บทที่ 34 เฉ่าเหมย? เฉ่าเหมย? ชื่อดีจริง ๆ
บทที่ 34 เฉ่าเหมย? เฉ่าเหมย? ชื่อดีจริง ๆ
บทที่ 34 เฉ่าเหมย? เฉ่าเหมย? ชื่อดีจริง ๆ
"ข้าไม่ได้กินนะขอรับ"
"ข้าก็ไม่ได้กินเหมือนกัน!"
เด็กชายสองคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความตะกละที่สุดในบ้านต่างรีบปฏิเสธพัลวันและยืนยันหนักแน่นว่าตนไม่ได้แตะต้องผลไม้ปริศนานั่นเลย
"แล้วทำไมมันถึงหายไปลูกหนึ่งล่ะ? พ่อจะนับผิดได้อย่างไรกัน? ใครแอบกินไป?" ฟู่ไป่ว่านขมวดคิ้วมุ่น ผลไม้นี้ออกผลมาได้พอดีกับจำนวนคนในบ้านคนละลูกพอดีเป๊ะ แต่ยามนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยหนึ่งลูก...
ฟู่ต้าจินชำเลืองมองภรรยาของตนด้วยสายตาเคลือบแคลง เขาจำได้ราง ๆ ว่าเมื่อครู่นางแวบกลับเข้าห้องไปประเดี๋ยวหนึ่ง ทว่าทันทีที่เขามองไป ก็ถูกโจวซื่อถลึงตาใส่กลับมาอย่างดุร้าย ฟู่ต้าจินจึงไม่ได้ปริปากพูดสิ่งใดออกมา ทว่าในใจนั้นกระจ่างแจ้งแจ่มชัดแล้วว่า 'หัวขโมย' ต้องเป็นภรรยาของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
"ท่านพ่อเจ้าคะ หรือว่าเมื่อเช้ายามที่เรารีบพาน้องเล็กไปหาหมอ มันจะตกหล่นไปโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่าเจ้าคะ?" โจวซื่อแสร้งก้มหน้าก้มตา ทำท่าทางช่วยรื้อหาตามมุมห้องอย่างตั้งใจ
ในเมื่อของหายไปแล้ว ต่อให้ใครจะแอบกินเข้าไปจริง ก็หาคืนมาไม่ได้อยู่ดี ซึ่งเถียนกุ้ยฮวาเองย่อมรู้แจ้งแก่ใจว่าใครคือตัวการ
"เอาเถอะ ไม่ต้องหาให้เสียเวลาแล้ว ในเมื่อยังมีเหลืออยู่ ที่เหลือพวกเจ้าก็แบ่งกันกินคนละลูกเถิด ส่วนข้ากับพ่อเจ้าจะแบ่งกันกินลูกที่เก็บมาตรวจเมื่อเช้าเอง รสชาติก็คงงั้น ๆ ไม่ได้อร่อยเลิศเลออะไรนักหรอก"
แม้เถียนกุ้ยฮวาจะพูดถ่อมตัวเช่นนั้น แต่ตลอดทั้งวันที่นางอุ้มลูกสาวตัวน้อย ปากของจิวจิวที่เพิ่งกินผลไม้นี้เข้าไปกลับมีกลิ่นหอมหวานรัญจวนใจโชยออกมาตลอดเวลา ดังนั้นรสชาติของมันต้องยอดเยี่ยมมากเป็นแน่
"ท่านพ่อเจ้าคะ บ้านเรามีสามคน กินเพียงสองลูกก็พอแล้ว ท่านกับท่านแม่แบ่งกันคนละลูกเถิดเจ้าค่ะ" อู๋ซื่อเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างกตัญญู
"ข้ากับพ่อของเจ้าอายุอานามก็มากแล้ว กินผลซิ่งยังแทบจะหักฟัน กินแค่ลูกเดียวชิมรสชาติก็พอแล้วล่ะ" เถียนกุ้ยฮวาเอ่ยตัดบท
โจวซื่อแอบเบะปากลับหลังพลางนึกริษยาที่อู๋ซื่อช่างเสแสร้งประจบพ่อแม่สามีได้โล่ นางเองก็อยากจะแสดงความกตัญญูขึ้นมาบ้างเพื่อไม่ให้เสียหน้า "ท่านแม่เจ้าคะ ถ้าอย่างนั้นข้าไม่กินแล้ว มอบให้ท่านกินเถิดเจ้าค่ะ"
เถียนกุ้ยฮวายิ้มบาง ๆ พลางมองลูกสะใภ้คนโตที่เปิดจุดอ่อนออกมาทันทีที่อ้าปาก
"นับว่าเจ้ามีใจกตัญญูนัก สะใภ้ใหญ่เปรียบเสมือนมารดาในภายภาคหน้า ในเมื่อเจ้าปรารถนาเช่นนั้น ก็จงเป็นแบบอย่างที่ดี แสดงความกตัญญูแทนทุกคนโดยการยกส่วนของเจ้าให้แม่ก็แล้วกันนะ"
เดิมทีโจวซื่อเพียงแค่อยากจะพูดเอาหน้าไปส่ง ๆ ทว่าเหตุใดแม่สามีถึงได้จริงจังขยี้ซ้ำเสียขนาดนี้ "ฮึ ๆ... ท่านแม่... ย่อมเป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้วเจ้าค่ะ" คำพูดหลุดจากปากประดุจลูกธนูที่ปล่อยจากคัน ย่อมเรียกคืนไม่ได้
ในที่สุดทุกคนก็ได้แบ่งผลไม้ไปคนละลูก แม้แต่ถังชีเองก็ได้รับส่วนแบ่งด้วย เพราะยามนี้เขาถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฟู่ไปเสียแล้ว
ฟู่เทียนฝูเมื่อได้รับของอร่อยก็ยัดเข้าปากทันที น้ำหวานฉ่ำพุ่งพล่านระเบิดรสชาติกระจายเต็มช่องปาก เป็นรสชาติล้ำลึกที่เขาไม่เคยลิ้มลองมาก่อนในชีวิต เมล็ดเล็ก ๆ ที่ติดอยู่บนผิวผลไม้ยามเคี้ยวโดนก็แตกออกกรุบกรับ ทั้งอร่อยและสนุกยิ่งนัก
"อร่อยจริง ๆ ขอรับ อร่อยที่สุดเลย!"
พอได้ยินเช่นนั้น ฟู่ลิ่วจินและฟู่ปาจินก็รีบชิมตามทันที ก่อนจะแสดงสีหน้าประหลาดใจระคนยินดี ทุกอย่างเป็นไปตามที่เถียนกุ้ยฮวาและฟู่ไป่ว่านคาดการณ์ไว้ สิ่งนี้คือยอดผลไม้เลิศรส
ฟู่เทียนฝูกินส่วนของตนหมดภายในพริบตา เมื่อเห็นคนอื่นยังละเลียดกินอยู่ก็เริ่มน้ำลายสออยากกินเพิ่ม อู๋ซื่อเห็นดังนั้นก็กำลังจะยื่นผลไม้ในมือให้ลูกชาย ทว่าถูกฟู่เอ้อร์จินห้ามไว้ทัน
"เมียจ๋า จะตามใจลูกจนเสียคนแบบนี้ไม่ได้นะ กติกาคือคนละลูก กินเสียเถิด"
แม้ฟู่เทียนฝูจะอยากกินจนแทบขาดใจ แต่เขาก็รู้ความพอที่จะไม่ลงไปอาละวาดงอแง ขณะที่ฟู่ไป่ว่านก็พยักหน้าเห็นพ้อง
"สะใภ้รอง เอ้อร์จินพูดถูกแล้ว เด็กน่ะจะตามใจเกินไปไม่ได้" อู๋ซื่อได้แต่ยิ้มขื่น ๆ ในใจคิดว่าพ่อสามีเองก็ตามใจจิวจิวจนมดไม่ให้ไต่เหมือนกันนั่นแหละ แต่ในเมื่อสถานการณ์บังคับ นางจึงจำต้องกินผลไม้นั้นลงไป
ยามนี้ทุกคนอิ่มเอมใจ มีเพียงโจวซื่อที่ยืนมองตาละห้อยเพราะไม่มีผลไม้ในมือ ฟู่ต้าจินเห็นใจจึงตั้งใจจะแบ่งส่วนของตนให้นางครึ่งหนึ่ง
"ข้าไม่กิน! ท่านกินไปเถอะ!" โจวซื่อสะบัดหน้าอย่างแง่งอน ก่อนจะหาข้ออ้างเดินหนีเข้าห้องไป
ทันทีที่พ้นสายตาผู้คน นางก็ทิ้งตัวลงร้องไห้กระซิก ๆ ด้วยความน้อยใจ ฟู่ต้าจินเดินตามเข้ามาปลอบด้วยความจนปัญญา "เมียจ๋า เจ้าเป็นอะไรไป? ร้องไห้ทำไมกัน?"
"ท่านดูไม่ออกหรืออย่างไร? ท่านพ่อท่านแม่ลำเอียงชัด ๆ สะใภ้รองบอกจะให้พวกท่านกิน ท่านกลับไม่รับไว้ แต่พอข้าบอกจะยกให้บ้าง ท่านกลับรีบคว้าไว้เสียอย่างนั้น! ผลไม้มีครบคนละลูก ทำไมข้าถึงเป็นคนเดียวที่ไม่ได้กิน? ข้าเองก็อยากรู้รสชาติเหมือนกัน สิ่งนั้นทั้งเปรี้ยวทั้งหวาน ใครบ้างจะไม่ชอบ?"
นางพล่ามออกมาด้วยความโศกเศร้าจนลืมนึกไปว่าตนเองเผลอเปิดเผยความลับสำคัญออกไปแล้ว
"เมียจ๋า... เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าผลไม้สีแดงนั่นมีรสชาติ 'เปรี้ยวหวาน'?"
"ข้า... ข้าก็เห็นตอนพวกเขากินแล้วทำหน้าตาแบบนั้น ถึงเดาได้น่ะสิ!" โจวซื่อรีบตีไหล่สามีกลบเกลื่อน "ท่านเป็นอะไรไป? ท่านแม่ลำเอียงขนาดนั้น ท่านยังจะมาจู้จี้สงสัยเรื่องนี้กับข้าอีกหรือ?"
"เมียจ๋า... ท่านแม่ไม่ได้ลำเอียงหรอก ท่านแม่บ้านเราน่ะฉลาดปราดเปรื่องปานเทพธิดา แม้แต่ข้ายังดูออกเลยว่าผลไม้สีแดงลูกที่หายไปน่ะ เจ้าเป็นคนแอบเอาไปกิน เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าท่านแม่จะไม่รู้?"
ฟู่ต้าจินจับไหล่นางให้หันมาสบตากัน แต่โจวซื่อรีบหลบวูบ "ข้าไม่ได้เอาไป! ท่านอย่ามาใส่ร้ายข้านะ!"
"เมียจ๋า ข้าจะบอกอะไรให้นะ... ตอนนี้ยามเจ้าอ้าปากพูด กลิ่นหอมหวานของผลไม้นั่นโชยออกมาเตะจมูกข้าเลยเชียวล่ะ น่าดมยิ่งนัก ข้าล่ะอยากจะ..." ฟู่ต้าจินเลียริมฝีปากพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
โจวซื่อทั้งอายทั้งขัดเขินจนหน้าแดงก่ำ "ข้า... คือว่า... ของสิ่งนั้นมันหล่นอยู่ที่พื้น ข้ากลัวมันจะเสียเปล่าเลยลองชิมดูเท่านั้นเอง ข้าไม่ใช่ขโมยนะ!"
"ความจริงเจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เลย บ้านเรายามนี้ไม่มีสิ่งใดขาดแคลน คนอื่นมีอะไรเจ้าก็ย่อมได้มีเหมือนกัน ดูสิ แม้แต่ถังชียังได้กิน แล้วจะมีหรือที่คนอย่างเจ้าจะถูกลืม?"
ฟู่ต้าจินค่อย ๆ แบมือออก ในนั้นคือเฉ่าเหมยลูกที่เขายังไม่ได้กิน "ส่วนของข้า ข้าก็ยกให้เจ้าด้วย"
โจวซื่อสูดน้ำมูกเสียงดังพลางเช็ดน้ำตา "ข้ากินส่วนที่ตกพื้นไปแล้ว ท่านกินเถอะ... ของสิ่งนี้อร่อยสมคำลือจริง ๆ น่าเสียดายที่มันมีน้อยเกินไป กินแค่คนละลูกมันจะไปพออะไรกัน ถ้าเราปลูกได้เยอะกว่านี้ก็ดีน่ะสิ!"
เมื่อทุกคนแยกย้ายกลับห้องไปหมดแล้ว ฟู่ไป่ว่านกับเถียนกุ้ยฮวาก็พากันแบ่งเฉ่าเหมยลูกที่เหลือจากการตรวจกินอย่างทะนุถนอม ยามกัดลงไปน้ำหวานฉ่ำก็ไหลซึมออกมา ผู้เฒ่าทั้งสองต่างทอดถอนใจด้วยความซาบซึ้ง มีชีวิตมาค่อนคน เพิ่งจะเคยได้กินผลไม้ที่เลิศรสถึงเพียงนี้
"จิวจิว... คำสุดท้ายนี้ให้เจ้านะ"
ฟู่จิวจิวเห็นท่านพ่อท่านแม่ที่ลำบากมาทั้งชีวิตยอมแบ่งกันกินเพียงลูกเดียวเพื่อเก็บส่วนที่ดีที่สุดไว้ให้นาง ก็เข้าใจสถานการณ์และซึ้งใจยิ่งนัก
"ตาแก่ เมื่อครู่ท่านยังตำหนิสะใภ้รองว่าตามใจลูกอยู่เลย ยามนี้ท่านเองก็ไม่ต่างกันหรอกนะ" เถียนกุ้ยฮวาแซวสามี
ฟู่ไป่ว่านเบ้ปากอย่างมีเหตุผล "มันจะเหมือนกันได้อย่างไร? ลูกสาวตัวน้อยย่อมต้องตามใจเป็นธรรมดา อีกอย่างของอร่อยขนาดนี้จิวจิวเป็นคนค้นพบด้วยวาสนาของนางเอง หากไม่มีนาง พวกเราคงไม่มีวาสนาได้ลิ้มลอง นางควรได้กินมากกว่าใครเพื่อน"
สำหรับคนบ้านฟู่ เฉ่าเหมยคือของวิเศษหายาก ทว่าสำหรับฟู่จิวจิว ในมิติวิเศษของนางมีให้เด็ดกินจนเบื่อหน่าย นางจึงไม่ได้นึกอยากกินนัก "ท่านแม่กิน... ท่านพ่อกิน... จิวจิวไม่กิน"
"ไอ้หยา! พูดได้เป็นประโยคยาว ๆ ขนาดนี้แล้วรึ!" ฟู่ไป่ว่านดีใจจนตัวลอย เขาเอาหน้าผากชนกับเจ้าก้อนแป้งน้อยเบาๆ ทั้งจูบทั้งกอดด้วยความภาคภูมิใจ
"ดูสิเมียรัก ลูกสาวข้าตัวแค่นี้ก็รู้จักกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ ไม่เสียแรงที่ข้าทุ่มเทรักนางสุดหัวใจ"
เถียนกุ้ยฮวาค้อนให้สามีวงใหญ่ "ทำเหมือนจิวจิวเป็นลูกสาวของท่านคนเดียวอย่างนั้นแหละ ไม่ใช่ลูกสาวที่ข้าอุ้มท้องมาหรืออย่างไร?"
"ใช่ ๆ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเราสองคน" ฟู่ไป่ว่านอาศัยจังหวะที่ภรรยาไม่ทันตั้งตัว จูบลงบนแก้มสาก ๆ ของนางฟอดใหญ่
"เจ้าคือผู้ทำคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้บ้านฟู่ ถ้าไม่มีเจ้า ข้าคงไม่มีลูกสาวที่น่ารักและนำโชคปานนี้"
เถียนกุ้ยฮวาปากบอกว่ารำคาญตาแก่ แต่รอยยิ้มและความเขินอายกลับปิดไม่มิด ใบหน้านางแดงซ่าน "ตาแก่บ้า! ไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย"
ฟู่จิวจิวลอบมองภาพนั้นแล้วก็นึกขำ ไม่นึกเลยว่าท่านพ่อที่ดูเข้มงวดจะมีมุมอ่อนหวานมุ้งมิ้งกับท่านแม่ได้ถึงเพียงนี้
"ว่าแต่ผลไม้นี่ไม่รู้ชื่อเรียกว่าอะไร ขนาดท่านหมอที่ว่ามีความรู้ยังส่ายหน้าไม่รู้จัก..." ฟู่ไป่ว่านปรารภ
"เฉ่าเหมย... เฉ่าเหมย..." ฟู่จิวจิวเอ่ยเตือนสติ การพูดได้คล่องขึ้นนี่มันช่างสะดวกจริง ๆ
"เฉ่าเหมยงั้นรึ?" ฟู่ไป่ว่านหัวเราะร่าทันที "ชื่อนี้ดีนัก! เฉ่าเหมย (ไม่มีหญ้า)... เมื่อหญ้าหมดสิ้นไป พืชผลในไร่นาจะไม่เก็บเกี่ยวได้ผลดีได้อย่างไรกัน? ใช้ชื่อนี้แหละ มงคลยิ่งนัก!"
"โอ้โห จิวจิวของข้าเป็นดาวนำโชคที่แท้จริง ตั้งชื่อได้ยอดเยี่ยมเหลือเกิน!"
เถียนกุ้ยฮวาทั้งขำทั้งระอาในตรรกะของสามี สองเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกันตรงไหนกันเนี่ย?
สุดท้าย เฉ่าเหมยเพียงลูกเดียวก็ถูกแบ่งปันกันอย่างอบอุ่น ส่วนยอดที่หวานที่สุดเป็นของจิวจิว ส่วนกลางเป็นของเถียนกุ้ยฮวา และส่วนก้นเป็นของฟู่ไป่ว่าน แม้จะเป็นของดีทว่าก็น้อยเกินไป ฟู่ไป่ว่านจึงรำพึงออกมาว่า
"หากเราปลูกให้ได้เยอะกว่านี้คงจะดีไม่น้อย" ทว่าเขาก็เสียดายที่ทุกคนกลืนเมล็ดเข้าไปหมดแล้ว ไม่ได้เก็บเอาไว้ขยายพันธุ์เลย
"หรือว่าข้าจะลองขึ้นไปหาต้นมันบนเขาอีกรอบดีไหม?"
"ไม่ต้องหาหรอกท่านพี่ ไม่มีทางหาเจอเพิ่มแน่"
ฟู่ไป่ว่านส่ายหน้าอย่างรู้ทันธรรมชาติ "ของวิเศษเช่นนี้ข้าเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ถ้าบนเขามีอยู่ดาษดื่น ทั้งหวานทั้งหอมปานนี้ จะรอดพ้นสายตาผู้คนมาจนถึงป่านนี้ได้อย่างไร?"
ฟู่จิวจิวแอบยกมุมปากยิ้มกริ่ม ท่านพ่อของนางช่างมีไหวพริบดีทีเดียว ทว่าไม่ต้องรีบไปหรอก... เพราะในอีกไม่ช้า เฉ่าเหมยชุดที่สองที่นางแอบ 'บำรุง' ไว้ในกระถางหลังบ้าน กำลังจะแทงยอดออกผลมาให้ทุกคนได้อึ้งกันอีกรอบแน่นอน!