ภัยระแวง
ภัยระแวง
ค่ำคืนปกคลุมด้วยหมอกหนา ถนนดินลูกรังที่ทอดออกจากหมู่บ้านใจทอดูราวกับเส้นด้ายคดเคี้ยว เสียงจิ้งหรีดดังระงม แสงไฟสองแถวจากรถกระบะชาวบ้านแล่นฝ่าหมอกช้า ๆ ล้อบดไปบนกรวดแฉะจนเกิดเสียงแคร่ก ๆ เป็นจังหวะ รถคันหน้าเป็นของกวิน ใต้แสงไฟที่สะท้อนลำหมอกเผยให้เห็นถนนเลือนรางเพราะขาดเส้นตีถนนนำทาง คงเหลือแต่ไฟหน้ารถที่เผยให้เห็นด้านหน้าเพียงไม่กี่เมตร
คนในรถนั่งเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ ผัวแม่เยื้อนที่นั่งข้างเอ่ยขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ
“ข้าหันกับตา รถมันจอดนิ่งอยู่ตรงโค้ง กวิน เอ็งอย่าประมาทเน้อลูก”
อุษาที่นั่งเบาะหลังชะโงกหน้ามาเสริม
“บ่ต้องกั๋ว พวกมันยังบ่ฮู้ตั๋ว เสียงเครื่องยนต์เฮาดังกระหึ่มจะอี้ ถ้าจะดังไปถึงในเวียงแล้วก๊า”
แม่เยื้อนตีเผียะบนต้นแขน เจ้าตัวสูดปากเว่อร์วัง
“ก็แต๊นี่แม่ เสียงดังยิ่งกว่ารถแห่ จะไปซุ่มจับไผ อย่าว่าแต่เตือนหื้อบ่ประมาทเลยอ่ะ แม่อ่ะ ระแวงเกินไปก่อ รถนั่นอาจเป๋นของนักท่องเที่ยวก่ได้”
“รถนักท่องเที่ยว! น้อย ๆ หน่อย นังษา! จากบ้านเฮาเดินทะลุไปแหมหน้อยก่ถึงพม่าแล้ว นักท่องเที่ยวตี้ไหนจะมาจอดรถลับ ๆ ล่อ ๆ ถ้าเป๋นพวกลักลอบขนของผิดกฎหมายล่ะค่อยน่าเจื้อ” ผู้พ่อเถียงคอเป็นเอ็น แต่นังหนูเชิดหน้า
“อ่ะ อ่ะ อย่าลืมเน้อ แฟนคลับพี่กวินนักขนาด ลูกค้าตี้เอฟของตี้ร้าน ขอรูปปี้กวินกั๋นทั้งนั้น อย่าดูถูกพลังเอฟซี”
“เฮ้ย! เกี่ยวอะหยังกับปี้”
กวินโวย หากตาคมยังเพ่งมองไปข้างหน้า ถนนสีมืดถูกกลืนด้วยหมอกหนาจนมองไม่เห็นระยะเกินสิบเมตร ไฟหน้ารถของอีกคันที่ตามหลังดูจางเหมือนแสงตะเกียงน้ำมันขอด รถกระบะคันเก่าชะลอเมื่อถึงทางโค้ง มีบางอย่างสะท้อนแสงอยู่ไกล ๆ
แสงสะท้อนของโลหะสีเงินแวววับ
“นั่นไง คันนั้นแหละ…”
อุษาเปิดกล้องมือถือไลฟ์อย่างตื่นเต้น
“ตอนนี้เฮากำลังตามรอยรถปริศนาของกลุ่มทุนมืด! มันคือการต่อสู้ของชุมชนทอผ้าใจทอ ถ้ามีอะหยังผิดปกติ หนูจะรายงานสด อย่าลืมกดไลค์หื้อกำลังใจ๋พวกเฮาเน้อเจ้า!”
“ปิดกล้อง เฮายังบ่ฮู้ว่าเป๋นไผ” กวินดับเครื่องไม่ห่างจากรถต่างถิ่น
เสียงจิ้งหรีดเงียบลง ภาพข้างหน้าเหลือเพียงรถเอสยูวีสีเงินที่จอดเอียงเอ้เค้ริมทาง ประตูแง้มเล็กน้อย ไม่มีผู้โดยสารด้านใน ไฟในรถดับ รอยล้อฝังดินลึกครึ่งวง เหมือนเบรกกระทันหัน
กวินหยิบไฟฉายขึ้นส่อง ลำแสงตัดผ่านหมอก เขาเดินรอบรถ ไม่มีอะไรผิดปกติ และเมื่อลองเปิด ก็พบว่าไม่ได้ล็อค
เบาะหลังมีกระเป๋าใบย่อม กำลังจะเปิด เสียงเรียกโทรศัพท์ก็ดังขึ้นก่อน
มันเป็นโทรศัพท์ของอุษา
“ของษาเองเจ้า แหะ ๆ ษาบ่กล้าปิดเสียง เผื่อเป็นลูกค้าเอฟของ”
แต่อุษาไม่ได้กดรับ เพราะเห็นไฟหน้ารถสาดแสงเข้ามาเสียก่อน
รถกระบะของกำนันชูชาติผ่านมา เมื่อเห็นกลุ่มทอผ้าจอดรถ กำนันก็ชะลอรถ
“รถเสียหรือกวิน นั่นรถใครล่ะ ไม่เคยเห็น” เสียงทักเป็นกันเองต่างจากตาเหยี่ยวที่จ้องรถต่างถิ่นเขม็ง กวินรับหน้าตาเฉยว่าเป็นรถของเขาเอง และย้อนถามว่ากำนันกำลังไปไหน
“พวกฉันจะออกไปตาม...” ลูกน้องที่นั่งข้างโพล่งเสียงซื่อ หากกำนันรีบปัดว่าไม่มีอะไร แค่ตรวจตราธรรมดา แล้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องออกรถ
“กำนันอาจตามหาเจ้าของรถก่ได้ ว่าก่อป้อกวิน”
กวินแอบคิดเหมือนกัน จึงหันไปสั่งการเสียงเฉียบขาด
“อุษา พาแม่ปิ๊กบ้าน ส่วนลุงอิ่มกับผู้ชายตี้เหลือ ตามผมมา ถ้าเจ้าของรถเป๋นคนต่างถิ่น คงไปบ่ไกล”
❖