LNCrawler

รู้หรือไม่ ก็เจ็บพอกัน

บัลลังก์ทอรัก เกมร้ายตระกูลพันล้าน — novel.dek d.com · All chapters

รู้หรือไม่ ก็เจ็บพอกัน

บ้านไม้หลังเล็กของครูศรีพรรณแม้ขนาดจะไม่ใหญ่ แต่ทุกมุมสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบ ภายในมีห้องโถงใหญ่เพียงห้องเดียว ใช้ทั้งสอนงานทอผ้าและพักผ่อน ผนังฝั่งหนึ่งแขวนผ้าทอผืนสวยจากลูกศิษย์รุ่นต่าง ๆ บางผืนมีชื่อคนทอปักไว้ตรงมุม บางผืนถูกมอบเป็นของขวัญให้แม่ครูแล้วนำมาประดับไว้

กลางห้องวางกี่ไม้ขนาดกลางหนึ่งชุด มุมหนึ่งเป็นโต๊ะไม้เตี้ยที่มีพวงด้ายและเข็มเรียงเป็นระเบียบ อีกมุมคือตั่งไม้เล็ก สำหรับนั่งเล่นนอนเล่น คลุมด้วยผ้าฝ้ายสีอ่อน 

               แสงไฟจากหลอดเล็กสะท้อนเงาอ่อน ๆ บนพื้นไม้ ศรีพรรณหันมายิ้มให้หญิงสาวที่เดินตามมาด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ใบหน้าสวยบึ้ง

               “ดีแล้วล่ะจ่ะ นอนด้วยกันสักคืน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับ ปลอดภัยกว่า ว่าแต่นอนด้วยกันดีไหม ห้อง...ครู เล็ก แต่ลมเย็นดีกว่าห้องอื่น”

               “ฉันชอบนอนคนเดียว” เสียงแข็งทำให้กวินเหลือบตา หากไม่กล้าขัด เวราชี้นิ้วไปยังตั่งนั่งเล่น บอกว่าขอนอนตรงนั้นดีกว่า อาศัยนอนคืนเดียว พรุ่งนี้เธอจะเดินทางกลับแต่เช้า

               ยิ้มของครูศรีพรรณจางลงเล็กน้อย ในขณะกวินเลิกคิ้วเพราะรู้ทัน

“ตรงโถงนี่เหรอ? ตกดึก ลมพัดทีมีแต่เงาอะไรไม่รู้วูบวาบไปหมด คุณคงนอนได้หรอก”

“ถ้านอนไม่ได้ ฉันก็เรียกรถกลับกรุงเทพ!”

กวินเงียบปาก หันไปบอกครูว่าให้พักผ่อน เขาจะไปเตรียมอาหารเย็น ศรีพรรณปล่อยให้กวินพยุงไปยังห้องนอน ส่วนเวราหาเรื่องเดินออกไปข้างนอก รอกวินออกจากเรือนครูศรีพรรณ เธอจึงกลับเข้ามา

เพราะโรคประจำตัวและการเดินทางจากโรงพยาบาลในอำเภอผ่านถนนคดเคี้ยวคงทำให้ศรีพรรณเพลียจึงนอนพักผ่อน ส่วนกวินกุลีกุจอไปเตรียมอาหาร และอาจจะเคลียร์งานสารพันที่ค้างคา

เวราจึงอยู่ตามลำพังในห้องโถง

หญิงสาวกวาดตามองไปรอบ ๆ บ้านชั้นเดียวของครูศรีพรรณเล็กกว่าบ้านของกวินอีก นอกจากห้องน้ำ ห้องนอน ลานครัวหลังบ้าน ก็มีแค่โถงนั่งเล่นที่เจ้าตัวใช้ทำงานและรับแขก

มุมปากหญิงสาวกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มีความเป็นไปได้สูง ว่าในห้องโถงนี้ จะมีสิ่งที่เวราต้องการที่สุดก็ได้

 

ค่ำวันนั้น กวินทำกับข้าวง่าย ๆ แกงจืดเต้าหู้ ไข่เจียวและผัดผักบุ้ง เขาวางถ้วยจานบนโต๊ะไม้ ส่งช้อนให้เวราโดยไม่พูดอะไร ศรีพรรณนั่งพิงหมอน ยิ้มอย่างอ่อนแรงแต่ตาเป็นประกาย

               “ตั้งแต่ป่วยยังไม่เคยกินข้าวพร้อมกันแบบนี้เลยนะ”

               เวรานั่งร่วมวงอย่างไม่มีอารมณ์นัก อยากกลับบ้านเสียให้รู้แล้วรู้รอด เพราะค้นห้องโถงไปกว่าครึ่งระหว่างครูศรีพรรณนอนพัก เธอกลับไม่พบสิ่งที่ต้องการเห็น

               ดูเหมือนการย้ายมาอยู่ที่นี่ของครูศรีพรรณ คือความต้องการลบอดีตให้หมดจด

               ไม่มีภาพถ่ายในอดีตของครูก่อนย้ายมาที่ชุมชนทอผ้าแห่งนี้เลย ภาพถ่ายในอัลบั้มรูปหรือในกล่องสะสม เป็นภาพครูทอผ้ากับภาพของลูกศิษย์ รวมถึงจดหมายจากลูกศิษย์ที่ครูเก็บมัดไว้อย่างดี ราวกับคนเหล่านั้น คือครอบครัวปัจจุบันที่ครูเลือก

               ลำคอตีบจนต้องวางช้อน

               “อาหารถูกปากไหมจ๊ะ หรือชอบอาหารรสจัดกว่านี้ พรุ่งนี้จะวานให้ป้าเยื้อนทำอาหารเหนือให้ลอง”

               “ไม่ต้องค่ะ” เวราตอบเสียงห้วน กวินลอบถอนหายใจ ครูศรีพรรณหน้าสลด ทำให้เวรารู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไม่สมควรรู้สึก

เอาเหอะ อย่างน้อยก็ต้องเข็นงานให้โครงการสำเร็จ

“ฉันนัดอุษาไว้ ว่าจะไปตลาด”

เสียงห้วนจัด หากครูศรีพรรณทำเป็นไม่ได้ยิน

“ดีแล้วจ๊ะ แถวนี้มีหมู่บ้านชาวเขาหลายเผ่า ตลาดจึงมีของพื้นเมืองแปลก ๆ ให้เที่ยว พรุ่งนี้ครูจะค้นผ้าสวย ๆ เผื่อให้หนูไปใช้ที่กรุงเทพฯ จะทำแบรนด์ผ้าทอ หนูควรใช้ผ้าเหล่านี้นุ่งออกงาน ผ้าบางผืนทอไว้สวยแล้ว ไม่ต้องทำอะไรมากเลย วิธีพันทบมีหลายแบบ หุ่นแบบนี้ใส่อะไรก็สวย”

“คืนนี้ คุณว่างไหม ผมอยากคุยด้วย” กวินเอ่ย หากเวราปฏิเสธฉับ

“ฉันเพลีย คืนนี้อยากพักผ่อนเร็วหน่อย”

“ดีแล้วล่ะวา พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าชมหมอก” สรรพนามเป็นกันเองที่ศรีพรรณใช้เรียกทำเอาเวราชะงัก กวินตวัดตามองเธอ แต่เวราทำไม่รู้ไม่ชี้

กวินรู้ แต่เขาไม่พูด

เวรารู้ แต่เธอไม่มีวันพูด

และศรีพรรณรู้ แต่เลือกที่จะไม่พูด

ทั้งสามคนรู้แต่ทำเหมือนไม่รู้

เธอนึกขำ แต่ขำไม่ออก

               มันน่าขำจนน่าร้องไห้!