LNCrawler

บทที่ 38 โจวซื่อก็อยากปกป้องเจ้าก้อนแป้งน้อยเช่นกัน

จิวจิว เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยผู้มาพร้อมความโชคดี! — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 38 โจวซื่อก็อยากปกป้องเจ้าก้อนแป้งน้อยเช่นกัน

บทที่ 38 โจวซื่อก็อยากปกป้องเจ้าก้อนแป้งน้อยเช่นกัน

โจวซื่อลากเสียงยาวอย่างไม่เห็นด้วย "ท่านแม่ พูดอะไรออกมา ต้าสี่จื่อเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง อีกอย่าง ใช่ว่าเขาจะหาภรรยาไม่ได้ ทำไมต้องมาเจาะจงที่น้องเล็กของข้าด้วย ต้าสี่จื่อถูกตามใจจนเสียคน ส่วนน้องเล็กของข้าก็ถูกคนในบ้านประคบประหงมจนบอบบาง จะให้ไปทนลำบากที่บ้านอื่นได้อย่างไร"

เมื่อโจวซื่อคิดถึงเจ้าก้อนแป้งน้อย อย่าว่าแต่คนอื่นในบ้านเลย แม้แต่ตัวนางเองก็ทำใจไม่ได้ที่จะให้เด็กน้อยต้องแต่งงานกับเจ้าปีศาจจอมป่วนอย่างต้าสี่จื่อ

แม่เฒ่าโจวใช้นิ้วจิ้มหัวลูกสาวอย่างแรงจนโจวซื่อขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ "ก็บอกแล้วไงว่าเกิดเป็นลูกสาวมันไม่มีประโยชน์ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ ข้าจะหวังพึ่งอะไรจากเจ้าได้อีก"

โจวซื่อเบะปาก "เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับความหวังหรอกแม่ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยต่างหาก อีกอย่าง ทำไมต้องเป็นน้องเล็กของข้า ลำดับอาวุโสทั้งภายในและภายนอกมันต่างกันเกินไปนะ"

"ลำดับอาวุโสอะไรกัน ลำดับอาวุโสมันกินได้หรือดื่มได้หรือไง" แม่เฒ่าโจวบ่นพึมพำ มุมปากมีน้ำลายกระเด็นออกมา "เจ้าแค่ไม่พยายามต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่านางเป็นดาวนำโชค บ้านพี่รองของเจ้าคงไม่ชายตามองนางหรอก"

โจวซื่อถอนหายใจยาว "ก่อนหน้านี้ท่านไม่ได้บอกหรือว่าน้องเล็กของข้าไม่ใช่ดาวนำโชค แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลับมาเชื่อขึ้นมาได้ล่ะ"

"ข้าไม่เชื่อหรอก แต่แม่สามีของพี่รองเจ้าเขาเชื่อ เขาอยากจะให้ดองกันให้แน่นแฟ้นขึ้น เลยสั่งให้เจ้าช่วยผลักดัน เจ้าอย่าโง่ไปหน่อยเลย บ้านพี่รองเจ้ามีที่ดินตั้งมากมาย ในอนาคตหากนางช่วยเจ้าสักนิด ชีวิตเจ้าก็จะดีขึ้นมาก"

โจวซื่อรู้สึกลำบากใจ การที่พี่น้องช่วยเหลือกันเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เรื่องแบบนี้ แม้บ้านพี่รองจะมีเงินทอง แต่ต้าสี่จื่อดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเด็กนิสัยเสีย หากน้องเล็กแต่งเข้าไปคงต้องทนทุกข์แน่นอน นางจึงยืนกรานปฏิเสธ

"ท่านแม่ เรื่องนี้ข้าบอกท่านแล้วว่าไม่ได้ พ่อแม่สามีของข้าถนอมเด็กคนนั้นราวกับแก้วตาดวงใจ จะยอมให้แต่งออกไปส่งเดชได้อย่างไร"

"ส่งเดชตรงไหนกัน เงื่อนไขบ้านพี่รองเจ้าดีกว่าบ้านเจ้าถึงแปดเท่า การได้แต่งกับต้าสี่จื่อถือเป็นวาสนาของยัยหนูนั่นแล้ว"

โจวซื่อส่ายหัวเบา ๆ "หากท่านอยากพูด ท่านก็ไปพูดเองเถิด หรือจะให้พี่รองไปพูดเองก็ได้ แต่ข้าพูดไม่ออกจริง ๆ"

"นังเด็กไร้ประโยชน์ หวังอะไรจากเจ้าไม่ได้เลยสักอย่าง เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังทำไม่สำเร็จ เกิดเป็นลูกสาวนอกจากจะสร้างความกังวลแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย"

บนโต๊ะอาหาร เมื่อโจวซื่อได้ยินฟู่ไป่ว่านเล่าให้คนในครอบครัวฟังว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยเป็นที่รักใคร่เพียงใด และมีหลายคนอยากจะมาทาบทามให้ลูกชายตนเอง นางก็รู้ทันทีว่าแผนการของมารดาไม่มีทางสำเร็จแน่นอน

ทว่านางกลัวว่าหากพ่อแม่สามีเกิดเห็นดีเห็นงามกับใครเข้า จะเป็นการผลักน้องเล็กลงกองไฟ นางจึงรีบพูดเสริมขึ้นมาว่า "ท่านแม่ ในอนาคตหากน้องเล็กจะแต่งงาน ต้องเลือกให้ดี ๆ นะเจ้าคะ จะดูแค่ฐานะทางบ้านดีอย่างเดียวไม่ได้ นิสัยใจคอก็ต้องดีด้วย น้องเล็กของพวกเราจะถูกรังแกไม่ได้เด็ดขาด"

เถียนกุ้ยฮวารู้สึกว่า ในที่สุดลูกสะใภ้คนโตก็พูดจารู้เรื่องเสียที "นั่นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว" โจวซื่อได้ยินแบบนั้นก็เบาใจขึ้นเล็กน้อย

"พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านคิดการณ์ไกลเสียจริง น้องเล็กเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง" อู๋ซื่อยิ้มอย่างอ่อนใจ รู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าขันนัก

"นั่นสิ ยังอีกไกลนัก" เถียนกุ้ยฮวาตักไข่ตุ๋นให้ลูกสาวหนึ่งช้อน ให้นางค่อย ๆ กิน

ฟู่จิวจิวกินอย่างเชื่องช้า สาเหตุหลักคือฝีมือการทำอาหารของพี่สะใภ้รองวันนี้ไม่คงที่อีกแล้ว ต้องใส่เกลือสองรอบแน่ ๆ เค็มจนลิ้นจะชาทีเดียว

"จิวจิว ทำไมไม่กินล่ะลูก อยากให้แม่ป้อนหรือ"

ฟู่จิวจิวคิดถึงวิธีป้อนข้าวของท่านแม่... แล้วนางก็รีบก้มหน้ากินคำหนึ่งด้วยความตกใจ "เด็กคนนี้ช่างรู้ความจริง ๆ ไม่ต้องให้แม่ป้อนเลย" เถียนกุ้ยฮวายิ้มตาหยี ลูก ๆ ของนางหน้าตาน่ารักถอดแบบนางมาหมดทุกคน

แน่นอนว่าฟู่ไป่ว่านก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน เขารูปร่างสูงโปร่ง เพียงแต่มีอายุมากขึ้นและผ่านโลกมาโชกโชนเท่านั้น หากอยู่ในวัยหนุ่มและดูแลตัวเองให้ดี ก็คงเป็นคนที่ดึงดูดใจไม่น้อย

เถียนกุ้ยฮวาสังเกตเห็นว่าปกติลูกสะใภ้ใหญ่ที่มักจะช่างเจรจา แต่วันนี้กลับเงียบขรึมอย่างน่าประหลาด และใบหน้าดูเหมือนจะเต็มไปด้วยเรื่องหนักใจ

วันต่อมา แม่เฒ่าโจวกับลูกสาวคนรองก็พาเจี่ยงสี่เหลียงที่รูปร่างอ้วนท้วน หูใหญ่ และจมูกโตมาที่บ้านฟู่ ฟู่ไป่ว่านและเถียนกุ้ยฮวาคิดว่าญาติมาเยี่ยม แม้จะมาบ่อยครั้งแต่ก็ยังต้อนรับขับสู้ด้วยวาจาที่ดี

ฟู่ไป่ว่านเป็นคนรักศักดิ์ศรี ในเมื่อมีความสัมพันธ์เกี่ยวดองกันเช่นนี้ ก็ถือว่าเป็นญาติคนหนึ่ง เขาจะไม่ปล่อยให้ใครมาติเตียนข้อบกพร่องของบ้านฟู่ได้ "สะใภ้รอง ไปชงชาให้ท่านป้ากับพี่รองของเจ้าสิ"

พี่หญิงรองโจวโบกมือปฏิเสธ "ไม่ต้องหรอก ชาทั่วไปข้าดื่มไม่ชิน บ้านข้าดื่มแต่ชาที่ราคาสองตำลึงต่อชั่งเท่านั้น"

ฟู่จิวจิวที่ถูกเถียนกุ้ยฮวาจูงมืออยู่ ในใจคิดว่า ชาชั่งละหนึ่งตำลึงเงินมันแพงมากเลยหรือไง

เถียนกุ้ยฮวายิ้มในใจ นางไม่ปรารถนาจะเอาหน้าไปแนบก้นเย็น ๆ ของใคร ในเมื่อเขาไม่ดื่มชาก็ดี จะได้ประหยัดไป "สะใภ้รอง ท่านป้าและพี่รองไม่ใช่คนนอก ในเมื่อพวกนางบอกว่าไม่ดื่ม ก็คือไม่ดื่มจริงๆ"

แดดร้อนจัดเช่นนี้ พี่หญิงรองโจวและแม่เฒ่าโจวเดินเท้าตามทางภูเขามา จะไม่กระหายน้ำได้อย่างไร นางก็แค่พูดข่มไปอย่างนั้น ใครจะคิดว่าเถียนกุ้ยฮวาจะถือเป็นจริงเป็นจัง แต่ในเมื่อคำพูดหลุดออกไปแล้ว ตอนนี้จะถอนคำพูดก็น่าอายเกินไป

"นี่คือยัยหนูคนนั้นสินะ หน้าตาน่ารักจริง ๆ ต้าสี่จื่อ เจ้าชอบน้องสาวที่สุดไม่ใช่หรือ รีบไปเล่นกับน้องสิ"

"พี่รองโจว คำเรียกนี้ไม่ถูกต้องกระมัง จิวจิวบ้านข้ากับท่านอยู่ในระดับเดียวกัน ต้าสี่จื่อต้องเรียกจิวจิวว่าท่านอาหญิงถึงจะถูก" พี่หญิงรองโจวยิ้มเจื่อน ๆ แต่ไม่ได้แก้ไขคำเรียกนั้น

เถียนกุ้ยฮวาเองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก แค่คำเรียกคำเดียว ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ได้ไปมาหาสู่กันบ่อยนัก โจวซื่อเห็นเจี่ยงสี่เหลียงดึงมือเจ้าก้อนแป้งน้อยอย่างแรงก็ขมวดคิ้วมุ่น "ต้าสี่จื่อ ระวังหน่อยสิ จิวจิวยังเล็ก อย่าให้นางเจ็บตัวนะ"

เถียนกุ้ยฮวาเห็นแบบนั้นก็ไม่วางใจให้ลูกสาวตัวน้อยออกไปกับคนนอก ขณะที่กำลังลังเลว่าจะห้ามดีหรือไม่ ถังเซี่ยนก็ก้าวออกมา "ท่านป้า ข้าขอไปเล่นกับพวกเขาด้วยคนนะขอรับ"

เถียนกุ้ยฮวารู้สึกเสมอว่าถังชีเป็นเด็กดี มีมารยาท รู้กาลเทศะ ไม่เคยซุกซนสร้างปัญหา ทั้งที่อายุเพียงสี่ขวบ แต่กลับดูรู้ความยิ่งกว่าเด็กโตเสียอีก มีเขาไปด้วยนางก็เบาใจ "ไปเถิด เล่นให้สนุกนะ"

แม่เฒ่าโจวมองตามหลังถังเซี่ยน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉา "กุ้ยฮวา ท่านช่างมีวาสนาจริง ๆ ลูกตัวเองก็เกิดมาดี เลี้ยงมาดี แถมยังเก็บเด็กคนนี้มาได้อีก หากใครไม่รู้คงนึกว่าท่านกำลังหาลูกเขยแต่งเข้าบ้านให้ลูกสาวกระมัง"

"ลูกเขยแต่งเข้าบ้านอะไรกัน จิวจิวบ้านข้าเพิ่งจะอายุเท่าไหร่กันเอง ล้อเล่นเก่งจริงนะ"

แม่เฒ่าโจวได้ยินแบบนั้นจึงรีบเติมเชื้อไฟ "ข้าว่าก็ถูกแล้ว ท่านมีลูกชายตั้งมากมาย ยังต้องกังวลเรื่องไม่มีคนเลี้ยงดูยามแก่เฒ่าอีกหรือ ลูกสาวคนเล็กถึงจะตามใจเพียงใด สุดท้ายก็ต้องแต่งออกไป หากหาครอบครัวที่ดีที่รู้จักหัวนอนปลายเท้าได้ พวกท่านสองคนจะได้วางใจเสียที"

"ท่านแม่..." โจวซื่อพยายามห้ามมารดา แต่กลับถูกแม่เฒ่าโจวตวัดสายตาเย็นชาใส่

เดิมทีฟู่ไป่ว่านคิดอยากจะออกไปข้างนอก ในห้องมีแต่ผู้หญิงเขาจึงแทรกคำพูดไม่ได้ อีกทั้งเขาก็ไม่วางใจลูกสาวตัวน้อยด้วย แต่เมื่อสองสามีภรรยาได้ยินคำพูดของแม่เฒ่าโจว ก็เริ่มตระหนักว่าผู้มาเยือนครั้งนี้ไม่ได้มาด้วยเจตนาดีเสียแล้ว

อีกด้านหนึ่ง จู่ ๆ เจี่ยงสี่เหลียงก็คว้ามือฟู่จิวจิวไว้ แล้วยื่นริมฝีปากหนามันเยิ้มเข้ามาหมายจะจูบนาง

ยายเจ้าเถอะ เจ้าเด็กหื่นกาม แม้แต่ทารกตัวน้อย ๆ อย่างข้า เจ้าก็ไม่เว้นหรือ ฟู่จิวจิวแอบด่าในใจ

เจี่ยงสี่เหลียงตัวสูงใหญ่และอ้วนท้วนแข็งแรง ไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยอย่างนางจะผลักออกได้ง่าย ๆ ขณะที่นางกำลังมองหารอบ ๆ ว่ามีเพื่อนสัตว์หรือเพื่อนพืชตัวไหนช่วยได้บ้าง เจี่ยงสี่เหลียงก็ถูกเด็กชายตัวน้อยผลักออกไปเสียก่อนแล้ว

ทั้งสองคนอายุต่างกันไม่กี่ปี แต่ขนาดตัวต่างกันมาก ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเด็กอ้วนที่แข็งแรงกว่า ถังเซี่ยนกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

ก็จริงนะ ขนาดต่อหน้าหมูป่าเขายังเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงามเลย ฟู่จิวจิวปรบมือให้พี่ชายตัวน้อยทันที "พี่เจ็ดเก่งมาก จุ๊บ ๆ"

หลังจากถังเซี่ยนรู้ความหมายของคำนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงระเรื่อด้วยความขัดใจผสมเขินอาย