LNCrawler

ตอนที่ 106

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 106

อาจารย์หลัวซึ่งเดินอยู่ด้านหน้าหันกลับมา “ห้ามคุยกัน”

ทั้งสองจึงเงียบลง

เมื่อมาถึงเรือนตัวอย่าง อาจารย์หลัวเปิดประตูพาศิษย์ทั้งหมดเข้าไป ด้านในมีห้องฝึกขนาดเล็ก ตรงกลางห้องตั้งแท่นหยกทรงกลม ใต้แท่นมีแสงสีขาวเรืองรองออกมาเป็นระยะ

“นี่คือทางเชื่อมเส้นปราณปฐพี” หลัวเหล่าซือขึ้นไปนั่งลงบนแท่นหิน พลังปราณจากใต้ดินก็ไหลขึ้นมา แสงสีขาวค่อย ๆ ห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้

พลังปราณภายในห้องหนาแน่นขึ้นหลายเท่าในพริบตา

ศิษย์บางคนสูดลมหายใจเข้าด้วยความตื่นเต้น แม้แต่จูลี่ยังลืมตากว้างขึ้นเล็กน้อย

“การดึงพลังจากเส้นปราณปฐพีมาช่วยบำเพ็ญ จะทำให้การสะสมตบะรวดเร็วกว่าการดูดซับพลังจากธรรมชาติทั่วไป” อาจารย์หลัวกล่าว “หากขยันฝึกทุกวัน ต่อให้รากฐานธรรมดาก็สามารถเลื่อนระดับได้เร็วขึ้น”

เมื่อสาธิตจบ เขาจึงให้ศิษย์แต่ละคนกลับไปทดลองใช้ฝึกฝนกับเส้นปราณปฐพีในเรือนของตนเอง หนึ่งคืนมากพอให้คนที่เพิ่งทะลวงชีพจรเลื่อนระดับเป็นรวบรวมลมปราณขั้นต้น ถือเป็นการเปิดเส้นทางสู่การบำเพ็ญอย่างแท้จริง

“เอาละวันนี้แยกย้าย หวังว่าพรุ่งนี้พวกเจ้าจะก้าวหน้าขึ้น”

จูลี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

อาจารย์หลัวมองนาง “เหตุใดเจ้ายังไม่กลับ”

“ศิษย์ไม่มีเส้นปราณปฐพีเจ้าค่ะ”

“เจ้าพักอยู่ที่ใด”

“เรือนพำนักของอาจารย์เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ใช้เส้นปราณปฐพีของเรือนผู้อาวุโสหม่า”

“ห้องของศิษย์ไม่มีเจ้าค่ะ”

อาจารย์หลัวนิ่งไป “ไม่มีอะไร”

“ไม่มีเส้นปราณปฐพีเจ้าค่ะ”

“ทำไม?”

เรือนของหม่าซือเจียวตั้งอยู่ในเขตผู้อาวุโส เส้นปราณปฐพีใต้เรือนย่อมดีกว่าของศิษย์สายตรงหลายเท่า ต่อให้เป็นเพียงห้องด้านข้างก็ควรได้รับพลังส่วนหนึ่ง

“อาจารย์ไม่ให้ศิษย์ใช้เจ้าค่ะ”

อาจารย์หลัวขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าหม่าซือเจียวคิดสิ่งใดอยู่ ในเมื่อรับจูลี่เป็นศิษย์สายตรง ทั้งยังยืนยันว่านางฝึกได้ เหตุใดจึงไม่จัดหาบ่อปราณให้นางใช้บำเพ็ญ

หรือเพราะหม่าซือเจียวมีศิษย์ครั้งแรก จึงไม่รู้ว่าต้องเตรียมสิ่งใดบ้าง? แต่พอคิดไปคิดมา หม่าซือเจียวยังมีศิษย์สายตรงอีกคน โจวหมิงยังมีเรือนแยกเป็นของตัวเอง แล้วเหตุใดไม่ให้จูลี่

เมื่อนึกถึงจดหมายกำชับที่ส่งมาหลายฉบับ อาจารย์หลัวก็ยิ่งมั่นใจ

ผู้อาวุโสหม่าผู้นี้ระวังเรื่องเล็กน้อยทุกอย่าง แต่กลับมองข้ามเรื่องสำคัญที่สุดไปเสียได้

“รออยู่ที่นี่” หลัวเหล่าซือเดินออกไปจากเรือน ไม่นานก็กลับมาพร้อมป้ายหยกหนึ่งชิ้น

“ทางด้านตะวันออกยังมีเรือนว่างอยู่หลังหนึ่ง เดิมเตรียมไว้ให้ศิษย์สายใน แต่เจ้าพักอยู่คนเดียวก็เพียงพอแล้ว”

จูลี่รับป้ายหยกมา “มอบให้ศิษย์หรือเจ้าคะ”

“ใช่”

“ไม่คิดแต้มสำนักหรือเจ้าคะ”

“ไม่คิด”

“ถ้าบ้านเสียหายเล่า”

อาจารย์หลัวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง “หากเป็นความเสียหายทั่วไป สำนักจะซ่อมแซมให้”

“ถ้าพังทั้งหมดเล่าเจ้าคะ”

ฉู่จื่ออันซึ่งยังไม่จากไปรีบกล่าว “ผู้ใดจะทำบ้านพังทั้งหมดได้”

จูลี่หันไปมองเขา “ข้าเพียงถามไว้ก่อน”

อาจารย์หลัวมองเด็กหญิงตัวเล็กตรงหน้า แล้วนึกถึงศิลาตรวจธาตุมูลค่าสามแสนแต้มกับค่ายกลรวมปราณที่เกือบพัง

ความมั่นใจเมื่อครู่พลันสั่นคลอนขึ้นมาเล็กน้อย

แต่เรือนหลังนั้นไม่มีอุปกรณ์วิเศษราคาแพง ภายในมีเพียงเตียง โต๊ะ เก้าอี้ และบ่อปราณใต้ดิน ต่อให้เกิดเรื่อง อย่างมากก็คงเสียหายเพียงไม่กี่พันแต้ม

“รับไปเถิด” เขากล่าว “คืนนี้ลองใช้เส้นปราณปฐพีตามที่ข้าสอน พรุ่งนี้ข้าจะตรวจผลการฝึก”

ดวงตาของจูลี่เป็นประกายขึ้นมา แบบนี้ตอนเช้าก็ไม่ต้องมีโมเจียมาคอยปลุก เป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง 

เด็กหญิงเก็บป้ายหยกลงในแขนเสื้ออย่างดี ก่อนประสานมือคารวะ “ขอบคุณอาจารย์หลัวเจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นท่าทางดีใจของนาง อาจารย์หลัวก็รู้สึกว่าตนเองตัดสินใจถูกต้องแล้ว

เพียงมอบเรือนว่างหลังหนึ่งให้เด็กคนหนึ่งพักอาศัย จะเกิดเรื่องใหญ่เพียงใดกัน

จนกระทั่งฟ้ามืด หม่าซือเจียวเห็นว่าจูลี่ยังไม่กลับ จึงหันไปถามโมเจียที่เพิ่งออกจากการปิดด่านมาช่วยจัดสมุนไพรอยู่ด้านข้าง “วันนี้จูลี่เรียนเรื่องใด เหตุใดยังไม่กลับ”

“ได้ยินว่าเป็นการใช้เส้นปราณปฐพีเจ้าค่ะ คืนนี้ทดลองฝึกฝนน่าจะไม่กลับแล้วเจ้าค่ะ”

มือของหม่าซือเจียวชะงักกลางอากาศ “ผู้ใดให้นางใช้”

“อาจารย์หลัวเจ้าค่ะ”

“ใช้ที่ใด”

โมเจียคิดเล็กน้อย “อาจารย์หลัวมอบบ้านให้นางหนึ่งหลังเจ้าค่ะ”

หม่าซือเจียวเงียบไปครู่ใหญ่ เขาจึงลุกขึ้น หยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างไม่รีบร้อน

โมเจียมองท่าทางของเขาแล้วเริ่มรู้สึกไม่ดี “อาจารย์ จะไปที่ใดหรือเจ้าคะ?”

หม่าซือเจียวถอนหายใจเบา ๆ “ไปดูว่าเรือนหลังนั้นยังอยู่หรือไม่”

เรือนที่อาจารย์หลัวมอบให้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเขตศิษย์สายนอก

ลักษณะเหมือนกับเรือนของโจวหมิงก่อนที่หม่าซือเจียวจะรับเป็นศิษย์สายตรงไม่มีผิด

จูลี่ยืนอยู่กลางลาน มองซ้ายมองขวาด้วยความพอใจ 

นางมักน้อย มีกินมีใช้ไม่ต้องโดนใครปลุกคือดีมาก

เจ้าหินถูกปล่อยออกมาจากแหวนมิติเดินอ้อมเรือนหนึ่งรอบ ก่อนใช้หัวดันประตูจนเปิดออก

ตัวของมันใหญ่กว่าประตูไปมาก จึงเข้าไปได้เพียงครึ่งหัวเท่านั้น

จูลี่มองอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าคงนอนข้างนอก”

อสูรเกราะศิลาส่งเสียงครางต่ำอย่างไม่พอใจ

“ข้างนอกก็ดี มีลม มีต้นไม้ แล้วก็ไม่มีหลังคาถล่มทับ”

เจ้าหินเงยหน้ามองหลังคา

มันไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลังคาจึงต้องถล่ม แต่หลังจากติดตามจูลี่มาระยะหนึ่ง มันก็เรียนรู้แล้วว่าคำพูดบางอย่างของเด็กหญิงไม่ควรถูกมองข้าม

จูลี่เดินเข้าไปสำรวจภายในเรือน

นางเปิดตู้ทุกใบ มองใต้เตียงที่สร้างค่อมแท่นหิน ตรวจห้องครัว และยกฝาหม้อขึ้นดู เมื่อพบว่าข้างในไม่มีสิ่งใดกินได้ ความตื่นเต้นก็ลดลงไปครึ่งหนึ่ง

โชคดีที่นางมีปลากระบี่เงิน เนื้อแห้ง และขนมจากหุบเขาโอสถติดตัวมาด้วยไม่น้อย เด็กหญิงนำขนมวางไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นเปิดหน้าต่างเพื่อให้เจ้าหินยื่นหัวเข้ามาได้

“เฝ้าบ้านให้ดี”

เจ้าหินส่งเสียงตอบ

“ถ้ามีคนเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าก็ขู่ได้เลย”

เจ้าหินขยับกรามไปมา

“ห้ามกิน”

มันหุบปากลงทันที

“ถ้าเป็นอาจารย์ของข้า ยิ่งห้ามกัด”

เจ้าหินหันหน้าหนี ดูเหมือนจะไม่รับปากเรื่องนี้

จูลี่ไม่สนใจมันอีก นางกินของที่วางไว้จนหมด ก่อนเดินเข้าไปในห้องฝึก

กลางห้องมีเตียงที่ถูกสร้างค่อมบนแท่นหินอีกที ใต้แท่นเชื่อมต่อกับเส้นปราณปฐพีของสำนัก เด็กหญิงนั่งขัดสมาธิบนแท่นหินอย่างระมัดระวัง

เพียงแต่ว่านั่งไม่ถึงสิบลมหายใจ เด็กหญิงก็สัปหงก เพื่อไม่ให้ตัวเองหลับ จูลี่จึงเทสุราใส่ปากอีกทีหนึ่ง

ปกติก็เมาอยู่แล้วทีนี้ก็เมาเข้าไปอีก

ไม่ถึงสิบลมหายใจต่อมาเด็กหญิงก็หน้าทิ่มลงไปกับหมอน

หลับสนิท

ครั้งนี้เจ้าอ้วน อสูรบรรพกาลในร่างของจูลี่กลับไม่คัดค้านเหมือนก่อนหน้านี้อีก ดังนั้นจูลี่จึงเข้าสู่ห้วงฝันได้อย่างสบายใจ

ครืน.….. ลึกลงไปใต้เรือน เส้นปราณปฐพีสั่นไหวเบา ๆ

พลังที่เดิมไหลขึ้นมาทีละสายถูกแรงดึงดูดบางอย่างกระชากออกจากเส้นปราณอย่างรวดเร็ว แสงในห้องฝึกพลันสว่างจ้าขึ้นอีกหลายเท่า

ด้านนอก เจ้าหินเงยหน้าขึ้นจากพื้น

พื้นดินใต้ท้องของมันกำลังสั่น

ครืน...

แรงสั่นสะเทือนแผ่ออกจากใต้เรือน กระจายไปตามแนวเส้นปราณปฐพี บ้านหลายหลังในบริเวณใกล้เคียงสว่างขึ้นพร้อมกัน ก่อนแสงจากค่ายกลจะดับวูบลง

ศิษย์คนหนึ่งซึ่งกำลังฝึกอยู่ในบ้านลืมตาขึ้นอย่างงุนงง

“พลังปราณหายไปไหน”

บ้านถัดไปก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น

“ค่ายกลของข้าหยุดทำงานแล้ว”

“ของข้าก็เหมือนกัน”