LNCrawler

ตอนที่ 123

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 123

เซี่ยฉางอันมองนาง “ยังไม่มีผู้ใดกล่าวว่าเกี่ยวกับเจ้าเลยสักคน”

“ข้าบอกไว้ก่อนเจ้าค่ะ”

คนในกลุ่มบางส่วนไม่เข้าใจว่าเหตุใดเด็กหญิงต้องรีบปฏิเสธ มีเพียงเซี่ยฉางอันที่พอรู้เรื่องบ่อปราณแห้งบนยอดเขาฉี่ฝานจึงไม่คิดถามต่อ

ชายหนุ่มเข้าใจเอาเองว่าจูลี่ก่อหายนะขึ้นบ่อยครั้งก็เลยร้อนตัวก็เท่านั้น ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วนางเคยปล้นรากปราณตระกูลเว่ยมา

พวกเขาเดินเข้าไปในหุบเขาได้ไม่ไกลก็พบป้ายหยกตกอยู่บนพื้น

ผู้ปรุงโอสถหยิบขึ้นมาตรวจดู

“น่าเป็นของหน่วยสอดแนมขอรับ”

ทุกคนกระจายกันค้นหา ไม่นานก็พบร่างมนุษย์คนหนึ่งนอนอยู่หลังโขดหิน

ชายผู้นั้นยังมีลมหายใจ แต่ใบหน้าซีดขาว เส้นเลือดสีดำหลายสายแผ่จากข้อมือขึ้นไปถึงหัวไหล่

ห่างออกไปยังพบผู้สอดแนมที่เหลืออีกห้าคน ทุกคนหมดสติในสภาพเดียวกัน ไม่มีบาดแผลจากกรงเล็บหรือคมเขี้ยวแม้แต่น้อย

ผู้ปรุงโอสถรีบป้อนโอสถให้พวกเขา ก่อนตรวจชีพจรทีละคน

“พลังปราณภายในร่างปั่นป่วนมาก มีพลังแปลกปลอมแทรกอยู่ในเส้นลมปราณด้วย”

“เหมือนในแก่นอสูรหรือไม่” เซี่ยฉางอันถาม

“คล้ายกันขอรับ แต่น่าจะยังไม่ลึกถึงแก่นปราณ น่าจะได้รับผลกระทบไม่นาน แก้ไขได้อยู่ขอรับ”

ศิษย์สองคนช่วยกันย้ายผู้บาดเจ็บไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย ก่อนวางค่ายกลป้องกันอย่างง่ายไว้รอบตัว

เซี่ยฉางอันกวาดตามองทั่วทั้งหุบเขา

“พวกเขาต้องเจอบางอย่างก่อนหมดสติแน่ ๆ ถึงเป็นเช่นนี้”

ทุกคนเดินตามร่องรอยฝีเท้าเข้าไปด้านใน

ยิ่งลึก หมอกสีดำจาง ๆ ก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น กลิ่นประหลาดคล้ายเลือดผสมดินชื้นลอยอยู่ในอากาศ

ผู้ปรุงโอสถแจกโอสถถอนพิษให้ทุกคน

“แม้ยังไม่แน่ใจว่าหมอกนี้เป็นพิษหรือไม่ แต่พยายามอย่าสูดเข้าไปมาก”

จูลี่รับโอสถมา ก่อนยกขึ้นดม “ขมมากหรือไม่เจ้าคะ”

“ตอนนี้ยังสนใจเรื่องขมอีกหรือ” เซี่ยฉางอันถาม

“ถ้าขม ข้าจะกลั้นหายใจเอาเจ้าค่ะ”

“กินเข้าไป”

จูลี่จึงจำใจโยนโอสถเข้าปาก แล้วรีบยกไหสุราดื่มตามหลายอึก

เมื่อพวกเขาผ่านโขดหินขนาดใหญ่ ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ทุกคนหยุดฝีเท้า

กลางหุบเขามีหลุมขนาดใหญ่ลึกลงไปใต้ดิน รอบหลุมปักเสาหินสีดำอยู่เก้าต้น แต่ละต้นสูงกว่าสามจั้ง มีอักขระสีแดงเข้มสลักอยู่ทั่วทั้งต้น

เส้นพลังสีดำไหลออกมาจากพื้นดิน ก่อนถูกเสาหินดูดขึ้นไปแล้วเปลี่ยนเป็นหมอกกระจายออกไปทั่วหุบเขา

ศิษย์ค่ายกลทั้งสองมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

“เป็นค่ายกลดูดปราณ”

“แต่ไม่เหมือนค่ายกลทั่วไป” อีกคนกล่าว “มันไม่ได้เก็บพลังปราณเอาไว้ พลังที่ดูดขึ้นมาถูกเปลี่ยนสภาพแล้วปล่อยออกไปทั้งหมด”

เซี่ยฉางอันมองหมอกดำซึ่งกำลังไหลไปทางป่า

“หมอกเหล่านี้ทำให้ฝูงอสูรคลุ้มคลั่ง?”

“มีความเป็นไปได้สูงขอรับ”

ศิษย์ค่ายกลเดินเข้าไปใกล้เสาต้นหนึ่ง แต่ยังไม่ทันแตะต้อง พื้นดินใต้เท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากก้นหลุม

กรวดหินรอบปากหลุมกระเด็นขึ้นกลางอากาศ เงาร่างขนาดใหญ่ค่อย ๆ ปีนขึ้นมาจากความมืด

มันเป็นเสือดำตัวใหญ่กว่าสิบจั้ง มีเขาสีแดงงอกอยู่กลางหน้าผาก ดวงตาทั้งสองข้างแดงคล้ำจนแทบมองไม่เห็นตาดำ เส้นพลังสีดำไหลไปทั่วร่างราวกับเส้นเลือด

“เจ้าอสูรขั้นสูง” ศิษย์คนหนึ่งกล่าวเสียงเครียด

แม้ระดับตบะยังไม่ถึงขั้นสัตว์วิญญาณ แต่พลังที่แผ่ออกมาจากร่างกลับแข็งแกร่งกว่าเจ้าอสูรทั่วไปหลายเท่า

เสือดำกระโจนขึ้นจากหลุม กรงเล็บตะปบใส่ศิษย์ค่ายกลซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด

เคร้ง!!!!

กระบี่ของเซี่ยฉางอันเข้าขวางทันเวลา

คลื่นพลังจากการปะทะกวาดฝุ่นกับหินปลิวออกไปทั่วบริเวณ ชายหนุ่มถอยหลังครึ่งก้าว ส่วนเสือดำถูกซัดกลับไปชนเสาหินต้นหนึ่ง

“พวกเจ้าทำลายค่ายกล ข้าจะรับมือมันเอง”

“ขอรับ” ศิษย์ค่ายกลรีบแยกไปคนละด้าน ส่วนศิษย์สายตรงที่เหลือช่วยกันป้องกันหมอกดำกับอสูรซึ่งเริ่มกรูเข้ามาจากปากหุบเขา

เซี่ยฉางอันเหยียบอากาศทะยานขึ้น กระบี่เงินแยกออกเป็นเงากระบี่หลายสิบสาย ก่อนพุ่งลงใส่เสือดำพร้อมกัน

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา

จูลี่ขี่เจ้าหินหลบอยู่ด้านหลังโขดหินตามคำสั่ง นางมองเสาหินต้นหนึ่งซึ่งกำลังสั่นอย่างรุนแรง

ศิษย์ค่ายกลใช้ยันต์ระเบิดฐานของมันจนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ เสาหินสูงสามจั้งค่อย ๆ เอนลงมา

ทิศทางที่มันล้มเป็นจุดซึ่งผู้สอดแนมทั้งหกคนนอนอยู่พอดี

“ระวัง”

ศิษย์คนหนึ่งพยายามเข้าไปช่วย แต่ถูกอสูรระดับผสานแก่นสองตัวขวางไว้

จูลี่ตบหลังเจ้าหิน

“ไป”

เจ้าหินพุ่งออกจากที่ซ่อนทันที เด็กหญิงกระโดดลงจากหลังมัน ก่อนยกมือทั้งสองรับเสาหินซึ่งกำลังล้มลงมา

ตูม!!!!

พื้นใต้เท้าจูลี่แตกร้าวเป็นวงกว้าง เสาหินหยุดนิ่งอยู่เหนือศีรษะของนาง

ทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างชะงักไปพร้อมกัน

เสาหินต้นนี้หนักหลายหมื่นจิน กระทั่งผู้ฝึกตนระดับท่องนภายังไม่กล้ารับตรง ๆ แต่เด็กหญิงตัวเล็กกลับยืนแบกมันไว้ด้วยสองมือ

“ย้ายคนออกไปก่อนเจ้าค่ะ”

คำพูดของนางทำให้ศิษย์สำนักชิงเฟิงได้สติ พวกเขารีบเข้าไปนำผู้บาดเจ็บออกจากบริเวณนั้น

ทันใดนั้น อักขระสีแดงบนเสาหินก็สว่างขึ้น

หมอกดำจำนวนมากไหลลงมาตามผิวหิน ก่อนพุ่งเข้าหาจูลี่

แหวนสีดำบนนิ้วของนางสั่นเบา ๆ

หมอกทั้งหมดพลันเปลี่ยนทิศทาง ถูกดูดเข้าไปในแหวนอย่างรวดเร็ว

จูลี่ก้มมองนิ้วตนเอง

“หืม?”

ในเวลาเดียวกัน ภายในแหวนมิติ พื้นดินรอบจวนสั่นสะเทือนขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน

ไหสุราในหอเก็บของกระทบกันดังระงม ฝูงสัตว์ในป่าพากันวิ่งหนี ส่วนท้องฟ้าซึ่งเคยแจ่มใสค่อย ๆ ถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำ

พ่อบ้านอู่เงยหน้ามอง ก่อนพุ่งออกจากจวนทันที

ห่างจากกำแพงจวนออกไปไม่กี่ลี้ อักขระสีดำขนาดใหญ่กำลังปรากฏขึ้นบนพื้นทีละเส้น

มันค่อย ๆ เชื่อมต่อกันจนกลายเป็นรูปร่างคล้ายปากของสัตว์ขนาดมหึมา

ด้านนอก จูลี่ปล่อยเสาหินลงกับพื้น

เสียงแตกร้าวดังสนั่น อักขระทั่วเสาหินดับลงพร้อมกัน

แต่ก่อนนางจะได้ถอยออกมา เสียงแหบพร่าก็ดังขึ้นภายในศีรษะ

“หิว…”

จูลี่ชะงัก ก่อนก้มมองท้องตนเองแล้วลูบเบา ๆ

“ข้าเพิ่งกินมาเองนะ”