บทที่ 2 สรุปแล้วคลอดอะไรกันแน่?
บทที่ 2 สรุปแล้วคลอดอะไรกันแน่?
บทที่ 2 สรุปแล้วคลอดอะไรกันแน่?
เมื่อแว่วเสียงร้องไห้จ้าของบุตรสาว เถียนกุ้ยฮวาก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้น
สิ่งแรกที่นางทำหลังจากลืมตา คือการกวาดสายตามองหาทารกน้อยที่มีผิวพรรณผุดผ่องราวกับสลักจากหยกในห่อผ้า เมื่อเห็นว่าลูกน้อยยังคงปลอดภัยดี นางจึงค่อยลอบระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก
เด็กหญิงตัวน้อยจ้องมองมารดาด้วยสายตาคล้ายจะตัดพ้อ เถียนกุ้ยฮวาย่อมรู้ดีว่าเจ้าตัวเล็กกำลังโหยหิวน้ำนม ทว่าร่างกายของนางนั้นอ่อนแอเหลือเกิน ยามที่คลอดลูกคนที่ห้า ร่างกายก็แทบจะไม่มีน้ำนมหล่อเลี้ยงแล้ว ลูกคนต่อ ๆ มาจึงยิ่งขาดสารอาหาร พวกลูกชายที่รอดชีวิตเติบโตมาได้ล้วนอาศัยเพียงความดวงแข็งของแต่ละคนทั้งสิ้น
ฟู่จิ่วแผดเสียงร้องอยู่นานแต่กลับไม่มีสิ่งใดตกถึงท้อง นางจึงตัดสินใจหยุดร้องเสียเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงกายไปมากกว่านี้
"ไอ้หยา... ดูสิเมียจ๋า จิวจิวยิ้มแล้ว ดูนั่นสิ น่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน"
เถียนกุ้ยฮวาขมวดคิ้วด้วยความฉงน "จิวจิว?"
ฟู่ไป่ว่านเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบหันกลับไปสนใจลูกสาวตัวน้อยต่ออย่างหลงใหล "อืม... เจ้านกมงคลแสนสวยที่อยู่ข้างนอกนั่นมันส่งเสียงร้องแบบนี้แหละ"
เถียนกุ้ยฮวาแม้ใบหน้าจะยังซีดเซียวแต่ในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความสุข นางค้อนให้สามีวงหนึ่ง "ท่านนี่ทำอะไรไม่เป็นเรื่องเอาเสียเลย ลูกสาวบ้านอื่นเขาชื่อหลันเอ๋อร์บ้าง เหมยเอ๋อร์บ้าง ขนาดชื่อของข้ายังมีคำว่าดอกไม้ แต่ท่านกลับตั้งชื่อลูกว่า..."
ฟู่ไป่ว่านไม่คิดจะใส่ใจคำทัดทาน เขากลับมีความสุขยิ่งนัก "ลูกสาวของข้าคือถุงนำโชค จะให้ไปชื่อโหลเหมือนคนอื่นได้อย่างไร?"
เขารู้สึกอยู่เสมอว่า นกตัวนั้นบินมาเพื่อแจ้งข่าวอันเป็นมงคลแก่เขาโดยเฉพาะ ชื่อนี้จึงถือว่าถูกต้องเหมาะสมที่สุดแล้ว
เถียนกุ้ยฮวายันกายลุกขึ้นนั่ง พลางพินิจมองทารกน้อยที่ดูอวบอัดสมบูรณ์ ถึงแม้ในช่วงอุ้มท้องนางจะไม่ค่อยได้กินของบำรุงดี ๆ เลยสักนิด แต่เด็กคนนี้กลับถูกเลี้ยงดูมาในครรภ์จนขาวอวบน่ามอง ดูท่าจะเป็นเด็กที่มีวาสนาสูงส่งไม่น้อย
"ถุงนำโชคอย่างนั้นรึ? นักพรตเฒ่าคนนั้นคงแค่หลอกเอาเงินไม่กี่อีแปะในกระเป๋าท่านแล้วก็ปั้นน้ำเป็นตัวไปเรื่อย หากบ้านเรามีแต่ลูกสาว เขาก็คงจะทำนายว่าถ้าเกิดลูกชายจะช่วยเปลี่ยนดวงชะตาได้แน่ ๆ"
เถียนกุ้ยฮวาใช้ปลายนิ้วสัมผัสแก้มเนียนของบุตรสาวเบา ๆ จนหัวใจแทบจะละลาย
นักพรตผู้นั้นเคยกล่าวไว้ว่า 'ฟู่ไป่ว่านหมายถึงแบกหนี้ล้าน ทว่าหากมีลูกสาวจะนำพาความร่ำรวยนับล้านมาให้'
ในคราแรกฟู่ไป่ว่านเพียงฟังผ่านหูไม่เก็บมาใส่ใจ แต่ยามนี้เขากลับเอ่ยออกมาด้วยความปรีดา "ช่างเถิด อย่างไรเสียข้าก็มีลูกสาวแล้ว เมียจ๋า... จะว่าไป ลูกสาวคนนี้ไม่เหมือนพวกเจ้าตัวแสบพวกนั้นเลยนะ ตอนพวกนั้นเกิดมา แต่ละคนตัวยับย่นเหมือนลูกหนูตกน้ำ ดูลูกสาวข้าสิ ขาวผ่องอวบอัดไปเสียหมด"
ไม่ว่าคำทำนายของนักพรตจะศักดิ์สิทธิ์เพียงใด แต่เมื่อเห็นหน้าลูกสาว ฟู่ไป่ว่านก็รู้สึกว่าตนเองได้รับกำไรมหาศาลแล้ว ชีวิตหลังจากนี้ดูเหมือนจะมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนขึ้นมาทันที
เถียนกุ้ยฮวาที่ผ่านการคลอดลูกมาหลายคนและเคยเห็นเด็กแรกเกิดมานักต่อนัก ต้องยอมรับความจริงว่าบุตรสาวของนางคนนี้หน้าตาสะสวยโดดเด่นที่สุดจริง ๆ
"ชู่ว... อย่าส่งเสียงดังไป ลูกสาวหลับไปแล้ว"
ความจริงฟู่จิ่วไม่อยากจะหลับเลยสักนิด ทว่าเปลือกตามันกลับหนักอึ้งเกินกว่าจะฝืน ร่างกายที่เล็กจ้อยขนาดนี้ย่อมไม่สามารถตื่นทำงานได้นานเกินไปนัก
นอนเถอะ... นอนเสียเถอะ ในความฝันคงมีทุกอย่างที่ข้าต้องการ
.....
ทางด้านฟู่ลิ่วจินวิ่งกระหืดกระหอบมุ่งหน้าไปหาฟู่ซานจิน ที่เพิ่งจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ท่ามกลางสายฝนที่ยังโปรยปราย
หากไม่ทำเช่นนี้จะทำอย่างไรได้? ในเมื่อคนทั้งบ้านต่างฝากท้องรอดวงตะวันลับขอบฟ้า แม้ความหวังจะริบหรี่นัก เพราะขนาดวันฟ้าใสยังล่าสิ่งใดไม่ได้เลย หากวันฝนตกเช่นนี้เก็บเห็ดกลับมาได้บ้างก็ถือว่าโชคดีโขแล้ว
ยามฝนหยุดตกก็ประจวบเหมาะกับเวลาอาหารพอดี ชาวบ้านที่รวมตัวกันใต้ต้นหลิวใหญ่กำลังเตรียมจะแยกย้ายกลับไปหุงหาอาหาร เมื่อเห็นฟู่ลิ่วจินวิ่งหน้าตั้งมา ทุกคนจึงชะงักฝีเท้าด้วยความอยากรู้
"ลิ่วจิน จะรีบร้อนไปที่ใดรึ? แม่ของเจ้าคลอดหรือยัง?"
"คลอดแล้วขอรับ! คลอดแล้ว!"
"หึ... คงได้น้องชายมาประดับบ้านอีกคนล่ะสิ?"
ฟู่ลิ่วจินวิ่งเหยาะ ๆ พลางหันกลับมาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟัน "ป้าฟ่าน ครั้งนี้เป็นน้องสาวขอรับ!"
"จริงรึ? แม่ของเจ้าคลอดลูกสาวจริง ๆ หรือนั่น?"
ฟู่ลิ่วจินเร่งรีบจะไปหาพี่สาม จึงไม่มีเวลาจะสนทนากับนางต่อ
ป้าฟ่านที่ยังไม่หายสงสัยจึงคว้าตัวฟู่ปาจินที่วิ่งตามมาด้วยขาสั้นป้อมไว้ แล้วหิ้วปีกยกตัวเด็กน้อยขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น
"พี่หก... พี่หกช่วยด้วย..."
"ปาจิน บอกป้ามาเสียดี ๆ ว่าแม่ของเจ้าคลอดอะไรออกมา?"
ฟู่ปาจินมองดูฝูงชนที่กรูล้อมเข้ามาด้วยดวงตากลมโตที่กลอกกลิ้งไปมา
โดยเฉพาะป้าฟ่านที่ปากกว้างราวกับจะเขมือบหัวคน ทุกครั้งที่เจอเขามักจะเดินเลี่ยงไปทางอื่นเสมอ ในใจเด็กน้อยพลันคิดว่า น้องสาวคือของล้ำค่าประจำบ้าน พวกคนเหล่านี้คงไม่ได้คิดจะมาแย่งชิงน้องสาวของเขาไปหรอกนะ?
"น้องชายขอรับ"
ด้วยคำกล่าวที่ว่าเด็กน้อยย่อมไม่โกหก ป้าฟ่านจึงเม้มปากแล้วหลุดหัวเราะออกมา "เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วว่าจะเป็นลูกสาวได้อย่างไร บ้านนั้นน่ะมันบ้านผู้ชายล้วน!"
"ปาจิน เป็นน้องชายจริง ๆ รึ?"
ฟู่ปาจินพยักหน้ายืนยันด้วยสีหน้าจริงจัง น้องสาวคือสมบัติล้ำค่า จะยอมให้ใครรู้ความจริงแล้วมาแย่งไปไม่ได้เด็ดขาด "น้องชายขอรับ"
"มี... ไอ้นั่นด้วยใช่หรือไม่?"
"ขอรับ มีหนอนน้อยด้วย"
เมื่อได้ยินว่าคลอดลูกชาย ชาวบ้านต่างก็รู้สึกหมดสนุก ป้าฟ่านวางฟู่ปาจินลงพื้นแล้วโบกมือให้ทุกคนแยกย้ายกันไป
ฟู่ปาจินที่เท้าแตะพื้นอย่างมั่นคงแล้ว ยืนมองผู้คนสลายตัวไปราวกับนกกระจอกแตกรัง ก่อนจะแอบแสยะยิ้มในใจ
คิดจะมาแย่งน้องสาวข้าอย่างนั้นรึ? ฝันไปเถอะ!
.....
"พี่สาม... พี่สาม... โอ๊ย!"
ฟู่ลิ่วจินวิ่งขึ้นเขาไปจนพบฟู่ซานจินที่กำลังง้างคันศรเตรียมจะปลิดชีพเหยื่อ ทว่าเสียงตะโกนลั่นของน้องชายทำให้ฟู่ซานจินเสียสมาธิจนยิงพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย
"ลิ่วจิน เจ้าจะร้องตะโกนหาอะไร ไก่ป่าตกใจหนีไปหมดแล้ว!"
ฟู่ซานจินส่ายหัวด้วยความเสียดาย แต่ก็รีบเข้าไปพยุงน้องชายที่สะดุดล้มขึ้นมา "เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?"
"ท่านแม่คลอดแล้วขอรับ!"
ฟู่ซานจินยังคงอาลัยอาวรณ์ไก่ป่าตัวเมื่อครู่ ท้องนี้ของท่านแม่ คนสิบคนก็ทายว่าเป็นลูกชายไปเสียเก้าคนแล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าใดนัก
"คงได้น้องชายมาเพิ่มอีกคนล่ะสิ?"
"เป็นน้องสาว! น้องสาวตัวน้อยขอรับ!" ฟู่ลิ่วจินตะโกนก้องด้วยความตื่นเต้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อย้ำเตือนให้พี่ชายได้ยินถนัด
ฟู่ซานจินได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้นเอง ไก่ป่าที่เพิ่งจะบินหนีไปไม่รู้ว่าตื่นตระหนกสิ่งใด มันจึงบินกลับมาพร้อมส่งเสียงร้องลั่นมาจากเนินดินฝั่งตรงข้าม ก่อนจะร่วงหล่นลงมาแทบเท้าของพวกเขา ดิ้นขลุกขลักเพียงชั่วครู่ก็นิ่งสนิทไป
สองพี่น้องมองหน้ากันด้วยความงุนงง
"พี่สาม... กระต่าย! นั่นกระต่าย!"
ฟู่ซานจินมองตามนิ้วชี้ของน้องชาย ก็เห็นกระต่ายตัวอ้วนพีตัวหนึ่งกระโดดพรวดออกมา เขาไล่ตามไปตามสัญชาตญาณ ทว่ากระต่ายตัวนั้นกลับรีบร้อนวิ่งชนเข้ากับต้นไม้อย่างจังจนสลบเหมือดไปเสียอย่างนั้น
ยามนี้สองพี่น้องมีทั้งไก่ป่าตัวเขื่องในมือซ้าย กระต่ายอ้วนในมือขวา แถมบนหลังยังแบก 'เหอโส่วอู*[1]' สมุนไพรล้ำค่าที่ทำให้ฟู่ลิ่วจินสะดุดล้มเมื่อครู่นี้ไว้ด้วย
เมื่อลงมาถึงตีนเขา พวกเขาก็พบกับฟู่เอ้อร์จินที่ไปทอดแหในสระน้ำท้ายหมู่บ้าน และได้ปลามาเต็มตะกร้าถังทั้งสองใบในมือของฟู่เอ้อร์จินนั้นเต็มปรี่ ส่วนเทียนฝูลูกชายของเขากำลังหลับปุ๋ยอยู่บนแผ่นหลัง
จะว่าไปก็น่าประหลาดใจนัก ปกติแม้แต่ปลาขนาดเท่าฝ่ามือเขายังจับไม่ติดสักตัว แต่วันนี้กลับมีทั้งปลาตะเพียนและปลาเฉาตัวใหญ่พากันกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำให้เก็บไม่หยุดหย่อน
เมื่อได้รับแจ้งข่าวว่าสมาชิกใหม่คือน้องสาว ฟู่เอ้อร์จินก็ดีใจจนปิดไม่มิด เขาเร่งฝีเท้าเดินทางกลับบ้านด้วยความตื่นเต้น
ขณะที่สามพี่น้องกำลังเดินเข้าหมู่บ้าน ป้าฟ่านที่เพิ่งจะอิ่มหนำจากมื้ออาหารก็เดินออกมาพอดี เมื่อเห็นของสดในมือของพวกเขา นางก็เกิดความโลภขึ้นมาทันที เนื่องจากภัยแล้งที่ยาวนานทำให้ไม่มีบ้านไหนมีเนื้อกินมานานแล้ว
"เอ้อร์จิน วันนี้พวกเจ้าดวงดีเสียจริงนะ จับปลาได้มากมายขนาดนี้เชียวรึ?"
ฟู่เอ้อร์จินผู้ซื่อสัตย์พยักหน้ารับตามตรง "ใช่ขอรับ วันนี้ในสระมีปลาสด ๆ เต็มไปหมด เพียงแค่เดินไปเก็บก็ได้มาตามใจชอบเลย เสียดายที่ข้าเอาถังไปน้อยไปหน่อย ไม่เช่นนั้นคงได้มากกว่านี้"
ป้าฟ่านกลอกตาไปมาด้วยความทึ่ง นางใช้ชีวิตมานานเพิ่งเคยได้ยินว่ามีปลาให้เลือกเก็บได้ง่าย ๆ เช่นนี้ เห็นทีนางต้องรีบไปดูบ้างเสียแล้ว
"เอาเถอะ ๆ พวกเจ้ารีบกลับบ้านไปเสีย แม่ของเจ้าคลอดน้องชายให้เพิ่มอีกคนแล้วนะ"
พูดจบนางก็ไม่รอช้า รีบวิ่งกลับบ้านไปคว้าถังเพื่อมุ่งหน้าไปยังสระน้ำทันที
"น้องชายอย่างนั้นรึ?"
สามพี่น้องหันมามองหน้ากันด้วยความฉงน ก่อนที่ฟู่ซานจินจะเอ่ยถาม "ลิ่วจิน... เจ้าบอกว่าเป็นน้องสาวไม่ใช่หรือ?"
ฟู่ลิ่วจินเองก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน "ก็น้องสาวน่ะสิขอรับ ป้าหวังบอกมากับปากเองเลยว่าคราวนี้เป็นน้องสาว ข้าฟังไม่ผิดแน่ ๆ"
"แล้วป้าฟ่านไปได้ยินมาจากที่ใดกัน?"
"ปาจินเป็นคนบอกข้าเอง!" ป้าฟ่านตะโกนตอบขณะหิ้วถังวิ่งผ่านหน้าไป
สรุปแล้ว... ทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลกคนนี้ เป็นน้องชายหรือน้องสาวกันแน่?
[1] สมุนไพรจีนโบราณ เชื่อกันว่าช่วยบำรุงร่างกาย เส้นผม และเสริมอายุวัฒนะ มักปรากฏในตำรับยาจีนและเรื่องเล่ากำลังภายใน