LNCrawler

พันธะสัญญา

บัลลังก์ทอรัก เกมร้ายตระกูลพันล้าน — novel.dek d.com · All chapters

พันธะสัญญา

เวราไม่ยอมนั่งในศาลาทอผ้าตามคำชวนของกวิน ปฏิเสธการรับประทานอาหารเช้าร่วมโต๊ะกับครูศรีพรรณ กวินนึกว่าเจ้าตัวหัวดื้อตามแบบฉบับลูกคนรวย แต่เมื่อรถตู้คันหนึ่งตรงมายังชุมชนพร้อมเจ้าหน้าที่ในชุดสูทสามคน กรูลงมาจากรถตู้ และเวราตรงไปหาด้วยท่าทางราวกับนางพญา กวินก็อึ้ง

ลืมนึกไปเสียสนิท ว่าเธอเป็นผู้บริหาร เรียกรถมารับได้สบาย ๆ

               “คุณกวินใช่ไหมคะ ดิฉันพลอย เลขาคุณเวรา” หญิงสาวคนหนึ่งตรงไปหาเวรา รับฟังคำสั่งอยู่ครู่ ก็ตรงมาที่เขาพร้อมซองเอกสารในมือ

               “สัญญาข้อตกลงการร่วมงานระหว่างชุมชนใจทอและอสวากุลกรุ๊ปค่ะ”

               “ผมขอยกเลิกสัญญาไปแล้ว”

               “ค่ะ พลอยทราบ” หญิงสาวอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม หากใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีความยินดี และไม่มีความยินร้าย สมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ทำงานตามคำสั่ง

               “แต่คุณวาสั่งให้นำเอกสารมาให้ เธอฝากบอกว่า รออีกสองวัน แล้วคุณกวินค่อยตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับกระดาษพวกนี้ก็ได้ พลอยพูดได้แค่นี้เพราะมีเวลาจำกัดค่ะ”

               ระหว่างนี้ นางพญาเดินขึ้นรถตู้ โดยมีผู้ติดตามร่วมขบวน หนึ่งในนั้นสบตาเขาแว่บนึง พลอยซอยเท้าตามนายตัวเองไป โดยไม่ยอมอธิบายอะไรเพิ่มเติม

               รออีกสองวันเพื่อฉีกกระดาษพวกนี้หรือ?

สองวัน นั่นเป็นเวลาที่เขาเสนอให้

เวราคิดได้แล้วสินะ ว่าแค่ลดทิฐิ ยอมค้างกับครูศรีพรรณอีกแค่สองวัน เธอจะได้ทุกอย่างตามต้องการ ส่วนเขาน่ะหรือ เพื่อครูศรีพรรณ การร่วมงานกับเดฟจะเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป

 

ทันทีที่เวราและทีมงานอีกสามคนพร้อมกันในรถตู้ ภายในรถก็เปลี่ยนสภาพจากยานพาหนะเป็นห้องประชุมย่อม ๆ ข้อมูลถูกส่งให้นายหญิง พร้อมรายละเอียดเพียบพร้อมเมื่อถูกซักถาม

เวราพอใจในผลงาน ทีมนี้เธอคัดเลือกด้วยตัวเอง สิ่งที่ทุกคนทำมันดีมาก ๆ เธออยากจะชมทุกคน แต่บางสิ่งบางอย่างห้ามเธอไว้

พ่อไม่เคยชมเธอ และสิ่งนั้นผลักดันให้เธอพัฒนาตัวเอง เช่นเดียวกับที่เธอต้องการพัฒนาทีมของเธอ 

               “ฝ่ายโน้นจะส่งใครเข้าประชุม”

               “ทางโน้นยังไม่ได้แจ้งครับคุณวา” ก็เพราะให้นัดด่วนกลางดึกเมื่อคืน นัดได้วันนี้ก็ถือว่าบุญมากแล้ว

               แต่ดูเหมือนบุญที่มียังไม่พอ

               “โทร.ไปเดี๋ยวนี้เลยภีม ทุกครั้งที่เข้าประชุม เราต้องรู้ว่าจะพบกับใคร อย่าลืมย้ำให้ทางนั้นเข้าใจ ว่าฉันต้องการพบแต่คนที่มีอำนาจตัดสินใจภายในวันนี้เท่านั้น”

 

กึกกึกกึก เสียงรองเท้าส้นสูงขนาด 12 เซนติเมตร หนังแก้วสีดำวาวพื้นสีแดงจัดกระทบพื้นซีเมนต์ชื้น โลโก้สีเขียวจางของ ธนชัยไฟแนนซ์แทบจะเลือนไปตามผนังสีซีด เวรามองแล้วนิ่วหน้า บางสิ่งบางอย่างไม่เข้ากันอย่างแรง

ภายในสำนักงาน ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมกำลังจิบกาแฟร้อน เมื่อเห็นผู้มาเยือนและคณะ เขาลุกขึ้นอย่างกุลีกุจอพร้อมรอยยิ้มที่ขัดกับนัยน์ตาใคร่รู้

“คุณ…เวรา อสวากุล?”

               คำทักทายทำให้ความไม่พอใจลดลงเล็กน้อย

“เจ้านายของผมเพิ่งมาถึง ท่านบึ่งรถมาจากแม่สายเพื่อพบคุณ”

ไม่มีรอยยิ้มหรือคำขอบคุณ เวราก้มศรีษะ ก่อนเดินตามฝ่ายนั้นด้วยมาดนางพญาไปยังห้องประชุมขนาดเล็กแต่มิดชิด โต๊ะประชุมไม้มีรอยขีดข่วน ม่านสีฟ้าราคาถูกมีจุดน้ำตาลประปราย

นายธนชัยนั่งอยู่ก่อนแล้ว แม้ว่าสำนักงานทั้งภายนอกทั้งภายในทรุดโทรม ตกแต่งด้วยของราคาถูกแบบสักแต่ว่าแต่งให้เสร็จ ๆ ไป หากเจ้าของบริษัทนั้นไม่ได้ซอมซ่อหรือจ๋องตามสถานที่เลย

เวรากวาดดูคู่เจรจาอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์ของเธอสแกนนายธนชัยได้ว่าเป็นนักลงทุนอายุประมาณสี่สิบต้น ๆ  รูปร่างสันทัด ใบหน้าไม่บอกว่ายินดียินร้ายกับอะไรง่ายดาย ข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมแบบมีรสนิยม ไม่ใช่ใส่ประโคมลงไปมาก ๆ เพื่ออวดฐานะ เขาผุดขึ้นยืนด้วยมารยาทอันดี แต่ก็มีลักษณะผึ่งผายอย่างเจ้าคนนายคน

“กาแฟหรือชาดีครับ คุณเวรา”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากรบกวนเจ้าหน้าที่คนเดียวของคุณ” เวรายิ้มกว้าง โบ้ยมือไปนอกห้อง “แค่ขอนัดด่วนก็เกรงใจจะแย่แล้ว ขอบคุณที่มานะคะ ดิฉันมีเวลาเพียงแค่นี้จริง ๆ อยากหารือเรื่องเอกสารบางส่วน”

               เธอนั่งลงโดยไม่รอคำเชิญ นายภีมเปิดแฟ้มหนาออกวางบนโต๊ะไม้อย่างรู้งาน เอกสารภายในมีสำเนาหนังสือรับรองบริษัท ใบอนุญาตสินเชื่อ และสำเนาใบอนุญาตบางส่วนที่หมดอายุแล้วของธนชัยไฟแนนซ์

               เวราหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งส่งให้

“ใบอนุญาตยังไม่ต่ออายุ…ใช่ไหมคะ?”

               ธนชัยหรี่ตา รับเอกสารไปดูทั้งที่ยังคงยิ้มละไม

               เจ้าสัวอนันต์ขึ้นชื่อเรื่องอำนาจการต่อรองและการตัดสินใจเฉียบขาด ลูกสาวคนโตก็ดูจะถอดบิดามาพิมพ์เดียวกัน

“ทายาทเจ้าสัวอนันต์ ให้เกียรติบริษัทไฟแนนซ์เล็ก ๆ อย่างธนชัย จนถึงขนาดตรวจสอบใบอนุญาต คงมีเรื่องสำคัญแน่ ผมรู้สึกเป็นเกียรติจริง ๆ ที่ได้จะรับใช้”

               เธอยิ้มแต่ดวงตาไม่ยิ้ม

               “ไม่สลักสำคัญอะไรหรอกค่ะ ดิฉันขอไม่พูดอ้อมค้อมแล้วกันนะคะ คุณธนชัยทราบดีว่าบริษัทสินเชื่อหากใบอนุญาตขาด ธุรกรรมที่ดำเนินทั้งหมดระหว่างนี้จะไม่ถูกต้อง ตอนนี้ ทางอสวากุลกรุ๊ปกำลังดำเนินโครงการพัฒนาหัตถกรรมยั่งยืนโดยมีชุมชนใจทอเป็นชุมชนต้นแบบ จึงอยากจะขอซื้อหนี้ของสมาชิกทั้งหมดมาดูแลเอง เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อไปภายหลัง” เวราตวัดตา ภีมรีบวางซองเอกสารลงบนโต๊ะ

“ดิฉันต้องการซื้อบัญชีเหล่านี้ทั้งหมด รวมดอกเบี้ยและสิทธิเรียกร้องในนามบริษัท”

               ธนชัยทำหน้าหนักใจ

“บัญชีนั้นเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันของที่ดินในโครงการโกลเด้นริดจ์ เราไม่สามารถขายแยกได้”

               คำอธิบายเป็นเหตุเป็นผลไม่ทำให้ทายาทอสวากุลสะทกสะเทือน เวรายิ้มเย็น

“ดิฉันทราบค่ะ ว่าโกลเด้นริดจ์คือผู้ถือหุ้นของธนชัยไฟแนนซ์ และดิฉันก็รู้ว่า ที่ดินค้ำประกันของลูกหนี้เหล่านี้…อยู่ติดแนวที่ดินที่บริษัทพงศ์พัฒนาแอสเซทเพิ่งประกาศขออนุมัติสร้างรีสอร์ตเชิงอนุรักษ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราทุกฝ่ายเป็นนักธุรกิจ คุณคงเข้าใจดี เหตุผลที่อสวากุลกรุ๊ปต้องการควบคุมทุกองค์ประกอบเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ทั้งธนชัยไฟแนนซ์และโกลเด้นริดจ์ คงต้องคิดอย่างเดียวกัน ดิฉันแน่ใจ”

               ธนชัยมองเวราด้วยสายตานิ่ง แม้จะยังเรียบเรียงความคิดได้ไม่ครบถ้วนนัก แต่ก็ตระหนักว่า เวราเตรียมการทุกอย่างเพราะไม่ต้องการคำปฏิเสธ

               การปฏิเสธอสวากุลกรุ๊ป ต้องเตรียมรับแรงกระแทกอย่างดี ไม่อย่างงั้น...

               พ่อลูกช่างโขกออกมาเหมือนกันจริง!

“ดิฉันมองทุกด้านแล้ว เห็นว่าคุณธนชัยจะมีแต่ได้กับได้ บัญชีลูกหนี้นะคะ ปลดออกเสียได้ จะทำให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น ส่วนเรื่องการค้ำประกันที่ดินนั้น แปลงเป็นเงินสดเสีย ไม่มีเหตุผลอะไรควรปฏิเสธ นอกเสียจากว่า เป้าประสงค์ของธุรกิจคุณจะเป็นอย่างอื่น!”

ธนชัยประสานตา ในความนิ่ง เวราเห็นความพึงใจบางอย่างในตาคู่นั้น

“แล้วถ้าคุณเวราเดาถูกล่ะครับ พงศ์พัฒนาแอสเซทต้องการที่ดินเหล่านั้น ผมรออีกนิดไม่ดีกว่าหรือ กำไรหลายเท่าตัว รอให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระ ผมยึดที่ดินเพื่อไปเสนอขาย ผลประกอบการค่อยคุ้มกับเวลาที่เสียไป”

               “ถ้าเป็นคำขอร้องจากดิฉันล่ะค่ะ เราไม่ได้เอาเปรียบคุณเลยนะ คุณเรียกได้เลย ขอราคาที่สมเหตุสมผล ดิฉันพร้อมคุยให้จบภายในวันนี้”

               ธนชัยถอนหายใจลึก

               “คุณจะ…ใช้บริษัทของตัวเองบีบธนชัยไฟแนนซ์ ?”

               “อย่ามองแบบนั้น คุณมีสิทธิตัดสินอนาคตของธุรกิจตัวเอง และดิฉันไม่ได้มีอำนาจเหนือกฎหมาย” เธอย้ำช้า ๆ “ดิฉันแค่เจรจาอย่างมิตร ฟังนะคะ ดิฉันรู้จักหัวหน้าชุมชนดี เราตั้งกองทุนปลดหนี้ให้ชาวบ้านเลยก็ได้ พวกเขาต้องยินดีแน่ เพียงแต่ไม่อยากให้เรื่องนี้อึกทึก อสวากุลกรุ๊ปต้องการทำงานแบบปิดทองหลังพระ”

รอยยิ้มเธอไม่ต่างจากรอยมีด

               “คุณไม่ได้อยากปิดทองหลังพระหรอก สถานการณ์ของคุณและน้องชายทำให้คุณไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องอื้อฉาวมากกว่า”

               ธนชัยพยายามยิ้ม หากริมฝีปากหนักกว่าทุกครั้ง

“คุณจะให้ผมทำยังไงครับ”

               “ลงนามขายบัญชีหนี้เหล่านี้ให้ฉัน คุณตรวจดูได้เลย เป็นรายหนี้เฉพาะคนในชุมชนจริง ๆ ทีมงานของฉันจะชำระเงินผ่านบริษัทนิติบุคคลในอีกสองชั่วโมง”

               พลอยเปิดแฟ้มอีกเล่มตรงหน้าคู่สัญญา ข้างในมีแบบฟอร์มสัญญาซื้อบัญชีลูกหนี้ที่จัดทำไว้ล่วงหน้า ใส่ชื่อบริษัท เวราแคปิตอลเป็นผู้รับสิทธิ์ ธนชัยมองเอกสารนั้นครู่หนึ่ง ก่อนลงมือเซ็น

พลอยรับกระดาษคืน พับเก็บอย่างเรียบร้อยในแฟ้ม

“ขอบคุณนะคะ และเราคงจะได้พบกันอีกแน่ ๆ” เวรายื่นมือไปข้างหน้า ธนชัยจับตอบ

“ผมจะต้องจัดเวลาไปพบคุณแน่ เพราะคุณเป็นหนี้ผม” ธนชัยกลั้วหัวเราะ “และทางพงศ์พัฒนาแอสเซท จะต้องหัวเสียในเรื่องนี้ คุณจะทำให้ผมเสียลูกค้าคนสำคัญ”

“ดิฉันขอใช้หนี้คุณที่กรุงเทพฯ นะคะ เรากินข้าวกันสักมื้อ ชั้นยินดีไปขอโทษพงศ์พัฒนาแอสเซทพร้อมคุณ”

เท่านั้น ธนชัยก็ยิ้มกว้าง

“ผมนึกว่าอสวากุลจะทำโครงการฟิวเจอร์กรีนเพื่อเป็นงานประชาสัมพันธ์เฉย ๆ แต่นี่ คุณสุรีย์วรรณแถลงตอนเช้า ลูกสาวเจ้าสัวมาเชียงรายเพื่อล้างหนี้ให้ชุมชนทอผ้า ทายาทรุ่นสามของอสวากุลกรุ๊ปนี่วางแผนธุรกิจแบบคนรุ่นใหม่จริง ๆ”