LNCrawler

ตอนที่ 125

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 125

ก้นหลุมลึกไม่ถึงยี่สิบจั้ง เจ้าหินกระแทกพื้นจนหินโดยรอบแตกกระจาย ก่อนรีบขยับตัวหลบเศษหินซึ่งตกลงมาจากด้านบน

กลางพื้นที่มีแท่นหินสีแดงเข้มตั้งอยู่

วัตถุสีดำชิ้นหนึ่งฝังอยู่ตรงกลางแท่น รูปร่างคล้ายแกนอสูรซึ่งแตกเหลือเพียงครึ่งซีก เส้นพลังจำนวนมากเชื่อมจากวัตถุนั้นลงไปใต้ดิน

ทุกครั้งที่มันสั่น พลังปราณจากใต้หุบเขาจะถูกสูบขึ้นมา ก่อนเปลี่ยนเป็นหมอกดำไหลออกไปตามอักขระ

“สิ่งนี้หรือ”

“ใช่” เจ้าอ้วนตอบ “รีบดึงออก ก่อนมันจะระเบิด”

จูลี่กระโดดลงจากหลังเจ้าหิน เดินไปจับวัตถุสีดำด้วยสองมือแล้วออกแรงดึง

แท่นหินสั่นสะเทือน รอยแตกร้าวแผ่ไปทั่วพื้นหลุม แต่ตัววัตถุกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

จูลี่ขมวดคิ้ว ก่อนเพิ่มแรงขึ้นอีก

พื้นหุบเขาด้านบนสั่นสะเทือนรุนแรงกว่าเดิม เศษหินจำนวนมากร่วงลงมา เซี่ยฉางอันต้องสร้างม่านกระบี่ป้องกันไว้เหนือศีรษะ

“หยุดก่อน” เขาตะโกน “หากเจ้าออกแรงมากกว่านี้ หุบเขาจะถล่มก่อนที่มันจะหลุด แล้วเราจะตายลงที่นี่”

จูลี่ปล่อยมือ แล้วก้มมองวัตถุสีดำด้วยความสงสัย

“เหตุใดจึงแน่นถึงเพียงนี้”

“มันหลอมรวมกับเส้นปราณใต้ดินแล้ว” เจ้าอ้วนกล่าว “สิ่งที่เจ้าดึงไม่ใช่ของชิ้นเดียว แต่เป็นเส้นปราณทั้งสาย”

จูลี่มองเส้นพลังซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นดิน ก่อนนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมา

ตอนอยู่ที่จวนตระกูลเว่ย 

เด็กหญิงล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ ก่อนหยิบเมล็ดสีดำเม็ดหนึ่งออกมา

เมล็ดพันธุ์นี้มาจากต้นไม้โบราณในดินแดนลับ ทันทีที่ปรากฏพลังปราณรอบหลุมก็เกิดความปั่นป่วน

เซี่ยฉางอันมองเมล็ดในมือนาง ที่งอกอย่างรวดเร็ว

“นั่นคือสิ่งใด”

“เมล็ดต้นไม้เจ้าค่ะ”

“เจ้าจะปลูกต้นไม้ตอนนี้?”

“ไม่ได้ปลูกเจ้าค่ะ”

จูลี่วางเมล็ดลงบนแท่นหิน

เปลือกสีดำแตกร้าวทันที

รากเล็ก ๆ งอกออกมาจากเมล็ด ก่อนชอนไชเข้าไปตามรอยแยกของแท่นหิน

จากหนึ่งเส้นกลายเป็นสิบเส้น

สิบเส้นกลายเป็นร้อยเส้น

เพียงไม่กี่ลมหายใจ รากสีดำจำนวนมากก็แผ่ปกคลุมแท่นหินทั้งหมด บางส่วนพันรอบวัตถุสีดำ ขณะที่อีกส่วนเจาะลึกลงไปใต้ดินตามเส้นปราณ

เซี่ยฉางอันถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวัง

“นี่คือเมล็ดต้นไม้ชนิดใด”

“ต้นไม้ใหญ่เจ้าค่ะ”

“ข้ารู้ว่าเป็นต้นไม้ใหญ่”

“ศิษย์พี่รู้แล้วเหตุใดยังถามอีก”

เซี่ยฉางอันเงียบไป ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกของหม่าซือเจียวขึ้นมาบ้างแล้ว

รากสีดำพันรอบวัตถุแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนค่อย ๆ หลอมรวมเข้ากับเส้นปราณด้านล่าง

จูลี่รอจนรากทั้งหมดหยุดเคลื่อนไหว จากนั้นจึงแตะแหวนสีดำบนนิ้ว

“กลับมา”

แสงสีดำสว่างวาบ เมล็ดพันธุ์กับรากทั้งหมดถูกดึงเข้าสู่แหวนมิติทันที

วัตถุสีดำซึ่งถูกรากพันไว้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนหลุดออกจากแท่นหินแล้วหายตามเข้าไป

แต่สิ่งที่ถูกดึงไปไม่ได้มีเพียงแกนกลางค่ายกล

เส้นปราณที่เชื่อมติดกับรากไม้ถูกกระชากขึ้นมาจากใต้ดินพร้อมกัน ของเหลวสีทองสายหนึ่งพุ่งออกจากรอยแยก ก่อนถูกแสงสีดำดูดหายเข้าไปจนหมด

พื้นใต้แท่นหินพลันยุบลงเป็นหลุมลึก

ชั้นหิน เศษอักขระ และรากปราณส่วนที่เหลือถูกดึงหายไปในคราวเดียว

เซี่ยฉางอันมองเหตุการณ์ตรงหน้าโดยไม่กะพริบตา

เมื่อแสงสีดำดับลง สิ่งที่เคยอยู่ใต้หุบเขาก็หายไปทั้งหมด เหลือเพียงหลุมว่างเปล่าซึ่งลึกจนมองไม่เห็นก้น

“รากปราณ…”

“ข้าเก็บแค่ของสีดำนะเจ้าคะ” จูลี่รีบอธิบาย

เซี่ยฉางอันหันมามองนางช้า ๆ

“แล้วรากปราณหายไปได้อย่างไร”

“ต้นไม้เอาไปเจ้าค่ะ”

“ต้นไม้ของเจ้า?”

“ข้าไม่ได้สั่งมันนะเจ้าคะ”

เซี่ยฉางอันกำลังจะถามต่อ แท่นหินซึ่งสูญเสียพลังหล่อเลี้ยงก็พังทลายลง

เสียงระเบิดดังขึ้นเหนือศีรษะ เสาหินทุกต้นแตกออกพร้อมกัน อักขระสีแดงทั่วหุบเขาดับลงในพริบตา

“ออกไปก่อน”

เซี่ยฉางอันคว้าคอเสื้อจูลี่ขึ้นมา ก่อนเหยียบอากาศทะยานออกจากหลุม

เจ้าหินเห็นเจ้านายถูกหิ้วหนีไปก็รีบใช้กรงเล็บตะกายผนังตามขึ้นไป เศษหินตกใส่เกราะบนหลังดังสนั่น แต่มันไม่กล้าหยุดแม้แต่ก้าวเดียว

เมื่อทั้งสามขึ้นมาถึงด้านบน หุบเขาเฮยสือก็เริ่มถล่มจากด้านใน

ศิษย์สำนักชิงเฟิงพาผู้บาดเจ็บออกไปถึงพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนเสือดำยืนอยู่ตรงปากหุบเขา มันหันมามองจูลี่ครู่หนึ่ง ก่อนกระโจนหายเข้าไปในป่าด้วยท่าทางหวาดกลัว

หมอกดำเหนือหุบเขาสลายตัวอย่างรวดเร็ว

ฝูงอสูรซึ่งรวมตัวอยู่ด้านนอกหยุดนิ่ง ก่อนทยอยแยกย้ายไปคนละทิศทาง อสูรบางตัวล้มลงเพราะพลังปราณปั่นป่วน แต่ส่วนใหญ่ได้สติกลับมาและเริ่มถอยกลับถิ่นเดิม

เสียงคำรามซึ่งปกคลุมเมืองหลงชวนมาหลายวันค่อย ๆ เงียบลง

เซี่ยฉางอันวางจูลี่ลงบนพื้น ก่อนหันกลับไปมองหุบเขาซึ่งเหลือเพียงซาก

เสาหินทั้งเก้าต้นพังหมดแล้ว

แกนกลางค่ายกลหายไป

แม้แต่รากปราณซึ่งควรอยู่ใต้หุบเขาก็ไม่เหลือให้ตรวจสอบ

เขาหันไปมองเด็กหญิงข้างกาย

จูลี่กำลังปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าราวกับเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง ข้างกายมีเจ้าหินนั่งหอบหายใจและรอโอสถเพิ่มปราณ เนื้อแห้งกับเนื้อตุ๋นหนึ่งชามตามสัญญา

อสูรคลั่งหยุดแล้ว ค่ายกลประหลาดก็หายไปแล้ว รากปราณก็หายไปเช่นกัน แถมหลักฐานก็ยังมาหายไปอีก

เซี่ยฉางอันไม่รู้เลยว่าเขาควรตกใจกับเรื่องไหนก่อนดี

 

ส่วนภายในแหวนมิติ แสงสีดำพุ่งลงมาจากท้องฟ้าโดยไม่มีสัญญาณเตือน

รากของต้นไม้โบราณปรากฏขึ้นก่อน ตามด้วยรากปราณขนาดใหญ่ซึ่งหลั่งของเหลวสีทองออกมาอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายเป็นวัตถุสีดำคล้ายแกนอสูรแตกครึ่งซีก

ทั้งสามสิ่งตกลงบนพื้นที่ว่างใกล้ทะเลสาบ

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รากไม้จำนวนมากชอนไชลงไปใต้ดิน ก่อนพันรอบรากปราณกับวัตถุสีดำเอาไว้แน่น

ของเหลวสีทองไหลออกจากรากปราณ กลายเป็นลำธารสายเล็กไหลลงสู่ทะเลสาบ

ทว่าพลังซึ่งเล็ดลอดออกจากวัตถุสีดำกลับแตกต่างออกไป

หมอกสีดำจาง ๆ แผ่กระจายไปตามพื้น หญ้าบริเวณใกล้เคียงเหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็ว สัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่ารอบทะเลสาบส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ ก่อนพากันวิ่งหนีออกไปคนละทิศทาง

แรงสั่นสะเทือนลามไปถึงจวน ไหสุราในหอเก็บของกระทบกันดังระงม ฝุ่นตามขื่อหลังคาร่วงลงมาเป็นสาย กระทั่งน้ำในบ่อกลางลานยังเกิดระลอกคลื่น

โมเจียซึ่งกำลังหั่นผักอยู่ในครัวรีบวางมีด

“เกิดอะไรขึ้น”

พ่อบ้านอู่ก้าวออกจากเรือน สีหน้าเคร่งเครียด เขาส่งจิตสำรวจไปรอบตัว ก่อนหันไปทางทะเลสาบ

“มีอะไรก็ไม่รู้ตกลงมาใกล้ทะเลสาบ”

ชายอีกสองคนรีบออกมาสมทบ 

ทั้งสี่ออกจากจวนอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันไปถึงทะเลสาบ พื้นดินก็สั่นขึ้นอีกครั้ง ฝูงนกเหนือป่าบินหนีขึ้นฟ้า

น้ำในทะเลสาบซึ่งเคยสงบนิ่งเริ่มปั่นป่วน คลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า พืชน้ำกับโคลนจำนวนมากลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ

ที่หนักกว่านั้นคือปลากระบี่บินที่อยู่ในทะเลสาบกระเด็นขึ้นมาอยู่บนพื้นดินจำนวนมาก

โมเจียหยุดฝีเท้า

“ในทะเลสาบมีสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ?”

“ก็ทำครัวอยู่ด้วยกันจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า"