Secret Keynote
Secret Keynote

เสียงในห้องประชุมค่อย ๆ เงียบลง เมื่อชายหนุ่มร่างสูงในเชิ้ตพื้นเมืองสีน้ำเงินเข้มเข้ากับกางเกงผ้าฝ้ายเรียบง่ายก้าวขึ้นเวที
กวินไม่มีสไลด์หรูหรา เขาวางแท็บเล็ตบนโพเดียม เชื่อมต่อสายด้วยความคล่องแคล่วไม่มีผู้ช่วย ทำราวกับการบรรยายเป็นงานประจำของเขา เขาไม่ได้เริ่มการนำเสนอด้วยการขึ้นภาพบนจอ หากกลับคลี่ผ้าผืนเล็กในมือให้ทุกคนดู
“นี่คือผ้าที่ทอจากครามธรรมชาติ ใช้เวลาสามเดือนกว่าจะได้หนึ่งผืน”
สำเนียงภาษาอังกฤษของเขาใช้ได้ดี
“เด็กสาวคนหนึ่งทอผืนนี้ทั้งคืน เธอบอกผมว่า ‘มันคือวิธีรักษาความทรงจำของแม่’”
ห้องทั้งห้องนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงปรบมือดังขึ้น เวราเผลอขมวดคิ้ว เรื่องเล่าบ้าน ๆ แบบนี้คนมักอินกันนัก?
แต่เดี๋ยว ทำไมเธอรู้สึกคุ้น?
ไม่ใช่เพราะชื่อของกวิน ใจทอ แต่เป็น...ใจทอ
เวรารีบเปิดมือถือ ค้นข้อมูลที่ทีมงานของเธอเตรียมไว้
นั่นไง! ชุมชนทอผ้าใจทออยู่ในลิสต์ชุมชนต้นแบบที่ทีมงานคัดเลือกเอาไว้!
บริเวณที่นั่งวีไอพีแถวหน้า เดฟ เมห์ตาโน้มตัวไปข้างหน้า ตาลึกจ้องเวทีอย่างจดจ่อ หลังจากการบรรยายเกี่ยวกับการทอ วัสดุธรรมชาติ เดฟยกมือถามกวินเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด
“คุณมั่นใจเรื่องค่าแรงสำหรับคนทอผ้าว่ายุติธรรมแค่ไหน?”
กวินมองหน้าเดฟ ไม่มีรอยยิ้มหรือความปลื้มปิติที่ถูกถามโดยคนสำคัญของงาน น้ำเสียงทุ้มของเขานิ่งสงบ
“ชุมชนเราไม่ได้ขายผ้าผ่านนายหน้า ทุกครอบครัวทอผ้าสมควรได้รับค่าแรงที่เหมาะสม ผมพยายามทำให้ชุมชนยืนได้ด้วยตัวเอง”
เดฟพยักหน้าช้า ๆ แววตาวาบสนใจจริงจัง
เวราใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะคำพูดกวิน แต่เพราะภาพทายาทธุรกิจหมื่นล้านอย่างเดฟสนใจชายหนุ่มบ้าน ๆ ต่างหาก
เมห์ตากรุ๊ปกำลังวางแผนการตลาดเพื่อชุมชน การยื่นทุนหรือสนับสนุนให้องค์กรเล็ก ๆ สักแห่งนับเป็นค่าการตลาดที่คุ้มค่า เพราะองค์กรจะมีเรื่องเล่าและสร้างความประทับใจให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ส่วนกวิน...เวราออกจะหนักใจแทน การค้าขายหากไม่ผ่านนายหน้าจะกระจายถึงมือผู้บริโภคได้อย่างไร โดยเฉพาะผ้าผืนนิดเดียว ใช้แรงงานมีทักษะทอถึงสามเดือน ราคาขายต้องคุ้มค่าแรง การเข้าถึงผู้บริโภคที่ยอมจ่ายสินค้ามีราคาสูง ต้องพึ่งคนกลางที่เข้าใจตลาด
อย่างเช่น อสวากุลกรุ๊ป?
เวรายิ้มมุมปากเมื่อคิดถึงตรงนี้
❖
หลังการบรรยายจบ ผู้คนกรูห้อมล้อมเดฟ นักธุรกิจ สื่อ สภาการค้า นักวิชาการ ทุกคนอยากฝากนามบัตรหรือขอเวลานัดหมาย แต่ในจังหวะที่คนแน่นจนเกือบมองไม่เห็นทางเดิน เดฟกลับแหวกคลื่นมนุษย์ตรงไปทางกวิน
“ผมอยากพบคุณ อาทิตย์หน้าเลขาของผมจะติดต่อไป”
เสียงทุ้มนั้นชัดเจนจนเวราที่อยู่ห่างออกมายังได้ยิน
ทายาทธุรกิจหมื่นล้านของอินเดีย แค่นามบัตรในมือหลายสิบใบคงทำให้ตารางนัดแน่นไปถึงเดือนหน้า นามบัตรเหล่านั้นมาจากคนที่มีอิทธิพลทางธุรกิจพอ ๆ กับอสวากุลกรุ๊ป แต่เขากลับเปิดทางให้ผู้ชายบ้าน ๆ กับผ้าผืนเล็กที่ต้องใช้เวลาทอถึงสามเดือน
ตาของหญิงสาววาบขึ้น พร้อมแผนปิดจ๊อบที่ดูเข้าท่ากว่าการเดินไปหาเดฟเพื่อนัดหมายทื่อ ๆ
❖
หลังกวินได้รับนามบัตรจากเดฟ เมห์ตา เขาหย่อนมันลงกระเป๋ากางเกงเหมือนนามบัตรของคนอื่น ก่อนเดินเลี่ยงไปยังส่วนแสดงสินค้า เลือกชมผ้าพื้นเมืองที่มีจำนวนมากมายละลานตา ผ้าหลากสีแขวนเรียงราย กวินยืนมองผ้าผืนยาวที่แขวนไล่สีสันตรงหน้า สัมผัสผ้าแพรปาโตลาจากเมืองปาฏัณ งานมัดย้อมที่ช่างต้องมัดและย้อมทั้งเส้นยืนและเส้นพุ่งให้ตรงกันพอดี ก่อนจะนำขึ้นกี่ทอเป็นลวดลายข้าวหลามตัดสมมาตรทุกเหลี่ยมมุม สีแดงและเขียวสดจัดจ้านราวกับถูกจุดไฟส่องจากข้างใน สำหรับกวินมันไม่ใช่แค่ผ้า แต่คือคณิตศาสตร์ที่หายใจได้ ทุกเส้นด้ายคือการคำนวณ ความอดทน และศรัทธาที่สืบทอดจากครอบครัวช่างทอหลายร้อยปี
เขาเลื่อนตาไปยังผ้ามัดย้อมลายจุดบันดานี ผ้าสีครามพราวด้วยจุดเล็กละเอียดนับพัน แต่ละจุดคือปมไหมที่ถูกมัดด้วยมือผู้หญิงในหมู่บ้านวันแล้ววันเล่า กว่าจะคลี่ออกมาเป็นดอกไม้เล็ก ๆ กระจายเต็มผืน กวินนึกถึงเสียงหัวเราะของเด็กสาวที่ช่วยมัดผ้า เสียงบ่นของยายแก่ที่สายตายังแหลมคมพอจะจับด้ายเส้นบาง ๆ ทุกจุดบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัว ไม่ใช่แค่แฟชั่นหรือเครื่องนุ่งห่ม แต่คือความทรงจำและศักดิ์ศรีของผู้คนที่ทอชีวิตของตนลงไปในผ้าเหล่านี้
“อ๋อ…มัดหมี่ คล้ายของบ้านเราเลย”
ไม่ใช่แค่เสียงพูดเป็นภาษาไทย แต่คุ้นหูจนกวินหันขวับ
ผู้ประสบภัยสาวที่เขาช่วยไว้เมื่อคืน ยืนแจกยิ้มเป็นมิตรอยู่ตรงหน้า
“ไหนคุณบอกว่ามาเที่ยว?”
“เก๊าะ..มาเที่ยว” เวราพยักเพยิด “มาเที่ยวดูผ้าไง สวยดี เพิ่งรู้ว่านายชอบผ้าเหมือนกัน”
กวินหรี่ตา เวราก้มมองตัวเอง ชุดที่สวมห่างไกลจากนักท่องเที่ยว หากเธอยักไหล่
“ชั้นชอบแต่งตัวให้เรียบร้อยน่ะ งานแบบนี้มีแต่นักธุรกิจ ว่ามะ”
“ตามผมมาเหรอ ตอนออกจากที่พัก คุณยังไม่ได้อาบน้ำแต่งตัวเลย แล้วดูคุณไม่ใช่คนอาบน้ำแต่งตัวเร็วด้วย”
เวราเกือบทำหน้าหงิกใส่คำสบประสาท ถ้าไม่ฉุกคิดว่ากำลังทำอะไรอยู่
กวินจอมแขวะ เขาว่าเธอเสียเวอร์วัง วันนี้เวราแต่งตัวปกติมากกก สวมสูทสุภาพเรียบร้อย แต่งหน้าทำผมปกติ มันอาจต้องใช้เวลาบ้าง จะให้เดินหน้าสดขึ้นเวทีแบบเขาเห็นจะไม่ไหว
“อ้อ! แล้วนั่นผ้าปาโตลา ไม่ใช่มัดหมี่ไทย มัดหมี่คุณจะเห็นขอบเบลอ ๆ แต่ปาโตลาใช้การมัดย้อมสองทาง ลายถึงออกมาคมแบบนี้”
เวราพยักหน้าทำเป็นเข้าใจ “อ้อ…ต่างกันตรงนี้” เธอแตะผ้าสีครามลายจุดเล็กพราว “นี่ก็คงเหมือนผ้ามัดย้อมบ้านเรา”
กวินส่ายหน้า
“นั่นผ้าบันดานี จุดพวกนี้เกิดจากการมัดทีละปม…หลายพันปมต่อผืน ต้องใช้แรงคนทั้งครอบครัว”
เวรากะพริบตาถี่ ๆ นึกภาพแรงงานทั้งบ้านนั่งมัดปมผ้าทีละผืนแล้วอยากกุมขมับ
“ผืนนี้ทอถึงสามเดือนแบบผืนนั้นหรือเปล่า” เธอหลุดปาก เมื่อเห็นสายตาเคร่งของกวิน จึงเพิ่งรู้ตัว
“คุณเดาถูก ชั้นไม่ได้มาเที่ยวหรอก” เวรายื่นมือให้ชายหนุ่ม
“ชั้นอยากร่วมงานกับคุณ”
มือของกวินยังอยู่ที่เดิม ใบหน้าคมคายเรียบเฉย เวราลดมือลงด้วยความกระดากนิด ๆ แต่เธอไม่ยอมแพ้ กวินยังไม่เข้าใจว่ากำลังได้รับโอกาสที่หลายคนจะต้องอิจฉา
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน ชั้นอยากร่วมงานด้วย คุณ...มาทำงานให้ชั้น และชั้นจะให้ทุนสนับสนุนโครงการผ้าชุมชนของคุณ เย็นนี้ชั้นจะรอคุณที่...” เวราบอกชื่อโรงแรมใหม่
“งานของคุณต้องการเงินสนับสนุน บริษัทชั้นกำลังมองหาชุมชนหัตถกรรมเพื่อทำโครงการผลิตสินค้าหรู เราจะกระตุ้นความต้องการของตลาด เราจะทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น”
❖
ฝากผู้อ่านติดตามตอนต่อไปนะคะ ตอนแรก นางสิบสองแห่งอสวากุล อาจจะมีข้อมูลเยอะ อ่านยากหน่อย แต่ตอนต่อไป จะเป็นการเดินเรื่องตัวพระนาง อ่านง่ายขึ้นค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ
หากไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป อลินน์ขอฝากคะแนนหรือรีวิวสั้น ๆ ตามความรู้สึกจริงของคุณไว้บนแพลตฟอร์มที่กำลังอ่าน เพียงไม่กี่ถ้อยคำจากคุณ จะช่วยให้หนังสือเล่มนี้มีโอกาสเดินทางไปพบผู้อ่านคนใหม่ ๆ และเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนอย่างมากค่ะ
พิเศษสำหรับโปรโมชั่นอีบุ๊ก
ฝากกดติดตามสำนักพิมพ์อลินน์ เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่นต่าง ๆ ค่ะ
https://www.mebmarket.com/p/alynn
