บาดแผลที่ปริแตก
บาดแผลที่ปริแตก

อะห์มดาบาด[1]เป็นเมืองใหญ่ของรัฐคุชราต ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งผ้า เป็นเมืองที่เชื่อมประวัติศาสตร์นานหลายร้อยปีตั้งแต่ยุคจักรวรรดิโมกุลจนถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรม สิ่งทอจากเมืองอะห์มดาบาดเป็นหัวใจเศรษฐกิจและการเมืองของอินเดียจวบถึงทุกวันนี้
ผ้าทอมือของอะห์มดาบาดมีอิทธิพลสำคัญต่อภูมิภาคเอเชีย เพราะเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเส้นทางการค้าโบราณ ลวดลายเรขาคณิต สีธรรมชาติ และเทคนิคมัดย้อมซับซ้อนจากที่นี่แพร่กระจายสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย ทำให้เกิดการพัฒนาลวดลายมัดหมี่ไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ยังคงเค้าโครงแรงบันดาลใจจากอินเดียอยู่ในชั้นเชิงของเส้นด้ายและโครงสร้างผืนผ้า
สำหรับเวรา การเดินทางรอบนี้ไม่ใช่แค่การซื้อขายวัตถุดิบ แต่คือการเดินเข้าสู่สนามประลองที่แท้จริงเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองคู่ควรบัลลังก์
เวราปล่อยให้สุรีย์วรรณและธีรภัทรเข้าใจว่าเธอมองแค่ตลาดในประเทศ เพราะเมื่ออสวากุลกรุ๊ปพูดถึงราก จะต้องเป็นรากแก้วที่ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมและหัตถกรรมท้องถิ่นของทั้งภูมิภาค เฉกเช่นบัลลังก์ของอสวากุลกรุ๊ปต้องเหมาะสมกับทายาทที่แท้จริงและที่ดีสุด และนั่น ทำให้เธอเลือกเดินทางมายังอะห์มดาบาด
ด้วยความที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมผ้า ทำให้งานแสดงสินค้าและประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจสิ่งทอแห่งอะห์มดาบาด ยิ่งใหญ่สมชื่อ งานแสดงสินค้าครั้งนี้คือจุดหมายของเธอ เวราเดินผ่านห้องแสดงสินค้าที่มีสิ่งทอให้ชมจนตาลาย แต่ยังไม่อยากเสียเวลาดูสินค้าเพราะมีบางอย่างที่สำคัญกว่า
ห้องโถงใหญ่ของศูนย์ประชุมกลางเมืองตกแต่งด้วยป้ายผ้าลายมัดย้อมท้องถิ่น ภายในห้องจัดเป็นส่วนเวทีและส่วนที่นั่ง ซึ่งวางผังแยกส่วนวีไอพีเป็นเก้าอี้และโต๊ะยาวที่ตกแต่งไว้เป็นพิเศษ ส่วนที่นั่งผู้เข้าร่วมประชุมทั่วไปจัดเป็นแถวเก้าอี้เรียงกันค่อนข้างแน่น ผู้คนหนาตา สนทนาหลากภาษา ทั้งตะวันตก จีน ญี่ปุ่น หรือแม้แต่อินเดีย
เวราอยู่ในสูทหรู กระเป๋าหนังเนี๊ยบยี่ห้อดังพาดแขน รับป้ายชื่อจากโต๊ะลงทะเบียนด้วยความเซ็งจัด
เวรา อสวากุล ผู้เข้าร่วมสัมนาประเภทบุคคล
ไม่ใช่วีไอพี แต่เป็นบุคคลทั่วไป!
หญิงสาวมองแถวเก้าอี้เรียงเป็นตับด้วยความเหนื่อยใจ เพราะไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า
นี่มันทริปอนาถาชัด ๆ
เวรากรีดนิ้วหยิบป้ายแขกธรรมดาติดเสื้อราวกับมันเป็นเชื้อโรค แขกธรรมดาคนอื่น ๆ ทะยอยเข้ามานั่งใกล้เธอ เวราทำตัวลีบพลางมองพื้นที่วีไอพีตาละห้อย
เวลาผ่านไปไม่นาน พิธีเปิดงานก็เริ่มขึ้น ตามมาด้วยคำกล่าวสุนทรพจน์จากผู้จัดงาน สภาอุตสาหกรรม สภาการค้า นายกเทศมนตรี รัฐมนตรี และซุปเปอร์วีไอพีอีกหลายคน พิธีเปิดงานนานจนเวราแทบเป็นเหน็บ เกือบเดินออกจากงานไปยืดแข้งยืดขา โชคดีว่าเสียงปรบมือดังขึ้นเสียก่อน
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้มก้าวขึ้นเวที...คนที่เธอต้องการพบ...คนที่เป็นสาเหตุการเดินทางเร่งรีบ
เดฟ เมห์ตา!
เขาก้มศีรษะทักทายแขกวีไอพี สายตาคมลึกแบบชาวเอเซียใต้หยุดตรงดวงหน้าเธอ เวรายิ้มกว้าง ดีใจว่าเขาจดจำเธอได้
แล้วเขาก็เลื่อนตาผ่านไปทางอื่น
เวราลอบถอนหายใจ เอาเหอะ คนมาก เดฟ เมห์ตาน่าจะตาลาย ถ้าเขาได้เห็นเธอใกล้ ๆ น่าจะคุ้นตาบ้างหรอกน่า เดฟ เมห์ตาคือทายาทตระกูลสิ่งทออินเดียชื่อดัง สื่อสนใจเดฟอย่างเห็นได้ชัด รุมถ่ายภาพเขาบนเวที เวราวางแผนจะเข้าถึงตัวเขาหลังบรรยาย รอให้กลุ่มช่างภาพจางลงเพื่อเธอจะเข้าไปแนะนำตัวก่อนขอนัดหมายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
พอรู้มาบ้างว่าการเข้าถึงเดฟไม่ใช่เรื่องง่าย คิวนัดแน่นขนัด เวราเขียนจดหมายแนะนำตัวเพื่อขอนัดไปตามช่องทางปกติเมื่อหลายวันก่อน เลขาเขาตอบกลับมาอย่างสุภาพว่าเดฟติดภารกิจ จึงไม่สะดวกพบในตอนนี้ อาณาจักรของเมต์ตาและอสวากุลกรุ๊ปมีความทับซ้อนกัน รวมกันได้จะเป็นการแผ่ขยายอาณาจักร เพียงแต่ตลาดเมืองไทยอาจเล็กเกินไปสำหรับเดฟ การถูกเพิกเฉยนัดคือการปฏิเสธทางอ้อม อย่างไรก็ดี เวราเชื่อเสมอว่าโอกาสที่ดีจะเกิดขึ้นเมื่อสองฝ่ายได้พบกัน งานนี้จึงเป็นโอกาสงามที่เธอจะได้พบเขา
“ท่านผู้มีเกียรติและเพื่อนในวงการสิ่งทอทุกท่าน เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้ต้อนรับทุกท่านสู่เมืองอะห์มดาบาด เมืองที่เส้นด้ายแห่งประวัติศาสตร์และอนาคตร้อยรัดเข้าหากันทุกวันมานานนับศตวรรษ รัฐคุชราตคือแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมสิ่งทอ ตั้งแต่ปาโตลา (Patola) ผ้ามัดย้อมสองทางจากปาฏัณ ไปจนถึงบันดานี (Bandhani) อันสดใสแห่งคุชราต ผ้าของเราถูกส่งออกไปทั่วโลก แต่วันนี้ อุตสาหกรรมสิ่งทอกำลังเผชิญคำถามใหญ่ที่เราไม่อาจเพิกเฉยได้ เราจะรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ยังมีลมหายใจได้อย่างไร?
ที่เมห์ตา เท็กซ์ไทล์ส เรามีพันธกิจเรียบง่าย เชื่อมงานหัตถกรรมดั้งเดิมเข้ากับตลาดโลกอย่างยั่งยืน เมห์ตาจะคืนรากยั่งยืนและเข้มแข็งให้กับชุมชน เพราะความหรูหราแท้จริงในวันนี้ ไม่ใช่แค่ความหายากหรือราคาแพง แต่คือการรู้ว่า ทุกเส้นด้ายถูกผลิตอย่างเป็นธรรม ทุกสีเคารพผืนดิน และช่างทุกคนได้รับศักดิ์ศรี
หากเราล้มเหลวในเรื่องนี้ เราไม่ได้แค่ล้มเหลวในฐานะอุตสาหกรรม แต่เราล้มเหลวในฐานะผู้พิทักษ์วัฒนธรรม”
เสียงปรบมือดังก้องในห้องประชุมใหญ่ เดฟ เมห์ตา ยืนมั่นคงบนเวที พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลัง
เวราบีบมือบนตัก แนวคิดของเดฟไม่ต่างกับแนวคิดของเธอ ในที่ประชุมบอร์ดของอสวากุล ทุกคนกลับลังเล ดูเหมือนเสียงของธีรภัทรจะดังกว่าเสียงเธอด้วยซ้ำ
หากเมื่อถ้อยคำเหล่านี้ออกจากปากเดฟ เมห์ตา ทุกอย่างกลับแตกต่างออกไป
ทุกถ้อยคำทรงพลัง และทุกคนพร้อมที่จะฟัง
สายตาผู้ฟังทุกคู่จับจ้องไปที่เดฟ ไม่มีใครสนใจผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่นั่งแถวกลาง
เวราและเดฟ ต่างเป็นทายาทของธุรกิจใหญ่ทั้งคู่ แต่เดฟเป็นตัวจริง ขณะที่เธอยังเป็นเงาหลังบิดา และกำลังถูกเงาของน้องชายทาบทับ
❖
ผู้บรรยายหลังจากเดฟคือนายกสภาหอการค้าประจำเมือง หัวข้อสนทนาเป็นเรื่องทั่วไป เวราจึงฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เธอกวาดสายตาทั่วงานเพื่อเก็บข้อมูล จนพบร่างคุ้นตา
กวิน!
ร่างสูงใหญ่สวมเสื้อคอจีนแขนยาวทำจากผ้าพื้นเมืองสีน้ำเงินเข้ม เขาเพิ่งเดินเข้ามาในงาน คงมาฟังบรรยายละมัง
แต่เวราเข้าใจผิด!
ผู้จัดงานกรูไปต้อนรับ นำกวินมานั่งใกล้เดฟ!
กวินนั่งข้างเดฟ...ชายหนุ่มที่ดูบ้าน ๆ ปากจัด กำลังนั่งเคียงข้างทายาทธุรกิจค้าปลีกใหญ่ของอินเดีย!
นี่เมื่อคืนเธออยู่กับคนสำคัญคนหนึ่งหรือไรนะ!
[1] อะห์มดาบาด (Ahmadabad หรือ Ahmedabad) เมืองใหญ่ในรัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย เป็นศูนย์กลางด้านการค้า อุตสาหกรรมสิ่งทอ และวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาค จนได้รับสมญาว่า “แมนเชสเตอร์แห่งอินเดีย”
ฝากผู้อ่านติดตามตอนต่อไปนะคะ หากไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป อลินน์ขอฝากคะแนนหรือรีวิวสั้น ๆ ตามความรู้สึกจริงของคุณไว้บนแพลตฟอร์มที่กำลังอ่าน เพียงไม่กี่ถ้อยคำจากคุณ จะช่วยให้หนังสือเล่มนี้มีโอกาสเดินทางไปพบผู้อ่านคนใหม่ ๆ และเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนอย่างมากค่ะ
พิเศษสำหรับโปรโมชั่นอีบุ๊ก
ฝากกดติดตามสำนักพิมพ์อลินน์ เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่นต่าง ๆ ค่ะ
https://www.mebmarket.com/p/alynn
