LNCrawler

ตอนที่ 121

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 121

โมเจียดึงจูลี่ถอยหลังทันที ส่วนชายอีกสองคนแยกไปยืนคนละด้าน เผื่อซากอสูรเกิดความผิดปกติขึ้นมาจะได้หนีทัน

พ่อบ้านอู่หยิบมีดสั้นออกจากเอว กรีดเนื้อบริเวณหน้าอกของหมูเขี้ยวโลหิตออกบางส่วน ก่อนใช้พลังปราณดึงโลหิตหยดหนึ่งขึ้นมากลางอากาศ

หยดเลือดสั่นไหวเบา ๆ

เมื่อพลังปราณไหลเข้าไป เส้นสีดำเล็กเท่าเส้นผมก็ปรากฏขึ้นภายใน มันบิดตัวไปมาราวกับสิ่งมีชีวิต ก่อนแตกสลายกลายเป็นควันจาง ๆ

พ่อบ้านอู่รีบสร้างม่านพลังห่อหุ้มควันเอาไว้

ควันสีดำพุ่งชนม่านพลังหลายครั้ง กระทั่งถูกพลังระดับก่อกำเนิดบีบเข้าหากัน มันจึงสลายหายไป

จูลี่มองอย่างสนใจ “มีหนอนอยู่ในเลือดหรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่หนอนขอรับ เป็นพลังชนิดหนึ่ง”

พ่อบ้านอู่หันไปตรวจเนื้อวัวเกราะดำต่อ แล้วก็พบเส้นพลังสีดำเช่นเดียวกัน เพียงแต่มีปริมาณหนาแน่นกว่าในร่างหมูเขี้ยวโลหิตหลายเท่า

สีหน้าของเขาค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น “คุณหนู เนื้อพวกนี้กินไม่ได้ขอรับ”

จูลี่ซึ่งยังสงบนิ่งมาตลอดพลันขมวดคิ้วทันที ที่นางอุตส่าห์ลงแรงไปตั้งเยอะดันกินไม่ได้

“มีพิษหรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่พิษธรรมดา ภายในร่างของอสูรมีพลังแปลกปลอมแทรกอยู่ พลังนี้ไม่ได้เกิดจากการฝึกตบะของพวกมัน และไม่ควรมีอยู่ตามธรรมชาติ”

โมเจียมองเนื้อที่ตนเกือบนำไปปรุงอาหารด้วยสีหน้าหวาดระแวง

“หากกินเข้าไปจะเป็นอย่างไรเจ้าคะ”

“ยังบอกไม่ได้ อาจทำให้พลังปราณปั่นป่วนหรือส่งผลต่อจิตใจ”

พ่อบ้านอู่เปลี่ยนไปตรวจเลือดจากอสูรอีกตัว ก่อนกล่าวต่อ

“อสูรสองชนิดนี้มีตบะต่างกัน ทั้งยังอาศัยอยู่คนละพื้นที่ แต่พลังแปลกปลอมภายในกลับมีลักษณะเหมือนกัน แสดงว่าพวกมันน่าจะได้รับพลังมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน”

“มีคนใส่เข้าไปหรือเจ้าคะ” จูลี่ถาม

“เป็นไปได้ขอรับ อาจปะปนอยู่ในแหล่งน้ำหรืออาหาร อีกทางหนึ่งคือมีค่ายกลหรือสิ่งของบางอย่างปล่อยพลังชนิดนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง”

“พลังนี้ทำให้พวกมันคลั่งหรือ”

“น่าจะเป็นเช่นนั้น”

พ่อบ้านอู่ใช้ปลายมีดเขี่ยเส้นเลือดสีคล้ำออกมา

“มันกระตุ้นความดุร้ายและกดทับสัญชาตญาณของอสูร เมื่อพลังนี้กำเริบ พวกมันก็สูญเสียการควบคุมขอรับ”

จูลี่พยักหน้าอย่างเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง 

“ข้าก็ว่าอยู่ ทำไมสัตว์อสูรพวกนี้จึงหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วก็ยังคิดจะโจมตีเจ้าอยู่ดี” เสียงลึกลับในหัวของจูลี่ดังขึ้นหลังจากเงียบมานาน

“หมายความว่าพวกมันกลัวข้า แต่มีบางอย่างบังคับให้เข้ามา?”

“คงอย่างงั้น” อสูรบรรพกาลว่า

พ่อบ้านอู่เห็นจูลี่นิ่งไปจึงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังอีกว่า

“หากพบอสูรที่มีดวงตาแดงคล้ำ เส้นเลือดดำปูดขึ้นตามลำคอ หรือไม่ตอบสนองต่อความเจ็บปวด คุณหนูต้องระวังให้มาก อย่าประเมินพวกมันจากระดับตบะเพียงอย่างเดียว”

“เจ้าค่ะ?”

“และไม่ควรต่อสู้ระยะประชิดหากไม่จำเป็น”

“เจ้าค่ะ”

“รวมถึงห้ามใช้มีดทำครัวด้วย” โมเจียรีบกล่าวเสริม

จูลี่เหลือบมองมีดแล่ปลาที่วางอยู่ข้างกายโมเจีย ก่อนพยักหน้า

“รู้แล้วเจ้าค่ะ”

“เจ้าตอบเร็วจนน่ากังวลกว่าเดิมอีก” โมเจียพึมพำ

จูลี่ไม่ได้สนใจ นางกำลังมองเนื้ออสูรกองใหญ่ด้วยความเสียดาย

“พ่อบ้านอู่กำจัดพลังนี้ออกได้หรือไม่เจ้าคะ”

“หากเป็นเนื้อจำนวนไม่มาก ข้าสามารถใช้พลังปราณค่อย ๆ บีบออกได้ แต่ต้องตรวจทุกส่วนอย่างละเอียด”

“ต้องใช้เวลานานเพียงใด”

พ่อบ้านอู่ประเมินเนื้อทั้งหมดบนพื้น

“ประมาณสามถึงห้าวันในนี้ขอรับ”

เมื่อคิดเป็นเวลาภายนอกยังไม่ถึงสองชั่วยาม จูลี่จึงพยักหน้าอย่างพอใจ

“ฝากพ่อบ้านอู่ด้วยเจ้าค่ะ”

“ขอรับ”

โมเจียถาม “หากกำจัดพลังแปลกปลอมออกหมดแล้ว เนื้อยังกินได้หรือไม่”

“หากไม่มีสิ่งตกค้างก็ไม่มีปัญหา”

ดวงตาของจูลี่กลับมาสว่างขึ้นทันที

“เช่นนั้นศิษย์พี่โม่ช่วยหมักเนื้อรอไว้ก่อนนะเจ้าคะ”

“ยังไม่ได้ยินหรือว่าต้องกำจัดพลังออกก่อน”

“ข้าหมายถึงหลังจากกำจัดเสร็จเจ้าค่ะ”

“เจ้าเพิ่งมาถึงก็คิดแต่จะให้ข้าทำอาหารแล้วหรือ”

“ฝีมือของศิษย์พี่ดีที่สุดเลย” จูลี่เอาหัวน้อย ๆ ถูไถอยู่บนพุงอวบ ๆ ของโมเจีย

ท่าทางออดอ้อนนี้ โมเจียรู้ทั้งรู้ว่าจูลี่พูดเพื่อเอาใจ แต่มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

“ตรวจให้เรียบร้อยก่อน ข้าค่อยทำให้”

“ทำเป็นเนื้อตุ๋นด้วยนะเจ้าคะ”

“รู้แล้ว”

“แล้วย่างอีกครึ่งหนึ่ง”

“จูลี่”

“อย่างละนิดก็ได้เจ้าค่ะ”

พ่อบ้านอู่มองหนึ่งคนสั่งอาหาร อีกคนปากบ่นแต่เริ่มตรวจดูเครื่องปรุงแล้ว ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ

ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังแว่วมาจากโลกภายนอก

“จูลี่” เสียงของเซี่ยฉางอันดังอยู่หน้าห้อง

เด็กหญิงชะงัก ก่อนส่งจิตออกไปตรวจสอบ เซี่ยฉางอันยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าเคร่งเครียดกว่าตอนพานางมาส่ง

“เจ้าอยู่ข้างในหรือไม่”

“ข้าต้องออกไปแล้วเจ้าค่ะ”

โมเจียถาม “จะกลับมาอีกเมื่อใด”

“ตอนว่างเจ้าค่ะ”

“อย่างน้อยเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนก่อน”

โมเจียรีบเข้าไปในเรือน ไม่นานก็กลับมาพร้อมชุดสะอาดหนึ่งชุดกับผ้าเช็ดหน้า นางใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเลือดบนแก้มให้จูลี่อย่างรวดเร็ว ก่อนยัดเสื้อผ้าใส่มือเด็กหญิง

“เจ้าจะออกไปทั้งสภาพนี้ไม่ได้”

“ศิษย์พี่เซี่ยกำลังรออยู่เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็เปลี่ยนด้านนอก แต่ห้ามปล่อยคราบเลือดติดตัวไว้นาน เข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

โมเจียจัดเส้นผมที่ยุ่งเหยิงให้อีกเล็กน้อย ก่อนปล่อยมือ

“ระวังตัวด้วย”

“เจ้าค่ะ”

จูลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าจะพาเจ้าหินไปด้วยเจ้าค่ะ”

“ข้าหมายถึง”

โมเจียยังพูดไม่ทันจบ ร่างของจูลี่ก็หายไปจากลานเสียแล้ว

ภายในเรือนรับรอง จูลี่ปรากฏตัวใต้เตียงในท่านอนราบเหมือนเดิม

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง “จูลี่”

“อยู่เจ้าค่ะ” นางรีบคลานออกจากใต้เตียง แต่ศีรษะชนขอบเตียงดังปึก

ด้านนอกเงียบไปชั่วครู่

“เกิดอะไรขึ้น”

“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ”

จูลี่ลูบหน้าผาก ก่อนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าแล้ววิ่งไปเปิดประตู

เซี่ยฉางอันยืนอยู่ด้านนอก เมื่อเห็นนางก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่สายตากลับหยุดอยู่บนเส้นผมกับเสื้อผ้าซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่น

“เจ้าไปทำอะไรมา”

“พักผ่อนเจ้าค่ะ”

“เหตุใดพักผ่อนแล้วจึงมีฝุ่นเต็มตัว”

จูลี่เงียบไปครู่หนึ่ง

“ข้านอนตกจากเตียงเจ้าค่ะ”

เซี่ยฉางอันมองเตียงซึ่งแทบไม่มีรอยยับ ก่อนมองเด็กหญิงตรงหน้าอีกครั้ง

เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อ แต่เวลานี้ไม่มีเวลาซักถาม

“เตรียมตัวให้พร้อม ฝูงอสูรเริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้ว”

“จะโจมตีเมืองหรือเจ้าคะ”

“ยังไม่รู้ พวกมันไม่ได้ตั้งเป้าตรงมาที่กำแพงเหมือนก่อน”

เซี่ยฉางอันหันไปทางทิศตะวันออก สีหน้าค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น

“อสูรทั้งหมดกำลังรวมตัวอยู่ที่จุดเดียว เหมือนกำลังรออะไรสักอย่าง”

 

*********************

เปลือกทุเรียนในมือท่าน ทิ้งถังขยะเถอะครับ

4fad021141c63f963568fed32cd44d25.jpg