ตอนที่ 126
ตอนที่ 126
พวกเขาอาศัยอยู่ในแหวนมิติมานานหลายสิบปี แต่ไม่เคยสำรวจส่วนลึกของทะเลสาบอย่างจริงจัง
ทะเลสาบมีขนาดใหญ่เกินไป ทั้งยังมีพลังปราณหนาแน่น สัตว์น้ำหลายชนิดอาศัยอยู่ภายใน ช่วงแรกพวกเขาเคยคิดลงไปตรวจสอบ แต่เมื่อชีวิตความเป็นอยู่ไม่ได้ขาดแคลนสิ่งใด จึงไม่มีเหตุผลต้องเสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็น
ที่ผ่านมา ทะเลสาบไม่เคยมีความผิดปกติแม้แต่น้อย แต่เวลานี้น้ำกลับกำลังลดระดับลงอย่างรวดเร็ว
โขดหินซึ่งเคยอยู่ใต้น้ำค่อย ๆ โผล่ขึ้นมา ตามด้วยผืนดินกว้างใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายกับพืชน้ำ
ทว่าผืนดินนั้นไม่ได้หยุดนิ่ง มันกำลังยกสูงขึ้นเรื่อย ๆ
“ถอย!เร็ว” พ่อบ้านอู่สร้างม่านพลังป้องกัน ก่อนพาทุกคนถอยออกไปหลายสิบจั้ง
เสียงครางต่ำดังขึ้นจากใต้ทะเลสาบมาแรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาพร้อมกัน ชายระดับท่องนภาทั้งสองหน้าซีดเผือด ขาทั้งสองข้างทรุดลงเกือบคุกเข่ากับพื้น
โมเจียซึ่งมีตบะต่ำกว่านั้นยิ่งไม่อาจต้านทานได้ พ่อบ้านอู่จึงต้องขยับเข้ามาขวางด้านหน้า รับแรงกดดันส่วนใหญ่เอาไว้แทน
แม้เขาจะอยู่ระดับก่อกำเนิด แต่ลมหายใจยังติดขัด พลังปราณในร่างแทบโคจรไม่ได้
ผืนดินกลางทะเลสาบยกสูงขึ้นจนพ้นผิวน้ำ
ศีรษะขนาดมหึมาค่อย ๆ โผล่ออกมา ดวงตาขุ่นมัวสองข้างยังปิดสนิท ลำคอเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำกับพืชซึ่งเติบโตจนรากเกาะแน่น
สิ่งที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นก้นทะเลสาบมาตลอด แท้จริงคือกระดองของเต่ายักษ์
ร่างของมันมีขนาดใหญ่พอ ๆ กับทะเลสาบทั้งแห่ง
โมเจียเงยหน้ามองจนต้องเอนตัวไปด้านหลัง
“พวกท่านอยู่ใกล้มันมาหลายปีโดยไม่รู้เลยหรือเจ้าคะ?”
ไม่มีผู้ใดตอบได้
เต่ายักษ์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาข้างหนึ่งกวาดมองพื้นที่รอบตัวอย่างเชื่องช้า ก่อนหยุดอยู่ตรงรากปราณกับวัตถุสีดำใกล้ริมทะเลสาบ
มันอ้าปากหาว ลมหายใจเพียงครั้งเดียวทำให้ต้นไม้หลายสิบต้นเอนลู่ไปในทิศทางเดียวกัน
จากนั้นเสียงชราแหบแห้งก็ดังขึ้น
“หิว…”
พ่อบ้านอู่กับพวกมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
สัตว์อสูรขนาดใหญ่เพียงนี้ หากตื่นขึ้นมาพร้อมความหิว ต่อให้คนในจวนทั้งหมดรวมกันก็ไม่เพียงพอให้มันกินอิ่มแม้แต่มื้อเดียว
ชายสองคนข้างกายพ่อบ้านอู่ค่อย ๆ ถอยหลัง
“ท่านพ่อบ้าน พวกเรากลับไปเปิดค่ายกลป้องกันจวนก่อนดีหรือไม่ขอรับ” ชีวิตที่ปกติสุขเกินไปทำให้พวกเขาขาดความระมัดระวังไปมากจริง ๆ
พ่อบ้านอู่ยังไม่ทันตอบ เต่ายักษ์ก็หันมามองพวกเขา
ทั้งสี่ชะงักค้างพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
โชคดีที่มันเพียงมองครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนสายตากลับไปยังวัตถุสีดำ ไม่ได้แสดงท่าทีคิดโจมตีแต่อย่างใด
หมอกดำจากวัตถุกำลังแผ่กระจายเข้าใกล้ทะเลสาบ
เต่ายักษ์ขยับขาหน้าขนาดมหึมา ก่อนกดลงบนวัตถุสีดำนั้น พื้นรอบทะเลสาบยุบลงไปเล็กน้อย
อักขระสีน้ำเงินบนกระดองของมันสว่างขึ้น พลังมหาศาลแผ่ลงมาตามขาหน้า กดหมอกดำทั้งหมดให้กลับเข้าไปอยู่ภายในวัตถุ
หญ้าที่กำลังเหี่ยวเฉาหยุดการเปลี่ยนแปลง สัตว์ในป่าก็ค่อย ๆ สงบลง
“กลับจวนก่อน” พ่อบ้านอู่ตัดสินใจ “อย่าเข้าใกล้มันจนกว่าคุณหนูจะมา”
ทั้งหมดพยักหน้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พวกเขาถอยออกจากทะเลสาบอย่างระมัดระวัง ก่อนกลับไปเปิดค่ายกลป้องกันรอบจวนไว้ทุกชั้น
แม้ไม่มีผู้ใดคิดว่าค่ายกลเหล่านั้นจะต้านเต่ายักษ์ได้จริง อย่างน้อยก็ช่วยให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้างก็ยังดี
อีกด้านหนึ่ง จูลี่กับคนของสำนักชิงเฟิงเพิ่งกลับถึงเมืองหลงชวน
หน่วยสอดแนมทั้งหกถูกนำไปส่งยังจุดรักษา ส่วนเซี่ยฉางอันกับศิษย์ค่ายกลต้องไปรายงานเรื่องหุบเขาเฮยสือแก่แม่ทัพผู้รักษาเมือง
จูลี่ถูกพากลับไปยังเรือนรับรองตามเดิม
ก่อนจากไป เซี่ยฉางอันยังกำชับนางอีกครั้ง
“ครั้งนี้ต้องอยู่ในห้องจริง ๆ ห้ามไปไหนเด็ดขาด”
“ครั้งก่อนข้าก็อยู่ในห้องนะเจ้าคะ”
“ข้าหมายถึงอยู่บนเตียง ไม่ใช่ใต้เตียง”
จูลี่มองเขาอย่างระมัดระวัง
“ถ้าข้านอนหลับเล่า”
เซี่ยฉางอันชะงัก
คำกำชับของหม่าซือเจียวพลันดังขึ้นในหัว
ห้ามนางหลับ
“ยังไม่ต้องนอน”
“เช่นนั้นข้าจะทำอะไรเจ้าคะ”
“นั่งอยู่เฉย ๆ”
จูลี่พยักหน้า
“ข้าจะนั่งอยู่เฉย ๆ เจ้าค่ะ”
ชายหนุ่มรู้สึกว่าเด็กนั่งเฉยๆ อาจะหลับได้ สุดท้ายจึงหยิบเอาลูกอมมาหนึ่งกำมือ
“เอาไว้กินเล่นระหว่างรอ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะศิษย์พี่ ศิษย์พี่ใจดีที่สุด” เด็กหญิงประจบเอาใจอย่างออกนอกหน้า ชัดเจนว่าเสแสร้ง แต่เป็นการเสแสร้งที่น่ารักจึงให้อภัยได้
ทว่าเซี่ยฉางอันยังมองนางด้วยสายตาไม่วางใจ แต่สุดท้ายก็ต้องเดินทางไปประชุม
จูลี่เก็บลูกอมทั้งหมดลงแหวนเก็บของแล้วปิดประตูลงกลอน ก่อนมุดเข้าไปใต้เตียงตามเดิม
นางแตะแหวนสีดำแล้วหายเข้าไปในมิติ
ทันทีที่เท้าแตะพื้น จูลี่ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
ท้องฟ้าเหนือมิติยังมืดครึ้ม สัตว์ในป่าส่งเสียงร้องอยู่ไกล ๆ ส่วนค่ายกลรอบจวนถูกเปิดใช้งานครบทุกชั้น
พ่อบ้านอู่ซึ่งเฝ้าอยู่หน้าจวนเห็นนางก็รีบเดินเข้ามาหา
“คุณหนู”
“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”
“มีสัตว์อสูรตื่นขึ้นจากใต้ทะเลสาบขอรับ”
“ตัวใหญ่หรือไม่”
พ่อบ้านอู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองทะเลสาบซึ่งมองเห็นอยู่ไกล ๆ
“ใหญ่พอ ๆ กับทะเลสาบขอรับ”
จูลี่กะพริบตา ก่อนเดินออกจากค่ายกลมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบทันที
พ่อบ้านอู่กับคนอื่น ๆ รีบตามไป แม้ยังไม่รู้ว่าจูลี่จะจัดการอสูรยักษ์อย่างไร
เมื่อมาถึงริมทะเลสาบ เด็กหญิงก็หยุดฝีเท้า
เต่ายักษ์ยังคงหมอบอยู่กลางแอ่งน้ำ สาหร่ายกับก้อนหินปกคลุมทั่วกระดอง บนจุดสูงสุดยังมองเห็นแท่นศิลาสีขาวกับกระจกทองแดงแตกร้าวตั้งอยู่
จูลี่จำมันได้ทันที
“ผู้อาวุโสเต่า”
เต่ายักษ์ซึ่งกำลังกดขาหน้าอยู่บนวัตถุสีดำค่อย ๆ หันศีรษะมา
“เป็นเจ้าจริง ๆ”
พ่อบ้านอู่กับอีกสามคนชะงักพร้อมกัน
จากน้ำเสียง เห็นได้ชัดว่าคุณหนูกับอสูรยักษ์ตัวนี้รู้จักกันมาก่อน
แต่รู้จักกันเมื่อใด ที่ใด และเหตุใดเต่ายักษ์จึงมาอยู่ภายในแหวน ไม่มีผู้ใดรู้
จูลี่เดินเข้าไปใกล้อย่างไม่หวาดกลัว
“เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่เจ้าคะ”
เต่ายักษ์กะพริบตาช้า ๆ “ข้าควรถามเจ้ามากกว่า”
“ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ”
“หลังจากพวกเจ้าจากไป ข้าได้รับบาดเจ็บจึงหลับอยู่ใต้ทะเลสาบ พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ที่นี่แล้ว”
“ท่านหลับมานานหรือไม่”
“ไม่รู้”
“ก่อนหน้านี้เป็นท่านที่พูดว่าหิวหรือเจ้าคะ”
“อืม”
จูลี่กอดไหสุราแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ท่านคิดจะกินอะไร”
เต่ายักษ์มองไหสุราในอ้อมแขนของนาง ก่อนเลื่อนสายตาไปยังรากปราณซึ่งเพิ่งถูกดึงเข้ามา
“พลัง”
จูลี่ค่อยคลายแขนที่กอดไหสุราออก
ตราบใดที่ไม่กินสุรากับอาหารของนาง ทุกอย่างยังพูดคุยกันได้
เต่ายักษ์ดูดพลังปราณซึ่งลอยออกมาจากรากปราณเข้าไปเล็กน้อย พลังสีทองไหลเข้าสู่ร่างขนาดมหึมา ก่อนอักขระโบราณบนกระดองจะสว่างขึ้นทีละตัว
ทว่าไม่นานมันก็หยุด
“สิ่งนี้มาจากที่ใด”
เต่ายักษ์ยกขาหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นวัตถุสีดำซึ่งจมอยู่ใต้พื้น
หมอกดำพลันเล็ดลอดออกมาตามช่องว่าง
“ใต้หุบเขาเฮยสือเจ้าค่ะ มีคนใช้มันเปลี่ยนพลังปราณเป็นหมอกดำ ทำให้อสูรคลุ้มคลั่ง”
“ถอยออกไป” เต่ายักษ์กล่าว
“เหตุใดเจ้าคะ”
“พลังของมันส่งผลต่อจิตใจ”
จูลี่กำลังจะถอย หมอกดำซึ่งเพิ่งหลุดออกมากลับหยุดนิ่งกลางอากาศ
จากนั้นมันก็เปลี่ยนทิศทาง พุ่งตรงเข้าหาเด็กหญิง
“จูลี่!!!” โมเจียร้องขึ้นด้วยความตกใจ
พ่อบ้านอู่พุ่งเข้ามาหมายจะช่วย แต่หมอกดำเคลื่อนที่เร็วกว่าหลายเท่า พริบตาเดียวก็เข้าปกคลุมร่างจูลี่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ทุกคนมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
เส้นพลังสีดำซึมเข้าสู่ร่างของเด็กหญิงผ่านผิวหนัง ลมหายใจ และเส้นผมอย่างรวดเร็ว
หมอกจำนวนมากเกินกว่าจะขับออกได้ทัน
เต่ายักษ์ยกขาหน้าขึ้น อักขระสีน้ำเงินบนกระดองสว่างวาบ เตรียมดึงพลังดำออกจากร่างจูลี่
ทว่ายังไม่ทันลงมือ หมอกทั้งหมดก็หายไป
ไม่ใช่ถูกผลักออกมา
แต่ถูกดูดเข้าไปในร่างของนางจนหมด
บริเวณรอบทะเลสาบกลับมาสว่างกระจ่างใส ไม่มีพลังดำหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย
จูลี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
สีหน้าไม่เปลี่ยน
ลมหายใจปกติ
กระทั่งไหสุราในอ้อมแขนยังไม่หลุดจากมือ
แต่เล่อออกมาเสียงดัง “เอิ๊ก!!!…..”