ตอนที่ 23
ตอนที่ 23
“ผงถ่านบิดาเจ้าสิ โดนฟ้าผ่าจะตายไม่รู้ตัว” ตาเฒ่าหม่าแผดเสียงลั่นด้วยความโมโห ถ้าไม่เพราะไม้แถวนี้ไหม้ไปหมดแล้วเขาคงได้คว้าไม้หน้าสามมาไล่ตีเด็กคนนี้สักที
จูลี่มองหน้าหม่าเหล่าซือที โจวหมิงที ก่อนจะหมวดคิ้วมองเตียงนอนที่ตอนนี้ก็เหมือนจะเหลือแต่แท่น แถมผ้าปูผ้าห่มก็ไหม้หมดหมด
“ฟ้าาผ่าทำไมเตียงยังอยู่?”
โจวหมิงมุมปากกระตุก รู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดไปอีกคน เด็กคนนี้ยังมาถามเรื่องเตียงอยู่อีก
“ที่พำนักของศิษย์สายนอกจะมีปราณปฐพีอยู่ บนเตียงนี้สร้างขึ้นค่อมปราณปฐพีนั้น”
“แล้วศิษย์รับใช้ไม่มีหรือเจ้าคะ?” เด็กหญิงเอียงคอถาม
“พอแล้ว อย่าถามมาก ทำไมเจ้าดึงดูดสามฟ้ามา”
เด็กหญิงส่ายหน้าตอบได้แค่ประโยคเดียว “ไม่รู้เจ้าค่ะ” หลับขึ้นมาตื่นหนึ่งก็เป็นแบบนี้แล้ว คนไม่หลับสิถึงบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึงมาถามนาง
หม่าซือเจียวโกรธจนหนวดกระตุกไปมา “เอาละไปอาบน้ำ ส่วนเรือนพำนักของเจ้า เดี๋ยวข้าจะจัดการซ่อมให้ใหม่”
ศิษย์ก่อเรื่อง อาจารย์ก็ต้องรับผิดชอบ ตั้งแต่รับจูลี่มา หม่าซือเจียวรู้สึกเหมือนเขาชราไปมากกว่าสิบปี ชีวิตดี ๆ ก็กลายเป็นวุ่นวายเช่นนี้แล้ว
“ขอบพระคุณขอรับอาจารย์หม่า" โจวหมิงไม่ได้รู้สึกว่าเรือนพำนักพังจะเป็นปัญหาอะไร ของส่วนใหญ่ก็อยู่ในแหวน
แต่แล้วหม่าซือเจียวก็รู้สึกถึงความผิดปกติ ปราณปฐพีสายนี้เหมือนจะไม่มีพลังงานไหลออกมาเลย ปราณในอากาศก็ดูจะเบาบางจนผิดสังเกตุ
“เกิดอะไรขึ้น” หม่าซือเจียวขมวดคิ้ว ส่งพลังสำรวจเส้นปราณปฐพีแล้วก็พบว่าพลังงานของมันลดน้อยถอยลงถึงแปดส่วน
นั่นคือเส้นปราณปฐพีเลยนะ “พวกเจ้าอยู่นี่อย่าเพิ่งไปไหน เดี๋ยวข้ามา”
สิ้นคำพูดหม่าซือเจียวก็หุนหันจากไป ท่ามกลางสายตามุมดูของศิษย์สายนอกจำนวนมาก
แทบจะทุกคนมองมาที่เด็กเปื้อนถ่านเหลือแต่ตากลมโตคู่หนึ่งเท่านั้น
“ทำไมฟ้าถึงผ่า เกิดอะไรขึ้น?”
โจวหมิงทำได้แค่ยิ้มแล้วส่ายหน้า ถามเขาแล้วเขาจะไปถามใคร ขนาดคนโดนผ่ายังไม่รู้เรื่องเลย ถ้าไม่ปลุกตอนนี้ยังคงนอนน้ำลายยืดไม่ตื่นเลยกระมัง
หม่าซือเจียวเร่งรุดออกไปที่แหล่งกำเนิดปราณปฐพี ต้องรู้ว่าบ่อปราณบ่อนี้ไม่ได้ใหญ่มาก แต่มันคือหัวใจหลักที่ส่งปราณปฐพีไปให้ศิษย์สายนอกทั้งสำนัก
พลังปราณแห้งเหือดเหลือแค่ก้นบ่อ ต้องรู้ว่าปกติแล้วปริมาณปราณที่เติมเข้ามาในบ่อ กับปริมาณปราณที่ใช้ไปมีมากพอ ๆ กัน ทำให้บ่อปราณเต็มอยู่ตลอด
นี่คือพลังปราณสำหรับศิษย์สายนอกทั้งสำนัก ใครมันขโมยใช้ปราณไปมากมายขนาดนี้
แล้วเขาก็นึกถึงเด็กหน้าดำที่เหลือแต่ลูกตาคนนั้นขึ้นมา เขาเดาได้แปดถึงเก้าส่วนแล้วว่าฝีมือใคร เพียงแต่ยังไม่แน่ใจ
หม่าซือเจียวไม่กล้าบอกใคร อย่างน้อยเขาควรยืนยันให้แน่ใจก่อน พอกลับมาเด็กหญิงยังยืนบื้อใบ้อยู่ข้างโจวหมิงที่ตอนนี้เอาซากไม้ของเรือนมาก่อไฟย่างหมูเขี้ยวน้ำเงินให้เด็กน้อยกินหน้าตาเฉย
“เรื่องเกิดขนาดนี้แล้ว ยังกล้ามานั่งกินอยู่อีก กิน กิน กิน ชีวิตเจ้ามีแต่กินหรือยังไง?”
จูลี่กระพริบตาปริบ ๆ อ้าปากกัดเนื้อจนปากที่ดำสนิทตอนนี้เห็นเหลือสีเนื้อขึ้นมาแล้ว “อาจารย์กินหรือไม่เจ้าคะ”
ยังกล้ามีหน้ามาชวนอีก
หม่าซือเจียวโมโหจนหนวกกระดิก หันไปมองรอบ ๆ อารมณ์ก็ยิ่งเสีย "พวกเจ้ายังยืนมุงอะไรกัน ไม่เคยเห็นคนกินหมูย่างหรืออย่างไร?"
สุดท้ายจูลี่ถูกหม่าซือเจียวลากกลับเรือนพำนักทั้งที่มือยังถือขาหมูท่อนหนึ่งอยู่ โจวหมิงหันซ้ายหันขวา ตัวเขาก็ไม่มีที่ไป จึงเดินคว้าหมูที่เหลือเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้
พอมาถึงเรือนพำนัก หม่าซือเจียวก็จับชีพจรของจูลี่ ไม่ช้าก็เบิกตากว้าง “เจ้า เจ้าทะลวงชีพจรแล้ว?”
เด็กหญิงหน้าเปื้อนถ่านที่เห็นสีเนื้อแค่ตรงปาก กระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะส่ายหัวไปมา “ไม่รู้เจ้าค่ะ”
“ไม่รู้ ไม่รู้ ชีวิตนี้เจ้ารู้อะไรบ้าง?”
จูลี่ยังคงกัดกินต่อไป ส่ายหน้า “ไม่รู้เจ้าค่ะ”
หม่าซือเจียวโกรธจนผมชี้ฟู หันไปหาโจวหมิง “ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ของข้า เจ้าดูแลนางด้วยก็แล้วกัน”
พูดจบก็สะบัดมือ ปรากฎป้ายหยกชิ้นหนึ่ง ป้ายหยกของศิษย์สายตรง ส่งมอบให้โจวหมิง
“ขอบคุณขอรับอาจารย์” โจวหมิงโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว ใครบอกจูลี่เป็นตัวหายนะ เห็นชัดว่าเป็นตัวนำโชคต่างหาก
“อาจารย์ แล้วขอศิษย์ละเจ้าคะ?” เด็กหญิงแบมือขอบ้าง นางอยู่กับเขามาตั้งหลายวัน นอกจากบอกว่ารับเป็นศิษย์แล้วป้ายหยกอะไรก็ไม่มี
หม่าซือเจียวนิ่งคิดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่งป้ายหยกอีกอันหนึ่งให้ “งานของเจ้าต้องทำให้ดี ห้ามขาด”
“เจ้าค่ะ” จูลี่รับป้ายหยกมาเก็บไว้อย่างดี
“เจ้าพานางไปอาบน้ำเสีย แล้วก็กลับมาหาข้า” หม่าซือเจียวพูดแล้วก็ตรงไปยังห้องหนังสือ เปิดตำราค้นคว้าหาบางอย่าง
ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าคนที่แอบใช้พลังปราณปฐพีต้องเป็นจูลี่แน่ ๆ แต่ไม่เข้าใจว่านางปลุกพลังทะลวงเส้นชีพจรได้อย่างไร
และเหตุฟ้าผ่านั่นคาดเดาได้แปดถึงเก้าส่วนเช่นกันว่าเป็นเพราะจูลี่ทะลวงเปิดเส้นชีพจร
มันคือทัณฑ์สวรรค์ ไม่ใช่ฟ้าผ่าโดยบังเอิญเป็นแน่
แล้วพรสวรรค์รากฐานปุถุชนไม่มีทางเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาได้ มีเพียงรากฐานเซียนขึ้นไปเท่านั้น แต่ถ้าจูลี่มีพรสวรรค์รากฐานเซียนจริง ๆ ก็ควรแสดงแสงสีเขียวมรกตถึงจะถูก แต่นี่ชัดเจนว่าแสงสีเทา เทาที่แทบจะมองไม่เห็นแสง
หม่าซือเจียวดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปากของเขาสั่นระริก เมื่อนึกถึงพรสวรรค์ระดับตำนาน รากฐานเทพบรรพกาล
รากฐานเทพบรรพกาลจะมีแสงสีดำทมิฬ
เมื่อนึกถึงแสงสีเทาริบหรี่ที่มีเหมือนไม่มีนั่น
ดวงตาของหม่าซือเจียวเบิกกว้าง นี่เขาดันเก็บตัวประหลาดมาได้เสียอย่างนั้น