LNCrawler

บทที่ 3 คนนี้ไม่ยกให้ใคร

จิวจิว เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยผู้มาพร้อมความโชคดี! — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 3 คนนี้ไม่ยกให้ใคร

    บทที่ 3 คนนี้ไม่ยกให้ใคร

  ฟู่ลิ่วจินถูกพี่ชายทั้งสองคนตำหนิเข้าให้อย่างหนัก เนื่องจากฟังความไม่ถี่ถ้วนจนนำข่าวไปบอกกล่าวผิดพลาด เขาจึงรู้สึกน้อยใจยิ่งนักในส่วนลึก

  เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าสมาชิกใหม่คือน้องสาว เหตุใดคำพูดที่ส่งต่อกันไปจึงกลายเป็นน้องชายไปเสียได้? แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง หรือว่าท่านพ่อจะปรารถนาอยากได้ลูกสาวจนฟั่นเฟือนไปแล้ว จึงมองสิ่งต่าง ๆ ผิดเพี้ยนไปกันแน่?

  สิ่งแรกที่เหล่าพี่น้องกระทำเมื่อกลับมาถึงบ้าน คือการพุ่งตรงไปหาท่านพ่อเพื่อพิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์แจ้ง

  "ลูกชายอย่างนั้นรึ? ถุย ๆ ๆ พวกเจ้าพูดจาเลอะเทอะอะไรกัน ข้าได้ลูกสาวแล้วต่างหาก!" ยามที่เอ่ยคำนี้ออกมา ฟู่ไป่ว่านรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งจากก้นบึ้งของหัวใจ

  ฟู่ลิ่วจินได้ยินเช่นนั้นก็แค่นเสียงออกมาด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะเดินไปคิดบัญชีกับฟู่ปาจิน เพราะเจ้าเด็กตัวแสบนี่เองที่เป็นต้นเหตุทำให้ตนต้องถูกพี่ชายดุ

  ฟู่ปาจินกะพริบตาปริบ ๆ พลางทำเสียงชู่วเบา ๆ "พี่หก... ท่านเบาเสียงหน่อยเถิด หากป้าฟ่านและคนพวกนั้นรู้ว่าบ้านเรามีน้องสาวตัวน้อย พวกเขาต้องหาทางมาขโมยไปแน่ ๆ"

  เดิมทีฟู่ลิ่วจินกำลังเดือดดาลด้วยความโกรธ แต่พอได้ยินเหตุผลเช่นนั้นเขาก็เข้าใจในทันที ที่แท้เจ้าเด็กนี่ก็มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวไม่เบา ทว่าเรื่องที่จะมีคนมาขโมยลูกสาวไปนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะบ้านป้าฟ่านเองก็มีลูกสาวถึงห้าคน และนางก็เฝ้าแต่ภาวนาขอให้สวรรค์ประทานลูกชายมาให้เพียงอย่างเดียว

  .....

  ในขณะที่พวกบุรุษกำลังวุ่นวายกับการจัดการไก่และปลา อู๋ซื่อก็นำน้ำตาลทรายแดงที่เคี่ยวจนได้ที่ยกเข้าไปด้านในบ้าน ในเมื่อขอมันมาแล้วนางก็ไม่คิดจะส่งคืนกลับไปให้เสียเวลา

  ทันทีที่อู๋ซื่อก้าวพ้นขอบประตู นางก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นแม่สามีกำลังให้นมบุตรสาวอยู่ "ท่านแม่... น้ำนมไหลมาเร็วขนาดนี้เชียวหรือเจ้าคะ?"

  เถียนกุ้ยฮวาเองก็รู้สึกแปลกใจไม่แพ้กัน เพราะลูกหลายคนที่ผ่านมานางมีน้ำนมน้อยแถมยังมาช้ามาก วันแรก ๆ ของการคลอด เด็กน้อยแต่ละคนจึงต้องร้องไห้จ้าเพราะความโหยหิว

  นางเพิ่งจะกังวลเรื่องนี้อยู่แท้ ๆ แต่แล้วกลับรู้สึกคัดตึงที่หน้าอก พอลองบีบดูก็มีน้ำนมไหลออกมาจริง ๆ เจ้าตัวเล็กดื่มอึก ๆ เพียงไม่กี่คำก็อิ่มหนำ อู๋ซื่อส่งถ้วยน้ำตาลทรายแดงให้แม่สามี ทว่าดวงตาของนางกลับไม่อาจละไปจากทารกน้อยที่น่ารักผู้นั้นได้เลย

  เมื่อเถียนกุ้ยฮวาเห็นน้ำตาลทรายแดงก็นึกรู้ได้ทันที "สะใภ้รอง... นี่เจ้าไปขอมาจากบ้านเดิมอีกแล้วใช่หรือไม่?"

  "โถ่ท่านแม่... ท่านดื่มเข้าไปเยอะ ๆ เถิดเจ้าค่ะ จะได้บำรุงร่างกายให้แข็งแรง"

  "เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าเจ้ารองจับปลามาได้มากมาย เดี๋ยวเจ้านำปลาพวกนั้นแบ่งไปให้พ่อแม่ของเจ้าบ้างนะ จะได้ไม่ให้พี่สะใภ้ทั้งสองของเจ้าต้องมาทำหน้าบึ้งตึงใส่เจ้าอีก"

  อู๋ซื่อคลี่ยิ้มออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ เมื่อครู่นี้นางเพิ่งถูกพี่สะใภ้ทั้งสองค่อนขอดประชดประชันมาจริง ๆ โชคดีที่ท่านแม่เป็นคนมีเหตุผลและเมตตานัก

  ฟู่จิ่วที่นอนฟังการสนทนาของทั้งสองคนอยู่ ก็รู้สึกว่าพี่สะใภ้รองคนนี้มีน้ำใจไม่เลวเลยทีเดียว ก่อนที่นางจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา นางยังอุตส่าห์ส่งยิ้มหวานให้ด้วยหนึ่งครา รอยยิ้มนี้เองทำให้อู๋ซื่อตื่นเต้นดีใจจนแทบคุ้มคลั่ง

  "ท่านแม่! ดูสิเจ้าคะ น้องสาวยิ้มให้ข้าด้วย ทารกแรกเกิดที่รู้จักยิ้มเช่นนี้มีให้เห็นไม่มากนักเลยนะเจ้าคะ"

  อู๋ซื่อไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดผู้คนมากมายถึงไม่เห็นคุณค่าของบุตรสาว? ลูกสาวตัวน้อยที่เนื้อนิ่มนวล แก้มสีชมพูระเรื่อเช่นนี้ไม่ดีตรงไหนกัน? หากนางสามารถให้กำเนิดได้เอง นางย่อมต้องรักและทะนุถนอมให้ถึงที่สุดอย่างแน่นอน

  เถียนกุ้ยฮวาเองก็เปี่ยมไปด้วยความสุข "ยัยหนูคนนี้ช่างเจรจาด้วยรอยยิ้มนัก เมื่อครู่ก็เพิ่งจะยิ้มให้พ่อนางอยู่นานสองนาน"

  "ท่านแม่ น้องสาวเป็นผู้มีบุญมาเกิดเจ้าค่ะ พอเกิดมาปุ๊บ เอ้อร์จินกับซานจินก็ได้ของป่ามามากมาย เมื่อครู่ข้าแอบได้ยินพวกเขาคุยกันว่า ของสีดำ ๆ ที่ลิ่วจินเก็บได้นั้น สามารถนำไปขายแลกเงินจำนวนมากเลยทีเดียว"

  ดวงตาของเถียนกุ้ยฮวาทอประกายแห่งความหวัง ในใจนางรู้สึกเปรมปรีดิ์และเชื่อมั่นว่าเป็นโชคลาภที่ลูกสาวนำพามาให้ แต่ปากกลับถ่อมตัวไปว่า "คงเป็นเรื่องประจวบเหมาะพอดีมากกว่า พวกเขาออกไปข้างนอกบ่อยครั้ง จะให้กลับมามือเปล่าทุกครั้งได้อย่างไร"

  ทว่าในใจของอู๋ซื่อกลับคิดแย้งว่า หลายครั้งก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขากลับมามือเปล่ากันหรอกหรือ? ลำพังกลับมามือเปล่ายังถือว่าโชคดี เพราะบางคราวมักจะไปก่อเรื่องเดือดร้อนหรือไม่ก็บาดเจ็บกลับมาให้ต้องพะวงเสมอ

  "เมียจ๋า! ไก่กับปลาจัดการเสร็จแล้ว เจ้ารีบนำไปตุ๋นให้ท่านแม่เร็วเข้า!" ฟู่เอ้อร์จินตะโกนเรียกเสียงดังมาจากใต้หน้าต่าง

  ทว่าเพราะเสียงที่ดังเกินไป จึงถูกผู้เป็นพ่อดุเข้าให้ "เบาเสียงหน่อย! หากทำให้น้องสาวเจ้าตกใจ ข้าจะหวดเจ้าให้หลังลายเชียว"

  เถียนกุ้ยฮวายิ้มละไม "ดูพ่อของเจ้าสิ ทำตัวราวกับไม่เคยเห็นลูกสาวมาแปดชาติเสียอย่างนั้น นี่ใช่ลูกสาวเสียที่ไหนกัน ดูท่าจะเป็นบรรพบุรุษของเขาเสียมากกว่า"

  อู๋ซื่อหัวเราะตามอย่างอดไม่ได้ คำพูดนี้ในฐานะลูกสะใภ้นางย่อมไม่กล้าสอดแทรก พ่อสามีของนางแม้ภายนอกจะดูดุร้ายเคร่งครัด แต่ความจริงแล้วเขามีใจเมตตากับทุกคนยิ่งนัก นางเอื้อมมือไปตบเจ้าตัวเล็กที่กำลังยิ้มละไมเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ "เด็กดี พี่สะใภ้รองจะไปทำของอร่อยให้ท่านแม่ก่อนนะ เดี๋ยวเจ้าจะได้กินน้ำนมจนอิ่มแปล้เลย"

  เมื่อกลิ่นหอมของอาหารเริ่มอบอวลออกมาจากหม้อ ฟู่ต้าจินก็กลับมาถึงบ้านพอดี

  "ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?"

  ฟู่ไป่ว่านตวัดสายตามองบุตรชาย เมื่อเห็นว่าทางด้านหลังไม่มีสิ่งใดติดมือกลับมาเลยแม้แต่น้อยก็เอ่ยขึ้นว่า "แล้วหมอล่ะ? เจ้าเชิญผีสางที่ไหนกลับมากันรึ? รู้อย่างนี้ไม่ควรหวังพึ่งพาพวกเจ้าเลย หากข้าพึ่งเจ้าจริง ๆ ป่านนี้แม่ของเจ้าคงได้ไปพบท่านปู่ท่านย่าบนสวรรค์แล้ว"

  ฟู่ต้าจินเห็นบรรยากาศภายในบ้านสงบสุขดี ก็รับรู้ได้ทันทีว่าท่านแม่คงปลอดภัยแล้ว มิเช่นนั้นภายในบ้านคงเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ระงม

  "ท่านพ่อ... ในตัวตำบลมีหมออยู่เพียงสามคน และบ้านเราก็ติดค้างเงินพวกเขาไว้ทั้งหมด พอรู้ว่าเป็นข้าไปตาม พวกเขาก็ไม่มีใครยอมมาเลยขอรับ" ฟู่ต้าจินรู้สึกน้อยใจมาก เขาพยายามไปตามหามาจริง ๆ นะ

  ฟู่ไป่ว่านได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียงฮึในลำคอ "แล้วเหตุใดจึงกลับมาล่าช้าถึงเพียงนี้? เจ้าใช้วิธีคลานไปหรืออย่างไร?"

  ความจริงฟู่ต้าจินออกเดินทางไปทันทีที่ได้รับแจ้งข่าว เพียงแต่ว่า... "น้ำป่าซัดจนสะพานขาด ข้าต้องเสียเวลาลุยน้ำข้ามฝั่งไป จึงล่าช้าไปบ้างขอรับ" เขาเผยรอยยิ้มขมขื่น "ท่านแม่ไม่เป็นไรก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว"

  "ดีมาก... แม่ของเจ้าให้กำเนิดน้องสาว นางคือผู้ทำคุณงามความดีครั้งใหญ่ให้แก่ตระกูลเรา บรรพบุรุษคุ้มครองแท้ ๆ"

  "น้องสาวรึ? ท่านพ่อ... ท่านแม่ให้กำเนิดน้องสาวให้ข้าจริง ๆ หรือขอรับ?" ฟู่ต้าจินปัดความเหนื่อยล้าทิ้งไปสิ้น กลับกลายเป็นความตื่นเต้นยินดีเข้ามาแทนที่ "คราวนี้ดีแล้ว บ้านเราจะต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเสียที"

  ฟู่ไป่ว่านรีบเตือนสติบุตรชาย "ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีต้องเกิดจากทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันขยันทำมาหากิน หากชีวิตยังไม่ดีขึ้น นั่นย่อมเป็นเพราะพวกเจ้าใช้แรงไม่ถูกจุด"

  หากชีวิตยังไม่ดีขึ้นมาจริง ๆ เขาจะไม่ยอมให้ลูกสาวตัวน้อยที่แสนบอบบางต้องมารับคำต่อว่าด่าทอเด็ดขาด แน่นอนว่าในความคิดของฟู่ไป่ว่าน สถานการณ์เช่นนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน

  …

  "ฟู่เอ้อร์จินนะเจ้าเอ้อร์จิน! เจ้าเด็กนี่กล้าหลอกคนแก่ได้อย่างไรกัน?" ป้าฟ่านถือถังไม้ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ที่หน้าประตูบ้าน "ไหนเจ้าบอกว่าในสระมีปลาสดล้นออกมาจนเก็บไม่หมดไงเล่า? ถุย! ข้ามันโง่เองที่หลงเชื่อคำโกหกของเจ้า"

  ตอนที่นางไปถึงที่สระ แม้แต่ปลาตัวเท่านิ้วมือก็ไม่มีให้เห็นสักตัว ทำให้นางต้องเสียเที่ยวอย่างน่าเจ็บใจ

  ฟู่เอ้อร์จินได้ยินเสียงโวยวายจึงเดินออกมา "ข้าไม่ได้โกหกนะท่านป้า ท่านดูนี่สิ ข้าเก็บมาได้ตั้งมากมายขนาดนี้"

  ป้าฟ่านรอจังหวะคำนี้อยู่พอดี "ถ้าเช่นนั้นก็ดี บ้านเจ้ามีปลาเยอะแยะขนาดนั้นคงกินไม่หมดหรอก แบ่งให้ข้าสักตัวจะเป็นไรไป"

  "ไม่ได้หรอกขอรับ บ้านข้าต้องเก็บไว้ไปขาย" ฟู่ลิ่วจินเดินลากฟู่ปาจินออกมาด้วยกัน พวกพี่น้องตกลงกันไว้แล้วว่าจะเลี้ยงปลาไว้หนึ่งคืน พรุ่งนี้จะนำของทั้งหมดไปแลกเป็นเงิน เพื่อซื้อผ้าลายดอกสวย ๆ มาตัดชุดใหม่ให้น้องสาวตัวน้อย เพราะเด็กผู้หญิงย่อมต้องแต่งกายให้งดงามเป็นธรรมดา

  ป้าฟ่านส่ายหัวด้วยความไม่พอใจ "แหม... แค่ตัวเดียวมันคงไม่ทำให้เจ้าจนลงหรอกกระมัง เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ก็แล้วกัน เจ้าลิ่วจิน เจ้านี่ช่างขี้เหนียวนัก ทั้งที่ข้าอุตส่าห์เมตตาเอ็นดูเจ้ามาตลอด"

  ฟู่ลิ่วจินยิ้มเย็นที่มุมปาก เพราะไม่เห็นว่านางจะเคยแสดงความเมตตาต่อเขาตรงไหนเลย

  "ไป่ว่าน... ข้ามีเรื่องจะปรึกษาเจ้าสักหน่อย ยกลูกชายคนเล็กของเจ้าให้ข้าเลี้ยงเถิด" นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ป้าฟ่านมาหาถึงบ้าน นางอายุมากเพียงนี้แล้วไม่อาจให้กำเนิดบุตรได้อีก แต่หากไม่มีลูกชายไว้พึ่งพายามแก่เฒ่าก็คงไม่ได้ จึงคิดวางแผนการนี้ขึ้นมา

  ฟู่ปาจินผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นงูเงี้ยวเขี้ยวขอหรือไก่ตัวผู้จอมดุหน้าหมู่บ้าน ทว่าเขากลับหวาดกลัวป้าฟ่านผู้นี้ที่สุด

  "ท่านพ่อ! อย่าให้ข้าไปนะ ข้าไม่ไป!" ฟู่ปาจินตกใจจนก้าวถอยหลังไปหลายก้าว แล้วรีบไปหลบอยู่หลังพี่หกทันที

  ป้าฟ่านถลึงตาใส่เขาอย่างรำคาญ "ข้าไม่ได้จะเอาเจ้า เจ้าเด็กดื้อ! ข้าจะเอาเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งลืมตาดูโลกนั่นต่างหาก"

  สิ้นคำกล่าว เหล่าพี่น้องตระกูลฟู่ต่างพากันหัวเราะร่าออกมาทันที โดยเฉพาะฟู่ปาจินที่หัวเราะเสียงดังกว่าใครเพื่อน

  "พวกเจ้าหัวเราะอะไรกัน?" ป้าฟ่านยืนงงที่จู่ ๆ ก็ถูกเด็ก ๆ หัวเราะเยาะใส่

  ในขณะที่ฟู่ไป่ว่านแค่นเสียงหัวเราะแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า "พี่สะใภ้ฟ่าน คราวนี้ท่านคงคิดผิดถนัดเสียแล้ว เจ้าเก้าของบ้านเราเป็นลูกสาว และข้าจะไม่ยกนางให้ใครทั้งสิ้น ไม่ให้เด็ดขาด!"

  ยามที่ต้องยกเจ้าสี่ให้ผู้อื่นไปนั้น เป็นเพราะความจำเป็นที่ไม่มีทางเลือก ร่างกายของเด็กคนนั้นอ่อนแอขี้โรค หากไม่ยกให้ผู้อื่นเลี้ยงดูด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจนเช่นนี้เขาก็คงเลี้ยงไม่รอด ส่วนเจ้าเจ็ดอีกคนก็ไม่รู้ว่ายามนี้อยู่ที่ใด คิดถึงคราใดเขาก็ยังคงรู้สึกปวดใจทุกครั้งไป

  เฮ้อ... ชีวิตคนเรา ครอบครัวควรได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาถึงจะประเสริฐที่สุด

  "ลูกสาวรึ?" ป้าฟ่านหันไปมองฟู่ปาจินที่กำลังเอามืออุดปากกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น "เจ้าแปด! เจ้าเด็กแสบ! เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นรึ?!"

  ฟู่ปาจินทำหน้าทะเล้นใส่หนึ่งที ก่อนจะรีบวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว