ข้อแม้
ข้อแม้
แสงจากหน้าต่างสะท้อนบนพื้นซีเมนต์เป็นเงา เตียงเหล็กในห้องคนไข้รวมเรียงแถวกันเป็นระยะ โดยมีม่านกั้นเพื่อความเป็นสัดส่วน ม่านสีฟ้าซีดผืนหนึ่งขยับเบา ๆ ตามแรงลมจากพัดลมตั้งโต๊ะเก่า
เวราก้าวเข้าไปพร้อมกวิน เธอรู้สึกเหมือนอยู่ผิดที่
ผู้ป่วยนอนพิงหมอนสูง เสื้อคนไข้สีเทาอ่อนหลวมโคร่ง เนื้อผ้าหยาบแนบผิวซีด โหนกแก้มโปนแต่โครงหน้าเรียวยังคงงามอย่างคนที่เคยสวยจัดในวัยสาว ผมสีดอกเลารวบไว้หลวม ๆ ตรงท้ายทอย เส้นเลือดบางใต้ผิวมือชัดเจนจนมองเห็น มือคู่นั้นคือมือของคนที่ผ่านงานหนักมาทั้งชีวิต
เธอยกมือขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกศิษย์ก้าวเข้ามา ริมฝีปากซีดคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวที่มาพร้อมกัน ยิ้มบางชะงักค้าง
ม่านน้ำตารื้นขึ้น หากเจ้าตัวพยายามกะพริบไล่
“ใครหรือจ๊ะกวิน”
เสียงนุ่มทักทายแสดงชัดว่าไม่รู้จักหญิงสาวมาก่อน ทำเอาเวรากัดริมฝีปาก สองสายตาประสานกัน มีความหมายมากมายอยู่ในนั้น แต่ไม่มีใครสามารถพูดออกมาได้
กวินย่อตัวลงนั่งข้างเตียง
“ครูครับ นี่คุณวา เวรา อสวากุล...เธอมาช่วยดูงานที่ชุมชน”
มือเหี่ยวของครูศรีพรรณกระตุก หากเสียงของเธอนุ่มนวลนัก
“ขอบคุณมากนะคะ... คุณเวรา ครูเคย...เอ่อ เห็นภาพหนูในข่าวธุรกิจบ่อย ๆ หนูเก่งมาก เก่งจริง ๆ แล้วนี่ รู้จักกับกวินได้ยังไง”
รู้จักได้ไงน่ะหรือ ถามว่า รู้จักแล้วรู้สึกอย่างไรดีกว่าไหม?
แต่เวราไม่ทันได้ตอบ กวินเล่าให้ครูฟังด้วยน้ำเสียงนุ่มราวดีเจคลื่นวิทยุ
“ผมพบคุณวาตอนเดินทางไปอินเดียครับครู ผมพาเธอไปเยี่ยมมาดามลักษมีด้วยกัน”
“คุณวาสนใจผ้าทอมือหรือคะ?”
“ครับครู”
กวินตอบแทนเมื่อเห็นหญิงสาวเงียบ ทำให้เจ้าตัวขมวดคิ้ว
“ฉันไม่ได้สนใจขนาดนั้น ก็แค่...โครงการ CSR”
กวินเป็นฝ่ายขมวดคิ้วแทนคราวนี้ เขาหันไปอธิบายคนไข้เองเมื่อหญิงสาวเลือกเป็นฝ่ายเงียบอีกรอบ
“คุณวากำลังสร้างแบรนด์สินค้าผ้าทอมือของไทย และกำลังร่วมทุนกับเมห์ตากรุ๊ป”
“เดฟ เมห์ตา หรือกวิน” ครูศรีพรรณถามด้วยความกังวล
“ครับ”
ตลอดเวลา เวรามองดูครูลูกศิษย์ที่มีความสัมพันธ์แบบแม่ลูกสนทนากันด้วยความรู้สึก...ขวางหู หญิงสูงวัยถอนหายใจยาว แตะต้นแขนชายหนุ่ม
“ครูอยากออกจากโรงพยาบาลตอนนี้ กวินจัดการทีนะ”
“แต่หมออยากให้ครูอยู่ที่นี่ก่อน”
“อยู่บ้านหรืออยู่โรงพยาบาลก็นอนพักได้เหมือนกัน ทำตามที่ครูบอกเถอะกวิน”
กวินขอให้เธออยู่เป็นเพื่อนคนป่วย ขณะที่เขาไปจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาล หากต้องนิ่วหน้า เมื่อหญิงสาวเดินตามออกมาจากห้องพักคนไข้
“ทำไมคุณปล่อยครูอยู่คนเดียว”
“ที่ผ่านมา ครูของนายก็ไม่เคยมีฉันอยู่แล้วไม๊ แล้วฉันไม่ได้ตามนาย ฉันจะกลับต่างหาก”
“นี่บ่ายแก่แล้ว ค้างกับครูสักคืน ไม่เสียเวลาแจ้งความหรือโทร.หาทนายหรอกน่า พรุ่งนี้ผมจะไปส่งคุณเอง”
“เงื่อนไขแค่เยี่ยมคนป่วย ชั้นก็ทำให้แล้วไง”
“ค้างกับครูสักคืน”
“ถ้าฉันค้างกับครูหนึ่งคืน นายจะยอมทำตามสัญญาเดิมไหมล่ะ”
“ผมทำให้ไม่ได้”
เวราเม้มปาก มองชายหนุ่มด้วยความขุ่นเคือง
“ผมเป็นแค่เหยื่อล่อปลาใหญ่ ทำไมต้องร่วมหัวจมท้ายกับคุณด้วย เอาล่ะ ผมยอมแพ้”
เวราเริ่มยิ้มออกมาได้
“ในที่สุด นายก็คิดได้สินะ ว่ามีคดีความกับอสวากุลกรุ๊ป มีแต่ผลเสีย โบราณเขาถึงห้ามค้าความ”
“ผมยอมแพ้ที่จะดึงคุณไว้ต่างหาก และยังยืนยันยกเลิกสัญญาตามเดิม อยากฟ้องก็เชิญ ตอนนี้ใกล้เย็นเต็มแก่ กว่าคนแปลกหน้าอย่างคุณจะมะงุมมะงาหราหารถไปส่งถึงสนามบินรับรองว่าดึกแน่ เชียงรายนะคุณ ไม่ใช่หมอชิต เห็นระยะทางไม่กี่กิโลเมตร แต่รถวิ่งเลาะหุบเขา ถ้าคนขับรถไม่ชินทางล่ะก็ ได้ตกเขาคอหักตายก่อน ผีป่าผีไพรเขายิ่งว่าแรง”