ตอนที่ 124
ตอนที่ 124
“หิว…”
จูลี่ชะงัก ก่อนก้มมองท้องตนเองแล้วลูบเบา ๆ
“ข้าเพิ่งกินมาเองนะ”
“ไม่ใช่ข้า” เสียงของเจ้าอ้วนดังขึ้นทันที น้ำเสียงจริงจังกว่าปกติจนจูลี่หยุดมือ
“เมื่อครู่ไม่ใช่เสียงของข้านะ”
จูลี่ก้มมองแหวนสีดำบนนิ้ว
เสียงแหบพร่าเมื่อครู่ดังขึ้นภายในศีรษะของนางเช่นเดียวกับเสียงเจ้าอ้วน แต่น้ำเสียงกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งยังฟังดูห่างไกล ราวกับดังมาจากสถานที่ลึกลงไปจนมองไม่เห็น
“แล้วเป็นเสียงของผู้ใด”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไร”
“เจ้าอยู่ในตัวข้าเหมือนกันไม่ใช่หรือ”
“อยู่ในตัวเจ้าแล้วข้าต้องรู้ทุกเรื่องหรือ”
“เจ้าก็ไม่รู้อะไรสักอย่าง”
“เจ้าเด็กโง่ ตอนนี้ใช่เวลามาเถียงกับข้าหรือ” เจ้าอ้วนกล่าวไม่ทันขาดคำ แหวนสีดำก็สั่นรุนแรงขึ้น
หมอกดำที่หลงเหลืออยู่บนเสาหินพลันไหลเข้าหาจูลี่ จากสายเล็ก ๆ เปลี่ยนเป็นกระแสพลังขนาดใหญ่ อักขระสีแดงบนเสาหินสว่างวาบ ก่อนถูกดึงหายเข้าไปในแหวนอย่างรวดเร็ว
เสาหินต้นนั้นส่งเสียงแตกร้าว
เพียงไม่กี่ลมหายใจ รอยสลักทั้งหมดก็ดับลง เหลือเพียงแท่งหินสีดำธรรมดาต้นหนึ่ง
ทว่ายังไม่จบเพียงเท่านั้น
อักขระบนเสาหินอีกแปดต้นสว่างขึ้นพร้อมกัน
หมอกดำทั่วหุบเขาหยุดเคลื่อนไหวชั่วขณะ ก่อนเปลี่ยนทิศทาง พุ่งตรงเข้าหาจูลี่จากทุกด้าน
“ถอยออกมา” เซี่ยฉางอันตวัดกระบี่กวาดเสือดำออกไป ก่อนพุ่งเข้าหาเด็กหญิง
จูลี่พยายามยกเท้าถอย แต่เท้าทั้งสองข้างกลับติดแน่นอยู่กับพื้น ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นจับข้อเท้าของนางไว้
“ข้าถอยไม่ได้เจ้าค่ะ”
“ปล่อยเสาหินแล้วออกมาก่อน”
“ข้าปล่อยไปแล้ว”
เสาหินนอนอยู่ข้างเท้านางจริง ๆ จูลี่ไม่ได้แตะต้องมันแล้วตอนนี้ แต่หมอกดำยังคงไหลเข้าสู่แหวนอย่างต่อเนื่อง
เซี่ยฉางอันมาถึงในพริบตา เขายื่นมือหมายจะดึงเด็กหญิงออกมา ทว่าปลายนิ้วยังไม่ทันสัมผัสหัวไหล่ ม่านพลังสีดำบางเบาก็ปรากฏขึ้นรอบตัวจูลี่
ตูม!!!!
คลื่นพลังซัดเซี่ยฉางอันถอยออกไปหลายก้าว
ชายหนุ่มใช้กระบี่ค้ำพื้นไว้จึงหยุดร่างได้ เขาเงยหน้ามองเด็กหญิงตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
จูลี่ยืนกอดไหสุราอยู่กลางหมอกดำ เสื้อผ้ากับเส้นผมปลิวสะบัดตามกระแสพลัง แต่ร่างกายกลับไม่เป็นอันตรายแม้แต่น้อย
“เจ้ากำลังใช้วิชาใด”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรนะเจ้าคะ”
“แล้วพลังพวกนี้มาจากที่ใด”
จูลี่ก้มมองแหวนสีดำ ก่อนเก็บมือข้างนั้นซ่อนไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“ไม่รู้เจ้าค่ะ”
การซ่อนมือของนางไม่ได้ช่วยให้น่าเชื่อถือขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เซี่ยฉางอันกำลังจะเข้าไปช่วยอีกครั้ง เสียงคำรามเจ็บปวดก็ดังขึ้นจากอีกด้าน
เสือดำซึ่งกำลังต่อสู้กับศิษย์สำนักชิงเฟิงหยุดชะงักกลางอากาศ พลังดำทั่วร่างของมันสั่นไหว ก่อนถูกดึงออกมาเป็นสาย
เส้นเลือดสีดำซึ่งปูดอยู่ตามลำคอค่อย ๆ ยุบลง ดวงตาแดงคล้ำเริ่มกลับมามีสีทองตามเดิม เสือดำตกลงกระแทกพื้นอย่างแรง ร่างใหญ่โตกระตุกอยู่หลายครั้ง กรงเล็บขูดพื้นหินจนเกิดรอยลึก
ศิษย์กระบี่คนหนึ่งยกอาวุธเตรียมแทงซ้ำ แต่เซี่ยฉางอันรีบสั่งห้าม
“อย่าเพิ่งฆ่ามัน”
ทุกคนจึงถอยออกมาอย่างระมัดระวัง
เสือดำหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้มันไม่ได้โจมตีมนุษย์ ดวงตาสีทองกวาดมองเสาหินรอบหุบเขา ก่อนหยุดอยู่ตรงอักขระสีแดงซึ่งกำลังส่องแสง
เสียงคำรามต่ำดังลอดออกมาจากลำคอ เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ไม่นานมันก็พุ่งเข้าใส่เสาหินต้นที่อยู่ใกล้ที่สุด
กรงเล็บขนาดใหญ่ตบลงบนฐานเสา รอยแตกร้าวแผ่ออกไปทั่วบริเวณ
แล้วมันก็ยกกรงเล็บขึ้นอีกครั้งแล้วฟาดซ้ำ เสาหินสูงสามจั้งหักลงตรงกลาง อักขระสีแดงดับลงพร้อมกัน
เมื่อเสาหัก หมอกดำส่วนหนึ่งก็สลายไปทันที
“มันกำลังช่วยพวกเรา?” ศิษย์คนหนึ่งถามอย่างไม่แน่ใจ
“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น”
“รีบทำลายเสาที่เหลือ!เร็ว” เซี่ยฉางอันออกคำสั่ง
ศิษย์ค่ายกลทั้งสองนำยันต์ออกมา ก่อนแยกไปทำลายฐานเสาคนละด้าน ส่วนศิษย์สายต่อสู้คอยป้องกันอสูรที่เริ่มกรูเข้ามาจากปากหุบเขา
ยามนี้ฝูงอสูรด้านนอกสับสนอย่างเห็นได้ชัด
บางตัวพยายามพุ่งเข้ามาโจมตี ขณะที่บางตัวกลับหยุดนิ่งหรือถอยหนี พลังดำในร่างพวกมันถูกแหวนดึงออกมาไม่เท่ากัน จึงเกิดความวุ่นวายไปทั่วทั้งฝูง
เสาหินต้นที่สามพังลง ตามด้วยต้นที่สี่ เมื่อต้นที่ห้าหักออก อักขระบนเสาที่เหลือก็เปลี่ยนเป็นสีแดงจัด
พื้นหุบเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตามพื้น เสาหินทุกต้นเริ่มจมลงไปช้า ๆ
ศิษย์ค่ายกลผู้หนึ่งมีสีหน้าเปลี่ยนไป
“ไม่ดีแล้ว ค่ายกลกำลังทำลายตัวเอง”
“หยุดได้หรือไม่” เซี่ยฉางอันถาม
“แกนกลางอยู่ใต้หลุมขอรับ หากปล่อยให้พลังทั้งหมดไหลกลับไปถึงแกนกลาง มันจะระเบิด รากปราณด้านล่างจะพังตามไปด้วย หุบเขาทั้งแห่งอาจถล่มลงมา”
เซี่ยฉางอันกวาดตามองผู้สอดแนมที่ยังหมดสติ
“ถอนตัว พาคนบาดเจ็บออกไปก่อน”
“ขอรับ” ศิษย์สองคนรีบแบกผู้บาดเจ็บขึ้นหลัง ส่วนคนที่เหลือช่วยกันเปิดทางออกจากหุบเขา
เซี่ยฉางอันพุ่งเข้าหาจูลี่อีกครั้ง คราวนี้ม่านพลังรอบนางอ่อนลงแล้ว เขาจึงคว้าข้อมือเด็กหญิงไว้ได้
“ไป”
“รอก่อนเจ้าค่ะ”
“ค่ายกลกำลังจะระเบิด”
“แกนกลางอยู่ข้างล่าง”
“ข้ารู้”
“ถ้านำออกมาได้ ค่ายกลก็จะหยุด”
“ผู้ใดบอกเจ้า”
จูลี่เงียบไปเล็กน้อย จะบอกว่าเจ้าอ้วนก็ใช่ที่
“ข้าเดาเจ้าค่ะ”
เซี่ยฉางอันมองนางด้วยสายตาไม่เชื่อแม้แต่น้อย ก่อนเขาจะลากเด็กหญิงออกไป เสียงเจ้าอ้วนก็ดังขึ้นในหัวของจูลี่
“ต้นกำเนิดพลังอยู่ใต้หลุมจริง หากดึงมันออก ค่ายกลจะดับ”
“อยู่ลึกหรือไม่”
“ไม่ลึก แท่นหินด้านล่างมีของสีดำฝังอยู่”
จูลี่หันไปมองหลุมกลางหุบเขา
ควันดำจำนวนมากกำลังไหลกลับเข้าไปด้านใน พื้นดินรอบปากหลุมพังลงอย่างต่อเนื่อง
นางตบขาเจ้าหินซึ่งหมอบอยู่ใกล้ ๆ
“ไปดูข้างล่างกัน”
เจ้าหินส่ายหน้าทันที
“กลับมาให้เนื้อแห้งสองชิ้น”
มันยังคงส่ายหน้า
“งั้นโอสถเพิ่มปราณระดับสูงเป็นไง”
เจ้าหินเหลือบมองหลุม แล้วหันกลับมามองนาง
“เพิ่มเนื้อตุ๋นอีกหนึ่งชาม”
อสูรเกราะศิลายังคงลังเล
“ถ้าไม่ไป ตอนค่ายกลระเบิดพวกเราก็ตายอยู่ดี”
เจ้าหินหยุดส่ายหน้าทันที หลังจากคิดอยู่หนึ่งลมหายใจ มันก็ย่อตัวให้จูลี่ขึ้นหลัง ก่อนกระโดดลงไปในหลุมอย่างกล้าหาญเพราะไม่มีทางเลือก
“จูลี่” เซี่ยฉางอันคว้าเด็กหญิงไม่ทัน เขาลังเลอยู่หนึ่งอึดใจ สุดท้ายก็ได้แต่กระโดดตามลงไป