ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
“เจ้าขอทานนี่มาจากไหนเนี้ย”
เสียงร้องทักดังลั่น ท่ามกลางฝูงชนที่คับคั่ง หน้าซุ้มประตูศิลาอันยิ่งใหญ่ของสำนักชิงเฟิง
วันนี้เป็นวันรับสมัครศิษย์ใหม่ บรรดาเด็กน้อยใหญ่แต่งกายสะอาดตา ยืนตั้งหลังตรง ท่องคัมภีร์กันอย่างเคร่งครัด ด้วยหวังจะก้าวเข้าสู่มรรคาเซียน
ทว่า ท่ามกลางเยาวชนอายุสิบขวบที่ดูองอาจพร้อมจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กลับปรากฏร่างของเด็กหญิงตัวน้อย ยืนโอนเอนไปมาคล้ายจะล้มลงไปนอนกับพื้นได้ทุกเมื่อ
"เด็กอะไร ทำไมเหม็นเหล้าขนาดนี้" เสียงผู้ปกครองคนหนึ่งบ่นพึมพำพลางยกมือปิดจมูก สายตามองจ้องด้วยความขัดใจ
กลิ่นสุราแรงฤทธิ์แผ่ซ่าน โชยระเหยออกจากตัวเด็กหญิงวัยเพียงเจ็ดขวบ เสื้อผ้าของนางหลวมโคร่งจนดูมอซอ ในมือเล็กป้อมกอดไหดินเผาไว้แนบอก ดวงตากลมโตปรือปรอย นั่งสะอึก อึกๆ ไม่สนใจสายตาตื่นตระหนกและเสียงติติงของคนรอบข้าง
"อายุแค่นี้ริอาจร่ำสุรา อานาคตคงเป็นได้แค่ขอทานขี้เมาเท่านั้นล่ะ"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ แต่จูลี่หาได้ใส่ใจ นางยกไหสุราขึ้นจิบอึกหนึ่ง
ฝูงชนเริ่มเคลื่อนย้าย ขยับขยายไปตามลำดับ ไม่นานนัก ร่างป้อมของเด็กหญิงก็เดินเซมาถึงหน้าโต๊ะลงทะเบียน
ศิษย์พี่ผู้มีหน้าที่ดูแลเงยหน้าขึ้นมอง พลางขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้กลิ่นสุราฉุนกึก เขาโบกมือปัดป้องกลิ่นหึ่งพลางเอ่ยปากถาม
“เจ้าหนู อายุเท่าไหร่ ชื่ออะไร และมาจากตระกูลไหน”
จูลี่สะอึกหนึ่งที ก่อนจะตอบด้วยเสียงอ้อแอ้ “จูลี่ อายุเจ็ดขวบ ไม่มีตระกูลเหลือแล้วเจ้าค่ะ”
คำตอบนั้นแสนเรียบง่าย ทว่าทำเอาคนฟังใจหายวูบ ศิษย์พี่สะดุดใจกับคำว่าไม่มีตระกูล แต่อดไม่ได้ที่จะทักท้วงเรื่องอายุที่ดูน้อยเกินไป
“อายุแค่นี้น่ะหรือ สำนักชิงเฟิงปกติรับศิษย์ที่เติบใหญ่ เจ้ายังเด็กเกินไปกระมัง”
นางไม่โต้เถียง ส่งเสียงสะอึกเบา มือเล็กกุมไหดินเผา พลางวางเงินค่าสมัครลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น
“ในป้ายประกาศหน้าประตู ไม่เห็นมีข้อไหนห้ามเด็กเจ็ดขวบเลยนี่เจ้าคะ” จูลี่ถามกลับ แววตาปรือปรอยทว่านิ่งสงบ
ศิษย์พี่พลิกใบประกาศตรวจดูจนถี่ถ้วน ก็พบความจริงที่ชวนให้กระอักกระอ่วนใจ เพราะกฎสำนักไม่ได้เขียนห้ามไว้จริงๆ ปกติแล้วไม่มีตระกูลใดส่งเด็กเล็กขนาดนี้มาเผชิญความยากลำบาก
“เอาเถอะ ในเมื่อไม่มีข้อห้าม ข้าจะลงชื่อให้เจ้า” ศิษย์พี่ตวัดพู่กัน เขียนชื่อนางลงบนใบลานอย่างรวดเร็ว
“นี่คือป้ายหมายเลขของเจ้า จงเก็บรักษาให้ดี การทดสอบรอบแรกจะเริ่มในอีกไม่กี่อึดใจ” เขายื่นป้ายไม้หมายเลขเก้าสิบเก้าให้นางด้วยความรู้สึกหนักใจลึก ๆ
เสียงระฆังทองดังกังวาน บ่งบอกสัญญาณด่านแรกแห่งการทดสอบ
ลานกว้างของสำนักชิงเฟิงเนืองแน่นไปด้วยผู้สมัคร ตรงกลางมีศิลาวัดรากฐานก้อนมหึมาตั้งตระหง่าน พื้นผิวหินสลักลวดลายโบราณเพื่อรอขานรับพลังชะตา
อาจารย์คุมสอบผู้หนึ่งก้าวออกมาเบื้องหน้า พลางประกาศด้วยน้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจ
“การทดสอบด่านแรกคือการตรวจวัดรากฐานแต่กำเนิด พวกเจ้าจงเดินมาวางฝ่ามือลงบนศิลาทีละคน แสงสีที่ปรากฏจะบอกถึงพรสวรรค์ที่พวกเจ้ามี”
การตรวจสอบรากฐานคนส่วนใหญ่ย่อมรู้กันดีอยู่แล้ว จึงกล้ามาสมัครเข้าสำนักเซียน เพียงเพื่อหวังนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตระกูล
เด็กหนุ่มคนแรกยิ้ม ดูมีความมั่นใจอยู่หลายส่วน ก้าวเดินไปอย่างสง่างาม ก่อนจะวางฝ่ามือลงไป
ศิลาเริ่มเปล่งแสงสีเหลืองนวลอันมั่นคง บ่งบอกรากฐานปฐพีที่พอจะฝึกปรือวิชาได้ กรรมการจึงพยักหน้าให้ผ่านเข้ารอบต่อไป
คนส่วนใหญ่ล้วนเป็นเช่นนี้ และมีอีกหลายคนที่มีแสงสีฟ้าครามสดใส หรือก็คือพวกรากฐานเมฆา
เสียงฮือฮาพลันดังขึ้นมาอีกครา เมื่อคุณชายจากตระกูลใหญ่เยื้องกรายเข้าหา ยามแตะฝ่ามือลงบนหิน แสงสีม่วงก็พุ่งวาบสว่างไสว ระยิบระยับจับตาไปทั่วบริเวณ
อาจารย์คุมสอบยิ้มกว้าง พลางกล่าวชื่นชมด้วยความพอใจ “รากฐานดารา ยอดเยี่ยม เจ้าไปทางนู้น ถ้าผ่านการทดสอบอีกอย่างหนึ่ง เจ้าจะได้เป็นศิษย์สายในทันที”
สำนักแบ่งศิษย์ออกเป็น ศิษย์สายนอก ศิษย์สายใน ศิษย์สายตรง และศิษย์สืบทอด
ต้องอยู่ในระดับสร้างรากฐานถึงมีโอกาสได้เป็นศิษย์สายใน และหากมีผลงาน หรือความดีความชอบอาจจะถูกอาจารย์บางคนรับเป็นศิษย์สายตรงได้ ส่วนศิษย์สืบทอดนั้นต้องเป็นอัจริยะเหนือใครในสำนักเท่านั้น
“หมายเลขเก้าสิบเก้า... จูลี่!”
ร่างเล็กป้อมแสนมอมแมมของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบเดินโอนเอนก้าวออกมา ท่ามกลางกลิ่นสุราที่พาคนรอบข้างต้องเบือนหน้าหนี นางยังคงสะอึกอึก ๆ พลางหาวหวอดใหญ่ด้วยความง่วงงุน สภาพราวกับคนพร้อมจะล้มพับไปนอนได้ทุกเมื่อ
ร่างเล็กป้อมของจูลี่เดินเซเข้าไปหาหินวัดระดับ ท่ามกลางสายตาตึงเครียดของศิษย์พี่ผู้ลงทะเบียนที่ลุ้นอยู่ห่างๆ
เด็กที่มาสมัครล้วนรู้กันอยู่แล้วพวกตนมีรากฐานอะไร อย่างไรก็ต้องรากฐานปฐพีเป็นอย่างน้อย
ยามฝ่ามือน้อยแตะลง บนศิลาหยก แสงสว่างพลันแปรเปลี่ยน
แล้วผู้คนก็พากันตกตะลึง ในลานกว้างถึงกับเงียบกริบจนแม้แต่เสียงเข็มตกก็คงจะได้ยิน กว่าจะมีใครบางคนได้สติแล้วพูดออกมาได้
“สีเทา?”
“รากฐานปุถุชน?”
“ยังกล้ามาสมัครอีก?”
อาจารย์คุมสอบขมวดคิ้ว มองเด็กหญิงด้วยความเสียดายลึกๆ ก่อนจะประกาศเสียงเรียบ “หมายเลขเก้าสิบเก้า จูลี่... รากฐานปุถุชน กลับไปเสีย เจ้าไม่ผ่าน”
ทว่าเด็กหญิงกลับไม่ได้สนใจพรสวรรค์ใด ๆ ของตนเองเลยสักนิด เดินโซเซเข้าไปหาอาจารย์ผู้คุมสอบ โดยไม่มีท่าทีกลัวเกรงอะไรทั้งนั้น
ทุกคนต่างพากันสนใจว่าเด็กหญิงจะทำอะไร
ในพริบตาที่ไม่มีใครทันได้ตั้งตัว เด็กหญิงก็เข้าไปกอดขาของอาจารย์ผู้คุมสอบไว้แน่น
“ท่านอาจารย์ ศิษย์ไร้พ่อขาดแม่ เป็นเด็กกำพร้า ไล่ข้าไป ศิษย์อาจจะอดตายกลายเป็นศพอยู่ที่ไหนสักแห่ง ถือว่าเห็นใจเด็กตาดำ ๆ เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านสักคนเถิดนะเจ้าคะ”