LNCrawler

ตอนที่ 13

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 13

หลังจากหันหลังให้โมเจียที่ยังยืนอ้าปากค้างราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง แววตาที่เคยปรือปรอยเพราะความเมาของจูลี่พลันสว่างวาบ ประกายความเจ้าเล่ห์ฉายชัดขึ้นมาทันที อาการเดินตุปัดตุเป๋เมื่อครู่หายวับไปกับตา

อาจารย์หม่ากำลังง่วนอยู่กับการจัดการตะขาบหนึ่งร้อยตัวที่ยอดเขาฉี่ฝาน ดังนั้นทั้งเรือนมีเพียงจูลี่ที่เป็นศิษย์คนเดียว

เด็กหญิงตัวน้อยตบถุงเก็บของระดับต่ำอีก 4 ใบที่เหลืออยู่ที่เอวปุด ๆ ก่อนใช้ขาสั้น ๆ วิ่งตรงไปยังเรือนพำนักของหม่าซือเจียว

เรือนทั้งเรือนเงียบสนิท

จูลี่อาศัยความได้เปรียบของร่างกายที่สูงไม่เกินอกผู้ใหญ่ ค่อย ๆ ย่องอ้อมไปทางด้านหลังเรือน 

ตรงนั้นมีห้องใต้ดินสำหรับเก็บสุราอยู่

สุราที่ปล้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อนหมดแล้ว ตอนนี้นางต้องการของใหม่ มาเติมเต็มความหิวกระหายของเจ้าตัวลึกลับในร่างกาย

ประตูห้องใต้ดินถูกล้อมด้วยค่ายกลป้องกันระดับสูง ทว่าสำหรับจูลี่ นางไม่จำเป็นต้องแก้กลไกอักขระให้เสียเวลา เด็กหญิงเดินไปที่ช่องระบายอากาศขนาดเท่ากำปั้นมนุษย์ ก่อนจะเอ่ยสั่งสิ่งมีชีวิตลึกลับในร่างเสียงเบา

“เจ้าอ้วน... พังค่ายกลเฉพาะจุดตรงนี้ให้หน่อย แต่อย่าให้มีเสียงนะ”

“ใครอ้วน เจ้าสิอ้วน บิดาเจ้าก็อ้วนมารดาเจ้าก็อ้วน บรรพบุรุษของเจ้าล้วนอ้วน” เสียงลึกลับดังขึ้นอย่างเดือดดาด

“พูดถึงท่านพ่อท่านแม่ข้าทำไม เพราะใครละข้าถึงบ้านแตกแบบนี้ เร็วเข้ารีบเปิดค่ายกล” จูลี่เบ้ปาก ราวกับว่าเรื่องราวเมื่อยามหนหลังไม่เกี่ยวอันใดกับตนเองแม้แต่น้อย

สิ้นคำสั่ง พลังงานไร้รูปสายหนึ่งพลันแผ่ซ่านออกจากร่างป้อม อักขระค่ายกลที่สลักอยู่รอบช่องระบายอากาศพังทลายลงเงียบ ๆ ในพริบตา จูลี่แสยะยิ้มกริ่ม พาร่างเล็ก ๆ มุดเข้าไปในห้องใต้ดิน

“เอ้ามืด”

เด็กหญิงบ่น จากนั้นก็หยิบตะบันไฟออกมาเป่าสองสามที เมื่อไฟลุกขึ้นมา ก็พอให้รอบข้างมองเห็นได้แม้จะสลัวไปหน่อยก็ตามที

จูลี่เดินลงไปจนถึงห้องใต้ดิน ก่อนจะเทสุราลงในไหห้อยเอวที่ว่างเปล่า 

ไหนสุราวิเศษของจูลี่นี้ ไม่รู้มีความจุมากแค่ไหน แต่เทสุราไหใหญ่ลงไปมากกว่าห้าไห ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเต็ม

จูลี่ถือคติที่ว่าหากมีคนให้จงรับอย่าไปเอาหนัก เมื่อยามไปลักก็อย่าไปเอาน้อย 

ตอนนี้นางทำตัวเป็นโจรอยู่ ดังนั้นสุรากว่าครึ่งห้องจึงหายลงไปอยู่ในไหสุราของจูลี่ทั้งหมด 

แม้ไหสุรายังไม่เต็ม แต่นี่พอให้จูลี่มีดื่มไปอีกหลายวัน 

หากไม่มีเหล้า ไม่มีความเมา พลังลึกลับนั้นจะตีกลับขึ้นมา ทำให้ร่างกายนางเหมือนจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ

มีเพียงวิธีเดียวที่จะช่วยให้นางบรรเทาอาการเจ็บปวดพวกนี้ได้ คือการฝึกตน ยิ่งพลังฝึกฝนสูงมาเท่าไหร่ความสามารถในการควบคุมพลังลึกลับนี้ก็จะมีได้มากเท่านั้น

นี่เป็นหนึ่งในหลายเหตุผลที่นางมาเข้าร่วมสำนัก 

เพียงแต่ตอนนี้นางเป็นเพียงศิษย์รับใช้ ที่สำคัญคืออายุแค่เจ็ดขวบ อยากเรียนวิชาฝึกตนขั้นพื้นฐานก็ไม่มีใครยอมสอน

คนปกติเริ่มต้นที่สิบขวบ ยกเว้นลูกหลานตระกูลผู้บำเพ็ญที่มีพื้นฐานจากครอบครัว มีโอกาสได้ฝึกฝนตั้งแต่ยังเด็ก ทว่าความก้าวหน้าก่อนสิบขวบนั้นมีไม่มากนัก 

มีเพียงพวกเด็กอัจฉริยะเท่านั้นที่ก้าวหน้าอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งจูลี่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเด็กพวกนั้น

ขณะที่กำลังจะมุดกลับออกทางช่องระบายอากาศ สายตาอันเฉียบคมของจูลี่พลันเหลือบไปเห็นม้วนตำราเก่า ๆ เล่มหนึ่ง ที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่และใช้เป็นของไร้ค่า รองขาโต๊ะไม้ที่ใช้วางไหเหล้าเพื่อไม่ให้มันเอนเอียง

เด็กหญิงตาโต รีบวิ่งเข้าไปดึงม้วนตำรานั้นออกมาทันทีจนขาโต๊ะทรุดลงไปเล็กน้อย นางปัดฝุ่นหนาเตอะออก เผยให้เห็นตัวอักษรสีทองจาง ๆ ที่เขียนว่า [เคล็ดวิชาโคจรปราณเบื้องต้นชิงเฟิง]

“คัมภีร์ฝึกตน?” จูลี่ขมวดคิ้ว นี่เหมือนจะเป็นสิ่งที่นางต้องการ เพียงแต่มันต้องไร้ค่าขนาดไหนถึงเอามารองขาโต๊ะ

“อย่าถามข้า ข้าเป็นอสูร เรื่องนี้ข้าไม่รู้” เสียงทรงพลังในหัวตัดบทอย่างปัดความรับผิดชอบ แฝงแววหงุดหงิดเล็ก ๆ

จูลี่เบ้ปากใส่ความมืดในใจ “พึ่งพาไม่ได้เลยจริง ๆ”

“แล้วใครพาเจ้าไปล่าแต้ม? เจ้าเด็กอกตัญญู”

“รู้แล้ว ๆ เจ้าดีที่สุดเลย” จูลี่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนี้ก็ประจบประแจงแล้ว “ช่างเถอะ อย่างน้อยก็มีวิชารองขาโต๊ะให้ฝึก ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย” 

“ปิดค่ายกลตรงนี้ให้เหมือนเดิมที อย่าให้หม่าเหล่าซือรู้ตัวเร็วเกินไปนักละ” จูลี่สั่งการในใจพลางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า

“สั่งเก่งจริงเจ้านี่ บิดาเป็นถึงอสูรบรรพกาล ไม่ใช่ข้ารับใช้ของเจ้านะ” พลังลึกลับนั้นแทบจะขุดบรรพบุรุษสามชั่วโคตรของจูลี่มาด่าแล้ว

 

เช้าวันต่อมา พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะโผล่พ้นขอบฟ้าดี เสียงคำรามลั่นอันเปี่ยมด้วยพลังปราณสายหนึ่งก็ระเบิดออกจากเรือนพำนักของหม่าซือเจียว จนหลังคากระเบื้องแทบจะปลิวหายไปตามลม นกอสูรนับร้อยตัวบินแตกตื่นกระเจิดกระเจิง

“ใคร ใคร ใครหน้าไหนกล้ามาขโมยสุราข้า สุราน้ำค้างมังกร สุราเพลิงเมฆาของข้า……” ใบหน้าชราแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและปวดใจจนแทบกระอักเลือด เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความแค้น สุราเซียนชั้นยอดที่เขาอุตส่าห์สะสมและแอบซ่อนไว้ บัดนี้อันตรธานหายไปกว่าครึ่งห้อง

ในเรือนพำนักของเขาคนอื่นเข้าไม่ได้ หากมีคนจากภายนอกเข้ามาเขาต้องรู้ แล้วเรือนทั้งเรือนอยู่กันสองคน

ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าฝีมือใคร ยิ่งเมื่อนึกถึงกลิ่นสุราที่กระจายออกมาจากตัวเจ้าเด็กน้อย

“เจ้าศิษย์เวร ใครสั่งใครสอนให้เจ้าแอบขโมยสุราข้าไปกิน”

“ตื่นเลยเจ้าเด็กนรก เอาสุราของข้าคืนมา” กลิ่นสุราที่โชยออกมา ทำให้หม่าซือเจียวเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าแมวขโมยสุราคือศิษย์ที่เขาเพิ่งรับมาอย่างแน่นอน

หม่าซือเจียวตรงไหนยังห้องของจู่ลี่ ก่อนจะก็ถีบประตูจนเสียงดัง โครม!

สิ่งแรกที่กระแทกเข้าเต็มสองตา ไม่ใช่แววตาตื่นตระหนกหรือท่าทางมีพิรุธของจูลี่ แต่เป็นก้นกลม ๆ ของเด็กเจ็ดขวบที่ยังคงโก่งขึ้นมานิ่งสนิทเป็นประติมากรรมท้าทายสายตาชาวโลก แถมยังมีเสียงกรน ฟี่... ฟี่... ดันหมอนขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไร้ความรู้สึกรู้สาต่อโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง