หมู่บ้านใจทอ
หมู่บ้านใจทอ
“คุณมาได้ไง!” มือคีมเหล็กของเขายังจับข้อมือบาง กวาดมองคนที่จับได้ตั้งแต่หัวจดเท้า
คราวนี้ สำรวจว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บหรือบุบสลายตรงไหน
เสื้อเชิ้ตขาวเปื้อนฝุ่น กางเกงเข้ารูปมีรอยถลอก รองเท้าส้นสูงจมโคลน เวราแน่ ๆ ไม่ผิดตัว
คนถูกจับตวาดแหว
“ปล่อย! คนนะ ไม่ใช่หมูป่า ตะครุบมาได้ ส้นสูงชั้นพลิกจนเท้าเคล็ด อูยยย!”
เธอดันตัวลุกขึ้นแต่ไม่ค่อยสำเร็จนัก ข้อเท้าที่เจ็บทำเอาหญิงสาวนิ่วหน้า ผมหล่นลงมาปรกแก้ม มือถือยังคาในมือ
“รถเสีย ฉันโทร.ขอความช่วยเหลือที่ชุมชน แต่ไม่มีใครรับสาย คลื่นไม่ค่อยดี ชั้นเลยต้องลุยไปหาคลื่นโทรศัพท์ แทนที่จะช่วย ดันทำร้ายร่างกายเสียนี่!”
ตาคมมองกวินอย่างกล่าวโทษ ทำเอาชายหนุ่มถอนลมหายใจยาว ปล่อยข้อมือที่คว้าไว้ให้เป็นอิสระ
อุษาทำหน้าเหวอ เมื่อนึกขึ้นได้
“อ้าว! เมื่อกี้ที่โทร.มาเหรอคะ! ขอโทษจริง ๆ ค่ะ อุษามัวแต่ เอ่อ”
“อุษาบ่ผิดหรอก นี่มันบ่ใจ้เวลาทำการ คนปกติเขาบ่โทร.หากั๋นยามนี้” จะเป็นน้ำเสียงอ่อนที่พูดกับอุษา หรือจะเป็นน้ำเสียงประชดประชันในช่วงท้ายที่แน่ ๆ ว่าพูดกับเธอ ทำให้เวราหรี่ตา
“จะว่าเป็นเวลาไม่ปกติก็ได้ ฉันมาตามคนหาย เลยไม่ได้มาตามเวลาราชการ”
“คุณมาตามใครคะ อุษาช่วยได้ค่ะ คนแถวนี้อุษารู้จักหมด”
“ขอบคุณค่ะ อุษา สำหรับน้ำใจ ชั้นมาตามหาเพื่อนน่ะ” เวรายิ้มเย็น ดวงตาจับใบหน้าคมสันอย่างท้าทาย
ดวงตาคมลึกอีกคู่เย็นชาปนตำหนิ
“ที่นี่ไม่มีเพื่อนคุณแน่ เราเป็นชาวบ้านธรรมดา อยู่กันด้วยความจริงใจ ไม่ใช่คนรวยที่หลอกลวงกันเพื่อผลประโยชน์ รถคุณ ผมจะให้คนมาดูให้ ส่วนคุณ ผมจะให้คนไปส่งในเมือง”
กวินสั่งการสั้น ๆ แล้วเดินดุ่ยกลับขึ้นรถกระบะคันเดิม โดยไม่ยอมหันมามองด้านหลังอีก
❖
ค่ำคืนนั้น หมู่บ้านใจทอเงียบสนิท ลมพัดผ้าที่ตากไว้บนราวให้ปลิวไหว กวินเดินกลับเข้าบ้านไม้หลังเล็กที่เขาใช้ทำงานและอาศัยนอน ความรู้สึกมากมายประดังประเด และมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ทำให้ใจสงบได้เลย เขาเดินวนไปมาอยู่ครู่ ก่อนตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“ปี้ชัย ฝากบอกพวกช่างตวยเน้อ พรุ่งนี้ผมขอหื้อมาแต่เช้า ส่งคุณคนนั้นเรียบร้อยแล้วแม่นก่อ”
ปลายสายรับคำ เขากดวางสาย ถอนหายใจยาว เหมือนปลดบางสิ่งที่หนักในอก แต่น้ำหนักที่ถ่วงยังคงอยู่ที่เดิม
เวราไม่ใช่คนยอมใคร ถูกปฏิเสธไร้เยื่อใยแบบนี้ คุณหนูผู้ร่ำรวยคงเชิดหน้ากลับไป ไม่คิดกลับมาเหยียบที่นี่อีก
น้ำเย็นจากฝักบัวกระทบแผ่นหลัง เขาหลับตา ปล่อยให้ไอเย็นคลายความร้อนที่คุภายใน เสียงพื้นไม้กระดานเอี๊ยดเบา ๆ ดังขึ้นจากหน้าบ้าน กวินนิ่วหน้ารีบออกจากห้องน้ำ สวมเพียงกางเกงผ้าฝ้ายพอเป็นพิธี ปล่อยให้ช่วงบนเปลือยเปล่าเพราะนึกห่วงขบวนส่งแขกไปในเมืองจะเกิดอุปสรรค
แสงโคมเจ้าพายุส่องให้เห็นเงาคนหนึ่งยืนอยู่ข้างโต๊ะไม้ ร่างสูงโปร่งคุ้นตาในชุดมอมเมื่อหัวค่ำ ข้างตัวเธอมีกระเป๋าเดินทางใบเล็กหนึ่งใบ
ผู้มาเยือนชะงักเมื่อเห็นแผงอกเปลือยเปล่ายังมีไอน้ำเกาะพราวของเจ้าของบ้าน เธอเบือนหน้าหนีทำไม่รู้ไม่ชี้
“คุณ…!”
“ตกใจไปได้” ตำหนิแต่ยังไม่ยอมสบตา “ดึกจะแย่แล้ว คุณชัยเขาใจดีไม่ไปส่งตามคำสั่งคนใจร้ายหรอก ขอชั้นอาบน้ำหน่อยนะ เหนียวไปหมดทั้งตัว ไม่ไหวจริงอ่ะ”
เวราย่นจมูกเมื่อก้มมองสภาพตัวเอง ก่อนเปิดกระเป๋าคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กเดินเข้าไปหาห้องน้ำเองโดยไม่รอคำอนุญาต ปล่อยให้เจ้าของบ้านอ้าปากค้างเพราะนึกไม่ถึง
เสียงเปิดประตูห้องกึกกัก ตามมาด้วยเสียงพูดดีใจว่ามีฝักบัวด้วย เสียงเปิดน้ำ ตามมาด้วยเสียงอุทานว่าน้ำเย็นเกิ๊น มีน้ำอุ่นไหม กวินไม่อยู่ฟัง เห็นเงาคนด้อม ๆ มอง ๆ หน้าเรือน จึงรีบออกไปดู
ไม่ใช่นายชัยหากเป็นป้าเยื้อน ยืนยิ้มแบบใส่ใจชวนหนาวสันหลัง
“แฟนอยู่ได้ก่อ ห้องน้ำห้องต๋าอาจบ่ค่อยสะดวก หมอนล่ะ มีหรือก่อ ป้าจะหามาหื้อ”
กวินอ้าปากค้าง ก่อนรู้ตัว ละล่ำละลักปฏิเสธ
“ป้าเยื้อน! เข้าใจ๋ผิดแล้วเน้อครับ ผมกับเปิ้นบ่ได้เป๋นอะหยังกั๋น”
“ยังมีหน้ามาปฏิเสธ คุณวาเปิ้นเล่าฮื้อพวกเฮาฟังหมดแล้ว ยังเอารูปที่ไป๋สวีทกันมาอวดตวย เฮานี่ก่อเน้อ ผู้หญิงตามมาง้อยังเล่นตั๋ว ลิ้นกับฟันก็เป๋นแบบนี้ ค่อย ๆ อู้ค่อย ๆ จากั๋นเต๊อะ”
“ป้าฮะ เดี๋ยว”
กวินเกาหัวจนผมเปียกน้ำกระเซ็น หากป้าเยื้อนไม่สนใจโบกมือหยอย ๆ จากไป กวินนึกรู้ ป้าเยื้อนแกไม่ได้กลับเรือนหรอก ป่านนี้ชาวบ้านจัดประชุมด่วนเพื่อใส่ใจแขกยามวิกาลตะหาก
กวินตามออกไปเหมือนไม่รู้จะทำไงดี แล้วก็จริงดังคาด ลานทอผ้ามีชาวบ้านหลายคน กวักมือเรียกป้าเยื้อนหยอย ๆ กลางวงคืออุษา กำลังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านไปหมาด ๆ อย่างออกรส
กวินมองบนอย่างหมดหวัง นึกฉุนเวราอย่างบอกไม่ถูก เขานึกคำมากมายเพื่อจะบอกให้เธอรู้ว่าความสัมพันธ์นั้นมันจบลงไปแล้ว เขาโง่เองที่ตกเป็นเครื่องมือ
กวินนึก นึก นึก เดินวนไปมาหน้าเรือนอยู่ครู่ใหญ่เพื่อรวบรวมคำพูดเด็ดขาด หากเมื่อเขาเข้าไปในเรือน ห้องอาบน้ำว่างเปล่า และร่างโปร่งกลับยึดที่นอนอีกต่างหาก
ลมหายใจสม่ำเสมอบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงหมดแรงจริง นึกถึงสภาพคุณหนูสุดหรู ผู้บริหารใหญ่ของอสวากุลกรุ๊ปในสภาพกรำศึกหนักเมื่อหัวค่ำ เทียบกับสภาพนอนหลับสนิทในตอนนี้ ดวงหน้าเอาแต่ใจกำลังหลับตาพริ้มราวกับจะไม่ยอมรับรู้ว่าเจ้าของบ้านจะต้อนรับขับสู้หรือไม่
กวินถอนหายใจยาวอีกครั้งด้วยความเซ็งจัด พัดลมเครื่องเล็กส่ายหน้าไปมาราวกับจะบอกเขาว่า สู้กับคุณหนูเอาแต่ใจมีแต่จะเหนื่อยเปล่า เขาเปิดลิ้นชัก หยิบผ้าแพรผืนบางมาคลี่คลุมร่างเล็กที่คู้ตัวนอน พลางนึกว่า พรุ่งนี้ เขาจะรับมือทายาทแห่งอสวากุลกรุ๊ปอย่างไรดี
❖
เสียงหัวเราะแว่วลอดช่องไม้กระดานตั้งแต่เช้าตรู่ กวินลืมตาช้า ๆ แสงแดดจางลอดผ่านเข้ามา เขาได้ยินเสียงอุษาดังกว่าเสียงอื่น
“สวัสดีเจ้า แฟนเพจผ้าทอใจทอทุกคน! วันนี้อุษามากับผ้าลายเจียงแสนหงส์ดำ! คนฮักกั๋นจริงต้องมีผ้าไว้เผื่องานแต่งเจ้า ถ้าป้อจายบ่ยอมให้ซื้อ แปลว่าป้อจายบ่กิ๊ดแต่ง!”
กวินลุกนั่ง เสยผมแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างไม้ ภาพที่เห็นทำให้เขาหยุดหายใจไปวูบหนึ่ง
กลางลานหมู่บ้าน เวราในเสื้อผ้าพื้นบ้านตัวโคร่ง ผมรวบหลวม ๆ กำลังพยายามจัดด้ายตามที่แม่ ๆ สั่ง เส้นด้ายพันมือยุ่งเป็นก้อน เสียงหัวเราะขำจากกลุ่มแม่บ้าน
อุษารีบหันกล้องไปถ่ายเธอ “คอมเมนต์พุ่งกระจายเลยพี่วา!”
ดวงตาคมใสกระจ่าง ชะโงกมองยอดไลค์ด้วยความถูกใจ กวินพิงกรอบหน้าต่าง มองสาวน้อยชนบทและสาวงามคนเมืองที่พูดคุยกันอย่างสนิทสนม
เวราในวันนี้ ต่างจากเวราคนเอาแต่ใจและไว้ตัวที่เขาเคยพบ
ดูเหมือนชุมชนทอผ้าใจทอจะมีค่าสำหรับอสวากุลกรุ๊ปมากกว่าที่คิดสินะ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง กวินตกอยู่ในความคิดก่อนสะดุ้งเมื่อเห็นอุษาชี้กล้องมาทางบ้าน
“แอบผ่อแฟน กั๋วแฟนหายก๋า!”
เสียงหัวเราะลั่นทั้งศาลา กวินรีบปิดหน้าต่างฉับ
ตอนนี้ทั้งหมู่บ้านเชื่อหมดใจว่าเวราคือแฟนของเขา ทั้งคู่มีปัญหากัน หญิงสาวจึงตามมาง้องอนถึงนี่ ต่อให้เขาปฏิเสธ แต่ภาพถ่ายหลักฐานที่เจ้าตัวงัดออกมาอ้าง มีน้ำหนักมากกว่าคำพูดเขาหลายเท่านัก
เขาจะทำไงดี เฮ้อ! ปวดกบาลโว้ยยย!
❖