ความผิดพลาด
ความผิดพลาด

ค่ำนั้นเอง โต๊ะดินเนอร์ในห้องอาหารหรูโรงแรมห้าดาวถูกจัดเรียงอย่างประณีต แสงเทียนสะท้อนไวน์สีแดงในแก้วก้านสูง เวรานั่งรอด้วยท่วงท่ามั่นใจ สูทเข้ารูปเมื่อกลางวันถูกเปลี่ยนเป็นเดรสหรูเรียบง่าย เธอเปิดแท็บเล็ตอ่านข่าวธุรกิจระหว่างรอ
รายงานข่าวบรรยายถึงธีรภัทรจับมือกับองค์กรอิสระด้านแรงงานสตรีและเด็ก นำสินค้าแฟชั่นมาบริจาคและระดมทุน ภาพในข่าวคือธีรภัทรยืนยิ้มท่ามกลางกลุ่มอาสาสมัคร สื่อชมว่าเป็นก้าวใหม่ของผู้นำรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสังคมอย่างแท้จริง
ริมฝีปากเวรากระตุก ไอเดียนี้เธอเป็นคนเสนอ แก้ปัญหาให้พ่อตัวดีก่อนจะถูกบอร์ดกดดันเรื่องสต๊อกล้นโกดัง เธอต่างหากที่หาทางออก แต่เครดิตทั้งหมดกลับกลายเป็นของน้องชายอีกแล้ว
เธอวางแท็บเล็ตลงอย่างเซ็งจัด ตำหนิตัวเองว่าเป็นคนเปิดช่องโหว่ ความจริงควรตั้งโครงการขึ้นมาก่อนแล้วค่อยหักคอบังคับธีรภัทร
พนักงานเดินมาถามเรื่องเสิร์ฟอาหารเพราะเลยเวลาไปแล้วสิบนาที เวราสั่งให้คอยก่อน เธอมั่นใจว่ากวินจะต้องมา ข้อเสนอของเธอดีมาก มันช่วยลดภาระของชายหนุ่มผู้อ่อนต่อโลกธุรกิจ เขายังสามารถสืบสานอุดมการณ์ แนวคิด และทุก ๆ อย่าง ขอเพียงรับข้อเสนอจากเธอเท่านั้น
สายตาเลื่อนไปที่โทรศัพท์มือถือ นึกอะไรได้จึงเปิดอินสตาแกรม ค้นหาอยู่พักใหญ่จนเจอบัญชีของชายหนุ่ม ภาพที่กวินโพสต์ปรากฏขึ้น มันเป็นโพสที่เกิดขึ้นเมื่อห้านาทีที่แล้ว
เขายิ้มกว้างกลางชุมชนเล็ก ๆ กำลังล้อมวงกินอาหารหน้าตาประหลาดกับคนพื้นเมือง
เธอกระแทกโทรศัพท์ลง แสงเทียนสะท้อนเงาใบหน้าสะสวยแต่หงิกจัด พร้อมเหวี่ยงเต็มแก่!
❖
กวินเปิดประตูไม้บานเก่าของบ้านพัก ก้าวออกมายืนกลางซอยเล็ก สูดกลิ่นอากาศยามเช้าที่อบอวลด้วยกลิ่นเครื่องเทศ เสียงจักรยานกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งดังลอดเข้ามาจากถนนแคบข้างหน้า เมื่อวานเป็นวันค่อนข้างยุ่งทีเดียว เตรียมบรรยาย พบปะนักทอผ้าก่อนจบลงที่รับคำเชิญร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวทอผ้าครอบครัวหนึ่ง กวินไม่ได้ลืมนัดของอีกคน เพียงแต่เขาไม่ได้รับปาก และอดหมั่นไส้ท่าทีมั่นใจของเจ้าตัวว่าเขาจะต้องตะครุบรับนัด จึงไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิดเดียวที่ไม่ไปร่วมดินเนอร์ธุรกิจตามคำเชิญ
ผู้ประสบภัยสาวที่กลายร่างเป็นนักธุรกิจหญิงหมายมั่นเต็มที่ว่าเขาจะตอบรับคำเชิญ ป่านนี้ คงโกรธและเสียหน้าจนเข็ดไม่มากวนเขาอีกแล้ว
กวินปิดประตูบ้าน แต่ทันใดนั้น
“สวัสดี!”
คำทักทายเป็นมิตรแต่น้ำเสียงประชดประชัน ร่างสมส่วนในชุดเดรสสีครีมโผล่พรวดออกมาจากเสาไม้หน้าทางเข้า กวินเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
หญิงสาวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ดวงหน้าเรียวสวยค่อนข้างบึ้งด้วยซ้ำ
“คุณเบี้ยวนัดชั้น”
“ผมไม่ได้นัดกับคุณ ได้ยินผมรับปากเมื่อไหร่?”
กวินออกเดิน ไม่สนใจร่างเล็กที่ซอยเท้าตามมาอย่างกระฟัดกระเฟียด
“ชั้นจองโต๊ะไว้ จองอาหารไว้ ตั้งใจเลี้ยงขอบคุณที่นายช่วยชั้น” สรรพนามตามมารยาทถูกเปลี่ยนไป กวินตีหน้าเฉย แวะร้านชาหัวมุมถนน
ร้านชาแผงเล็กขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตร แต่รายล้อมด้วยผู้คนที่ยืนจับกลุ่มรอคิว กลิ่นเครื่องเทศหอมฉุนลอยฟุ้งตั้งแต่ยังไม่ทันเดินถึง กลิ่นกระวานขมอมหวาน ขิงสดเผ็ดร้อน อบเชยหอมอุ่น และกานพลูคมจัด ต้มรวมกับใบชาสีเข้มในหม้อเหล็กเก่าที่ตั้งเดือดพล่านอยู่บนเตาถ่าน
คนขายชาเป็นชาวพื้นเมืองวัยกลางคนขยับท่าคล่องแคล่ว ตักน้ำชาสีน้ำตาลเข้มจากหม้อสูง แล้วเทสลับไปมาระหว่างสองภาชนะจนเกิดฟองฟู ควันร้อนพวยพุ่งขึ้นเป็นม่านบาง คลอใบหน้าและเสื้อผ้าที่เปื้อนกลิ่นชา เขาใส่นมสดลงไปทีละสาย ชาหมุนวนเป็นเกลียว สีกลายเป็นน้ำตาลนวล ก่อนตักใส่ถ้วยกระดาษใบเล็กส่งต่อให้ลูกค้าทีละคน
เสียงรถสามล้อคลอเป็นฉากหลัง เสียงคนคุยกันขรมไม่มีใครสนใจว่ากำลังจิบชากลางถนน ได้รับแก้วชาแล้ว ลูกค้าไม่ยักเดินไปไหน จิบชายืนคุยกันขวางทางเท้า ทางรถ ทำเอาเวราแอบเบ้ปาก
ร่างสูงของกวินร่วมปักหลักหน้าร้านชาหน้าตาเฉย
“กินเข้าไปได้ไง ของข้างถนน เดี๋ยวท้องเสีย” เวราถือว่าตัวเองอายุมากกว่า จึงอดแหวไม่ได้ แต่กวินทำหูตึง สั่งชาร้อนแล้วยืนรออย่างอดทน
กลุ่มชายพื้นเมืองรอบร้านชาน่าจะเป็นชาวบ้านอาศัยในตึกแถวย่านนี้ ต่างสวมเสื้อเชิ้ตสีซีด ปกขาดบ้าง กางเกงย้วยบ้าง บางคนมีผ้าฝ้ายเก่าพาดบ่า แต่ทุกคู่ตาเป็นประกายเมื่อได้แก้วกระดาษใบเล็กร้อนฉ่าในมือ พวกเขายกมันขึ้นจิบช้า ๆ ปล่อยไอร้อนคลุ้งคลอใบหน้า ริมฝีปากติดรอยคราบชาไว้เหมือนเป็นสัญลักษณ์ประจำวัน
เสียงหัวเราะพูดคุยเป็นภาษาคุชราตผสมฮินดี[1]ดังระงม ตาหลายคู่เหลือบมองหญิงสาวร่างบางในเดรสครีมกับกระเป๋าหนังหรูที่ขยับไปยืนชิดกวินอย่างไม่ปิดบัง เวราดูแปลกแยกอย่างเห็นได้ชัด ผิวขาวจัด เครื่องประดับเรียบหรู และรองเท้าส้นสูงที่ไม่ควรปรากฏบนพื้นหินขรุขระแบบนี้
หญิงสาวผู้แปลกแยกรู้สึกถึงสายตาหนัก ๆ ที่จับจ้องมา อดหวาดระแวงสายตาเหล่านี้ไม่ได้ นึกตำหนิความบ้าบิ่นของตัวเองพอ ๆ กับนึกโทษชายร่างสูงที่กำลังยืนจิบชาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“เขยิบออกไปหน่อยก็ได้ คุณยืนชิดจนแทบจะสิงผมอยู่แล้ว เดี๋ยวเขานึกว่าเราเป็นผัวเมียกัน” กวินนึกคำเจ็บแสบที่สุดที่นึกได้ เพื่อสลัดปลิงตัวเล็กให้ออกห่าง แต่ปลิงสาวโนสนโนแคร์
“หัวโบราณ” เธอค่อน “เราสองคนนอนด้วยกันมาแล้วด้วยซ้ำ ถามจริง อร่อยนักเหรอ นายกับฉันเป็นคนต่างชาติ เดินแกร่วแบบนี้ไม่กลัวถูกปล้นหรือไง”
“คนที่นี่ไม่เหมือนพวกแก็งค์แท็กซี่นั่นหรอกน่า” กวินอดไม่ได้ “ไม่อยากลองดื่มชามาซาล่าบ้างหรือ ถ้าคุณมัวแต่ดื่มกินในโรงแรมหรือร้านอาหารหรู ๆ คุณจะพลาดโอกาสหลายอย่าง”
“แล้วคุณล่ะ ขายผ้าทอราคาผืนหนึ่งไม่ใช่น้อย ๆ ลูกค้าของคุณไม่ใช่คนหาเช้ากินค่ำแน่”
“แล้วไง?”
“เรากำลังพูดเรื่องเดียวกัน ชั้นรู้จักลูกค้าที่ยอมจ่ายเพื่อผ้าราคาแพง ส่วนคุณมีโครงการ”
“คุณต้องการอะไร?” กวินลดถ้วยชาลง มองหน้าหญิงสาวอย่างค้นคว้า
“ภาพลักษณ์องค์กร” หญิงสาวตอบตามตรงทำเอากวินเลิกคิ้ว เวราอดคิดไม่ได้ว่า ตั้งแต่สองคนพบกัน กวินเลิกคิ้วไปกี่ครั้งแล้ว หวังว่าคิ้วของเขาจะไม่เลื่อนขึ้นไปรวมกับรากผมบนกรอบหน้าผากเสียก่อน
“ไม่คิดจะพูดจาให้ดูดีเหมือนเมื่อวานหน่อยหรือไง เช่นการผลิตแบรนด์หรู การสร้างสังคมที่ยั่งยืน?”
“เป้าหมายธุรกิจคือความสมบูรณ์แบบ โครงการของคุณจะทำให้แบรนด์ของฉันสมบูรณ์ขึ้น ฉันพร้อมลงทุนสร้างศูนย์ชุมชนทอผ้า” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นเหมือนกำลังนำเสนอโครงการในห้องประชุมบอร์ด
กวินหัวเราะในลำคอ
“ฟังดูหรู แต่ผมไม่ต้องการให้ใครมาซื้อชุมชนของผม”
คราวนี้เวราเป็นฝ่ายขมวดคิ้ว
“มองโลกในแง่ร้ายจริง คุณยังไม่เข้าใจ…ฉันกำลังยื่นโอกาสให้”
“หรือคุณกำลังยื่นโอกาสให้ตัวเองมากกว่าล่ะ?” เขาตอบเรียบ ๆ แล้วผละจากร้านชานั่น เวรากัดฟันตามติด บอกกับตัวเองว่าต้องโน้มน้าวกวินให้ได้ เพราะเขาคือประตูสู่อาณาจักรของเมห์ตา
❖
[1] ภาษาฮินดี (Hindi) หนึ่งในภาษาราชการของรัฐบาลกลางอินเดีย ใช้อักษรเทวนาครี และเป็นภาษาที่มีผู้ใช้แพร่หลายมากที่สุดภาษาหนึ่งในประเทศอินเดีย
พิเศษสำหรับโปรโมชั่นอีบุ๊ก
ฝากกดติดตามสำนักพิมพ์อลินน์ เพื่อไม่พลาดโปรโมชั่นต่าง ๆ ค่ะ
https://www.mebmarket.com/p/alynn
