ตอนที่ 20
ตอนที่ 20
จูลี่ไม่ได้ปล่อยมือจากกางเกงตัวเก่งของตาเฒ่าหม่า นางออกแรงดึงรั้งจนขอบกางเกงแทบจะหลุดลงมากองที่พื้น พลางเงยหน้าหน้าดื้อตาใส แสยะยิ้มกริ่มจนแก้มบุ๋ม
“เรื่องโดนกระทืบเอาไว้ก่อนเจ้าค่ะ แต่ถ้าอาจารย์ไม่ให้ยาพิษศิษย์รับรองว่าสุราที่ฝังอยู่ใต้ต้นบ๊วยกับต้นท้อของอาจารย์หายหมดแน่เจ้าค่ะ”
“เจ้า เจ้า” หม่าซือเจียวชี้หน้าจูลี่อยากจะด่าก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า
ขวดหยกสีดำสนิทขวดหนึ่งถูกกระแทกลงบนมือน้อย ๆ ของจูลี่อย่างไม่เต็มใจนัก หม่าซือเจียวแยกเขี้ยวใส่ด้วยความฉุนเฉียว
“เอ้า เอาไป แล้วอย่ามายุ่งกับสุราของข้าอีกละ”
“ผงดับชีพจรเจ็ดก้าว พิษร้ายแรงระดับสูงที่ข้าสกัดจากพิษแมงมุมโลหิตและหญ้ากลืนวิญญาณ อสูรระดับผสานแก่นต่อให้หนังหนาเป็นเหล็กกล้า หากมันกลืนผงนี้เข้าไปเพียงเศษเสี้ยวเล็บ ด่านลมปราณและอวัยวะภายในของมันจะถูกกัดกร่อนจนแหลกเหลว สิ้นใจตายในเจ็ดก้าวทันที”
สิ้นคำอธิบายจูลี่ก็รีบเอามากอดไว้แนบอก นางยังไม่มีปัญญาหลอมยาพิษเอง ก็ต้องทำตัวเป็นดาวไถแบบนี้ละ
“ขอบคุณเจ้าค่ะอาจาย์”
“ข้าไม่ได้ให้เจ้าเปล่า ๆ เจ้าต้องเก็บหญ้าคืนวิญญาณแล้วก็มาสกัดพิษแมงมุมโลหิตมาให้ข้าด้วย” แมงมุมมีพิษรอบตัว ตอนสกัดพิษหากทำไม่ดี แล้วเผลอไปสัมผัสพิษของมันเข้า ผลที่ตามมาร้ายแรงนัก
เพื่อไม่ให้เกิดเหตุผิดพลาด หม่าซือเจียวโยนตำราวิธีสกัดพิษแมงมุมโลหิตมาให้จูลี่อีกเล่มหนึ่ง
“ได้เจ้าค่ะ” จูลี่รับคำอย่างรวดเร็ว
แล้วหม่าซือเจียวก็สะบัดก้นจากไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งจูลี่ไว้กับตำราและขวดยาพิษ
นางจะไปหลอกสัตว์อสูรที่มีสมองให้ลองกินยาพิษได้อย่างไร? แค่เดินเข้าไปในเขตของสัตว์อสูรสร้างรากฐานอาจจะโดนตะปบตายตั้งแต่ตรงนั้น
สัตว์อสูรระดับต่ำอาจจะกลัวกลิ่นอายของสัตว์อสูรบรรพกาล แต่สัตว์อสูรระดับสร้างแก่นมีสมองคิดวิเคราะห์เป็นแล้ว ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรระดับผสานแก่น
เห็นชัดว่าเดินเข้าไปคาดเดาว่าแม้แต่ซากก็คงไม่เหลือ
พอคิดไปคิดมา จูลี่ก็ตรงไปที่หอภารกิจของศิษย์รับใช้ ไล่ดูสิ่งของที่พอจะเอาตัวรอดจากสัตว์อสูรได้ ปรากฎว่าไม่มีอะไรที่พอจะป้องกันการโจมตีได้เลย
นางจึงตรงไปประตูด้านหลังสำนัก ตั้งใจจะไปปรึกษาโจวหมิง ปรากฎว่าวันนี้โจวหมิงไม่ได้เข้าเวรเลยไม่อยู่
เด็กหญิงจึงเดินคอตกไปหาโมเจีย
“เป็นอะไรศิษย์น้องจู เข้ามาก่อน ๆ ” อาจจะเพราะเพิ่งได้รับถุงเก็บของจากจูลี่ ข้าวของในบ้านโมเจียจึงดูน้อยลงไปถนัดตา แถมยังเป็นระเบียบกว่าเดิมด้วย
“ข้าอยากได้แก่นปราณของสัตว์อสูรระดับผสานแก่นเจ้าค่ะ”
“ห๊า???” จะไม่ให้โมเจียตกใจได้อย่างไร ต้องรู้ว่าสัตว์อสูรระดับผสานแก่นนี้ แม้แต่ศิษย์สายในก็ยังล่าไม่ได้ ต้องเป็นพวกศิษย์สายตรง หรือศิษย์สืบทอดเท่านั้นที่พอจะรับมือพวกมันไหว “เจ้าล้อข้าเล่นแล้ว”
“ไม่ได้ล้อเล่นเจ้าค่ะ อยากได้จริง ๆ” นางอยากปลุกพลัง ตราบที่ยังไม่ปลุกพลัง นางก็ต้องปล้นเหล้าชาวบ้านไปเรื่อย ๆ เช่นนี้
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปขอกับอาจารย์ของเจ้าสิ” โมเจียว่า
จูลี่เหมือนเกิดปัญญาขึ้นมาทันควัน ทำไมก่อนนี้นางคิดไม่ได้ ดันขอยาพิษบ้างละ ขอตำราบ้างละ นางลุกขึ้นหอมแก้มโมเจียทีหนึ่ง ก่อนจะวิ่งเซซ้ายเซขวา ไม่ช้าก็กลับถึงเรือนพำนัก
“อาจารย์…………”
“อะไรอีกละ” หม่าซือเจียวกำลังเปิดตำราอย่างตั้งใจ จึงไม่ได้หันมาสนใจจูลี่เลย
เรื่องของจูลี่แปลกเกินไป เขาจึงรวบรวมตำราเกี่ยวพรสวรรค์แต่ละแบบเท่าที่สำนักเคยเจอมาอ่านดู เผื่อจะค้นเจออะไรขึ้นมาบ้าง
“ขอแก่นปราณอสูรผสานแก่นเจ้าค่ะ” จูลี่ขอเอาดื้อ ๆ ไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย
“ของแบบนั้นใครจะไปมีกัน เจ้าคิดว่าอาจารย์เจ้าเก่งนักหรือ?” เขาเป็นคนปรุงพิษ ศึกษาแค่ยาพิษกับยาถอนพิษ กับหลอมโอสถส่งสำนักเท่านั้น ใครสนไปล่าสัตว์อสูรกัน
“อาจารย์ ถ้าท่านให้ศิษย์รับรองว่าศิษย์จะไม่ขโมยสุราของอาจารย์อีกเจ้าค่ะ” จูลี่ยกสามนิ้วขึ้นมาสาบาน
“เหอะ” ชายชราแสยะยิ้ม "ข้าเก็บเข้าแหวนเก็บของหมดแล้ว ต่อไปอย่าได้หวัง
การเอาสุรามาไว้ในห้องเก็บเพราะต้องการบ่มให้มันหอมหวาน แต่ถ้าแลกกับการต้องเสี่ยงให้มันหายไป หม่าซือเจียวก็ไม่ได้โง่จที่จะวางเหยื่อไว้ให้เสือมาขโมยกินหรอก
“ถ้าอาจาย์ไม่หาให้ศิษย์ ศิษย์จะไปขโมยสุราของศิษย์สายนอก” สุราของศิษย์รับใช้พลังเซียนอ่อนด้อย ไม่อร่อยเลยสักนิด หากไม่ติดที่ก่อนหน้านี้ไม่มีทางเลือก นางไม่มีทางสนใจเด็ดขาด
“ถ้าเจ้าอยากได้ก็ต้องจ้างให้คนไปล่า แต่เอาจริง ๆ นะ เจ้าจะมีปัญญาจ่ายหรือไม่เล่า?”
“เท่าไหร่เจ้าคะ?” เต็มที่นางก็จะล่าตะขาบให้มากหน่อย
“ถ้าไม่ถึงแสนไม่น่าจะมีคนขายให้เจ้า" แสนที่ว่าคือแสนแต้มสำนัก
“รู้แล้วเจ้าค่ะ” จูลี่รับปากแล้วจากไปทันที นางเดินออกประตูหลังสำนัก
เดิมทีนางคิดว่าจะล่าตะขาบให้มากหน่อย สักพันตัวก็น่าจะได้ถึงแสนแต้มแล้ว แต่วันนี้โจวหมิงไม่อยู่ นางมีแต่ต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้น
แล้วก็ถึงคราวเคราะห์ของหมูเขี้ยวน้ำเงิน พอไปถึงจูลี่ก็สั่งให้ตัวหัวหน้ามันไปล่าตัวอื่น ๆ มาให้ ส่วนตัวเองนอนหลับสบายใจ
ครั้งนี้นางมีถุงเก็บของ ซากหมูเกือบสามสิบตัวจึงแน่นอยู่ในถุงเก็บของสี่ใบนั้น
เด็กหญิงเดินตบถุงเก็บของด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข อดไม่ได้ที่จะยกสุราขึ้นมากระดกอีกทีหนึ่ง ร่างเล็ก ๆ ก็เลยเดินเป๋ไปแล้วก็เป๋มา ไม่ช้าก็มาถึงโถงภารกิจ
“มาขายหมูเจ้าค่ะ” จูลี่พูดแล้วก็วางถุงเก็บของทั้งสี่ใบลงบนโต๊ะ ศิษย์สายนอกอ้าปากหาวหวอด ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นทำมุทราร่ายคาถาเพื่อปลดค่ายกลของถุงเก็บของ
พอปลดค่ายกลถุงเก็บของเท่านั้นละ
โครม!!!
กลายเป็นกองภูเขาหมูทันควัน
“นี่มัน... นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย” เสียงร้องโหยหวนของของศิษย์สายนอกดังไปทั่วบริเวณ
“ศิษย์พี่ระวังด้วยเจ้าค่ะ เดี๋ยวหมูทับตาย จะอายเขา” จูลี่พูดหน้าตาย ไร้ความเห็นใจต่อผู้ประสบเคราะห์กรรมอย่างสิ้นเชิง