปแล้ว ก่หื้อมันดับไปเต๊อะ คนจนอย่างเฮา ไฟไหม้เฮือนก็ทำได้ก่แค่สร้างเฮือนขึ้นมาใหม่”
กวินก้มมองฝ่ามือเปื้อนเหงื่อ เสียงกี่ไม้ดังขึ้นอีกครั้ง ช้าและสม่ำเสมอ เหมือนพยายามกล่อมความเจ็บให้หลับ กวินสูดลมหายใจยาว เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เงาของยอดครามไหวเอนตามลม
คนจน ทำได้แค่นี้จริงหรือ
ทำได้แค่ยอมรับชะตากรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
ไฟไหม้เฮือน ก็ต้องยอมรับ
กลายเป็นเด็กกำพร้า ก็ต้องยอมรับ
แม้แต่ถูกคนรักหลอกใช้ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ก็ต้องยอมรับ
จริงหรือ?
❖
เสียงจั๊กจั่นร้องระงม หมู่บ้านใจทอเงียบกว่าทุกคืน มีเพียงแสงไฟตะเกียงที่ลานกลางหมู่บ้านกับเสียงคนคุยเบา ๆ เป็นระยะ ชายหนุ่มสวมเสื้อพื้นเมืองสีเข้ม เดินตรวจรอบศูนย์ทอผ้า มือถือไฟฉายและมีดพกเก่า ๆ ห้อยข้างเอว รอบข้างมีเงาคนอีกสามสี่คน ป้าเยื้อนกับแม่ ๆ กลุ่มย้อมคราม และอุษาที่ถือโทรศัพท์พร้อมกล้องถ่ายไว้ในมือ
“ปี้กวิน ษาตั้งกล้องไว้ตี้มุมศาลาแล้วเน้อ ถ้ามีไผเข้ามา จะอัดไว้หื้อหมดเลย!”
“ดีแล้วอุษา”
“แต่ถ้าษาโดนผีหลอก จะถือว่าผีเข้าฉากตวยเน้อ” เด็กสาวยิ้มกวน ป้าเยื้อนกลอกตา
“อู้บ้าอะหยัง เด็กคนนี่” แล้วหันไปคว้ากระติก ก่อนยกดื่มค้างเมื่อเสียงวิ่งตุบตับตรงมา
ผัวแกนั่นเอง แทนที่จะเฝ้าเวรยามด้านนอก กลับวิ่งเข้ามาหน้าตาเหมือนมีเรื่อง!
แล้วก็จริง!
“มีรถจอดข้างตางก่อนถึงหมู่บ้านประมาณห้ากิโล ต้องเป๋นไอ่พวกนั้นแน่!”
ไม่ต้องย้ำให้เสียเวลา ทุกคนลุกพรึ่บ คว้าอาวุธติดมือ กวินสั่งการให้มีคนเฝ้ายามไว้ ก่อนโทร.เรียกคนหนุ่มจากหมู่บ้านข้างเคียงให้ตามมาสมทบ
หลังวางสาย เขาบอกทุกคนด้วยเสียงเครียด
“หมู่บ้านปู้นบอกว่ากำนันเอารถออกเหมือนกัน ระวังตั๋วกั๋นด้วยตวยทุกคน”
❖