เงื่อนอดีต
เงื่อนอดีต
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
กวินหัวเสีย และที่แย่ไปกว่านั้น ใจเขาปวดหนึบกับคำพูดกล่าวหานั้น
เวราคิดว่าเขาทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบงั้นหรือ? บ้าที่สุด!!
เสียงอุษาดังแว่ว คงตามพี่สาวคนใหม่ไป เขาไว้ใจอุษาได้ว่าไม่ทอดทิ้งเวราแน่ จึงดึงสติกลับมายังเรื่องตรงหน้า
เมื่อสักครู่ เกิดอะไรขึ้นกับเธอ
ตาคมกริบไล่ไปทุกจุดทุกมุมที่หญิงสาวยืนชะงักงันเมื่อครู่ ดวงตาสวยของเธอมีน้ำตารื้น สีหน้าเจ็บปวดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เวราเป็นคนมั่นใจในตัวเองและมีเลือดนักสู้ แม้แต่ช่วงเวลาน่าสิ่วน่าขวาน น้ำตาสักหยดยังไม่ปรากฎ แล้วความเสียใจเมื่อกี้มันคืออะไร
ลิ้นชักล่างเผยอ มือหนาดึงมันออก จึงได้เห็นภาพถ่ายสะเปะสะปะ
ภาพถ่ายด้านบนคือภาพครูศรีพรรณ
กวินพยายามไล่เลียงความคิด เขาไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง ไม่มีหลักฐานอะไรเลย นอกจากดวงตาแดงก่ำรื้นน้ำตาคู่นั้น
อ้อ! ไม่สิ!! สายนาฬิกาถักเส้นนั้นด้วย!!
มิน่า ลวดลายจึงคุ้นตาเสียจริง
ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว กวินรู้ตัวดีว่า เขาจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คำตอบ
กวินพุ่งพรวดออกจากบ้าน ร่างโปร่งของเวรามุ่งหน้าไปยังถนน โดยมีอุษาคอยยื้อกระเป๋าใบใหญ่เอาไว้ เขาตามไปจนทัน และคว้ากระเป๋านั้นก่อนส่งให้อุษา
“อุษาเอากระเป๋านี้ไปเก็บตี้เดิม ตางนี้ปี้ดูแลเอง” กวินสั่ง อุษาถอยฉากไปอย่างรู้งาน คงเดาว่าคนรักมีเรื่องกัน จึงชูนิ้วโป้งส่งกำลังใจให้เขา
กวินยิ้มตอบ เขาคว้าต้นแขนเวรา เธอสะบัดหนี แต่ไม่พ้น
“ปล่อยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจว่าถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว”
“ตามสบาย” เขาลากเธอไปที่รถ
“พอเสร็จธุระ คุณโทร.หาทนาย โทร.หาตำรวจ จัดการผมตามสบาย แต่ผมมีข้อแลกเปลี่ยน”
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร นายยังกล้าต่อรองฉันอีกรึ” เวราขู่ฟ่อด้วยมาดคุณหนูเอาแต่ใจคนเดิม กวินดันเธอขึ้นรถ ปากก็ว่า
“ผมจะพาคุณไปเยี่ยมครูศรีพรรณที่โรงพยาบาล จากนั้น คุณจะจัดการผมยังไงก็เชิญ”
กวินต้องใช้สมาธิอย่างมากในการขับรถบนถนนที่แคบและคดเคี้ยว สลับการคอยดูเวราที่นั่งด้านข้าง เขารู้ฤทธิ์ของเธอดี หากเปลี่ยนใจไม่ยอมไปโรงพยาบาลด้วยแล้ว เวราทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพื่อหยุดเขา
ดวงตาคู่นั้นกำลังมองออกไปไกลกว่าหุบเขาข้างทาง แววตาหม่นจัดซ่อนความเหนื่อยไว้ไม่มิด มุมปากที่เคยยกยิ้มอย่างมั่นใจสั่นไหวของความสะเทือนใจที่พูดไม่ได้ มือเล็กขาวโพลนบีบเกร็งบนตัก
ความนิ่งของหญิงสาวสะท้อนความแตกสลายข้างใน
“ครูศรีพรรณป่วยเป็นโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง”
มือบางกระตุก กวินลอบถอนหายใจลึก
“อาการเป็นไง” เสียงถามลอย ๆ เหมือนไม่สนใจนัก หากมือบางกดเกร็ง
“เหนื่อยง่าย” กวินเล่าอย่างระมัดระวัง เสียงเขานุ่มขึ้นไม่รู้ตัว “เมื่อก่อนผมไม่รู้ คิดว่าครูอดนอน ทำงานหนัก แกชอบทอผ้าข้ามวันข้ามคืน เพิ่งมารู้ไม่กี่ปีหลังผมเรียนจบ แกเป็นลมบ่อย จึงรู้ว่าไม่ใช่เพราะอดนอน แต่เพราะเป็นโรคหัวใจ”
“อันตรายแค่ไหน” เสียงเล็กถามหลังจากเงียบไปอึดใจ
“ถ้าไม่รักษา หรือดูแลไม่ดี ก็อาจกลายเป็นหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน”
มือเล็กกระตุก เจ้าของมือกัดริมฝีปาก
“ฉันไปเยี่ยม ก็คงไม่มีประโยชน์ ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับ...เขา อุษาเล่าว่า...เขาดูแลนายเหมือนลูกไม่ใช่เหรอ”
“ข่าวลือเรื่องแฟนผมไปถึงหูครูเมื่อเช้า ผมสัญญากับครูไปแล้วว่าจะพาคุณไปเยี่ยม” กวินงัดไม้เด็ด เพราะรู้ดีว่า วันนี้ ต่อให้โลกแตก เขาต้องพาเวราไปเยี่ยมครูศรีพรรณให้ได้
“คุณไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ไปเยี่ยมคนป่วยแค่สองชั่วโมง ผมขอแค่นี้แหละ”
“อ้อ! เลยขอให้ชั้นช่วยเล่นละครปาหี่เอาใจคนป่วย”
“น่า เขาว่าคนสวยมักใจดี”
“ผิดล่ะ ฉันเป็นสวยที่ใจดำมาก ๆ ต่างหาก ไม่รักเด็ก ไม่รักธรรมชาติ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน...”
“หมอพบภาวะหัวใจล้มเหลว” กวินโพล่ง
“อะไรนะ”
“หมอบอกว่าครูอาจมีเวลาไม่มาก”
เวราเงียบกริบ และกวินถือเป็นคำตอบรับ
เขาลอบพ่นลมออกจากปาก เพิ่มความเร็วรถเพราะมั่นใจแล้วว่ารอบนี้ คนนั่งข้างยอมไปเยี่ยมคนป่วยแต่โดยดี