ตอนที่ 24
ตอนที่ 24
หลังจากโจวหมิงพาร่างป้อมที่มอมแมมดุจตอตะโกของจูลี่ไปขัดถูฉีดล้างน้ำโคลนจนสะอาดสะอ้านเผยผิวแก้มยุ้ยแดงระเรื่อตามเดิม ที่ไม่ปกติก็หัวที่ชี้ฟูของนางนั่นละ
มองจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง ชัดเจนว่าโดนฟ้าผ่ามา
ทั้งคู่เดินเรียงหน้ากลับมาหาหม่าซือเจียวที่ห้องหนังสือ
ชายชราเงยหน้าขึ้นจากกองตำราโบราณ แววตาที่มองตรงมายังจูลี่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ปนเปไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดระแวงดุจเพิ่งค้นพบระเบิดเวลาที่เดินสองขาได้
แม้หม่าซือเจียวจะไม่แน่ใจว่าจูลี่มีพรสวรรค์เทพบรรพกาลหรือไม่ แต่ตอนนี้นางอายุเพียงเจ็ดขวบ และทะลวงชีพจรได้แล้ว ไม่รู้อนาคตจะเป็นเช่นไร
หม่าซือเจียวปิดตำราลงเสียงดัง ก่อนจะกระแอมไอเคลียร์คอเสื้อแล้วเอ่ยปากเสียงเข้ม
“ในเมื่อพวกเจ้าสองคนกลายเป็นศิษย์สายตรงของข้าอย่างเป็นทางการแล้ว ตามกฎของสำนักชิงเฟิง ย่อมต้องย้ายไปเรือนสำหรับบนยอดเขาจิ่งฝาน”
“ยอดเขาจิ่งฝานหรือขอรับ?” โจวหมิงตาโตด้วยความปลาบปลื้มใจ ลาภลอยก้อนใหญ่หล่นทับจนหัวแทบแตก
จากศิษย์สายนอกยอดเขาฉี่ฝานผู้ต้อยต่ำ บัดนี้ได้เลื่อนขั้นข้ามหัวคนอื่นขึ้นสู่ศิษย์สายตรง
ดวงตาของชายหนุ่มมองจูลี่ราวกับสมบัติชิ้นใหญ่
“ใช่” หม่าซือเจียวเค่นเสียงพ่นลมหายใจ “บนยอดเขาจิ่งฝานมีเรือนพำนักอิสระที่สร้างขึ้นอย่างดี มีข่ายกลคุ้มกันแน่นหนา และที่สำคัญ แต่ละเรือนจะมีแท่นฝึกฝนที่ตั้งคร่อมอยู่บนเส้นปราณปฐพีสายหลักที่ใหญ่โตและบริสุทธิ์กว่าของพวกศิษย์สายนอกบนเขาฉี่ฝานหลายเท่าตัว”
“ขอบคุณขอรับอาจารย์” โจวหมิงคุกเข่าโคกหัวให้หม่าซือเจียวอีกสามที จูลี่เห็นโจวหมิงทำเลยทำตาม
หม่าซือเจียวหัวเราะเยาะทันที การรับศิษย์ที่โตหน่อยมาดูแลศิษย์ตัวเล็กที่เป็นตัวประหลาดอาจจะช่วยให้เขาเบาใจลงได้บ้าง
“ส่วนเจ้านังหนู ยังไม่ต้องไปที่ยอดเขาจิ่งฝาน เดี๋ยวตามข้ามา คืนนี้ข้ามีเรือนพักให้เจ้านอน”
“ให้ศิษย์ตามไปด้วยหรือไม่ขอรับ” โจวหมิงอยากไปที่ยอดเขาจิ่งฝานเลย แต่รู้ดีว่าตนเองเข้ามาเป็นศิษย์สายตรงของหม่าเหล่าซือวได้เพราะจูลี่ หน้าที่หลักของเขาคือดูแลนาง
“ไม่ต้องหรอก คืนนี้ข้าจะดูแลนางเอง” หม่าซือเจียวปฏิเสธทันควัน ก่อนจะคว้าพุงกะทิเด็กน้อยให้หัวห้อยต่องแต่งเดินไปยังชายป่าของหุบเขาโอสถ
เมื่อมาถึง ตรงนั้นมีกระท่อมหลังเล็กหลังหนึ่ง เหมือนจะทิ้งร้างมาเนิ่นนาน
“คืนนี้เจ้านอนที่นี่” หม่าเหล่าซือว่า
“ฝุ่นเยอะเจ้าค่ะ” จูลี่เห็นสภาพห้องแล้วก็ต้องมองหาไม้กวาด
“เรื่องมาก” ถึงปากจะบ่น แต่หม่าซือเจียวก็ยกมือขึ้นมาทำมุทรา ไม่ช้าห้องก็สะอาดแล้ว
“อาจารย์ ท่านทำอย่างไร วิชานี้ท่านต้องสอนศิษย์นะเจ้าคะ” เด็กหญิงตัวน้อยยังไม่ถูกวางลงก็ดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่ในมือผู้ชรา
“วิชาพวกนี้ ในหอตำรามีเยอะแยะ" ชายชราเอ่ยอย่างเย็นชา ก่อนจะปล่อยจูลี่ลง แล้วหันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว
จูลี่ถูกทิ้งไว้ตามลำพังก็ต้องเบื่อ เมื่อเบื่อก็ต้องกิน หมูเขี้ยวน้ำเงินของนางมีมากมาย แต่นางกลับทำอาหารไม่เป็นเลย เด็กหญิงจึงไปหาโมเจีย
“ศิษย์พี่เจ้าคะ ช่วยทำอาหารให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ” พอเจอโมเจียจูลี่ก็เข้าไปเกาะแข้งเกาะข้าออดอ้อนทันควัน
“อ่า ได้สิ” เพราะถุงเก็บของ ต่อให้โมเจียยุ่งแค่ไหนก็ตั้งใจจะตอบแทนบุญคุณของจูลี่อยู่แล้ว นางหอบเอาชุดของเด็กหญิงที่ตนเองเพิ่งเย็บยังไม่ทันเสร็จยัดใส่ถุงเก็บของ แล้วตามจูลี่มา
เดิมคิดว่าจูลี่จะมาที่พักของอาจารย์หม่า แต่ปรากฎว่ามาที่ชายป่าท้ายสำนักเสียอย่างนั้น
เมื่อเห็นกระท่อมหลังเล็กก็อดยิ้มไม่ได้
“นี่บ้านของเจ้าหรือ ใหญ่กว่าบ้านของข้าอีกนะ” เมื่อเทียบกระท่อมหลังนี้กับกระท่อมของศิษย์รับใช้แล้ว ถือว่าดีกว่ามาก
“งั้นศิษย์พี่ก็มาอยู่กับข้าสิเจ้าคะ”
“ฮ่าฮ่า ไม่ได้หรอก” นางยังมีงานต้องทำ หากไม่ทำงานก็ไม่ได้แต้ม พลังฝึกฝนนางก็จะหยุดชะงัก
ศิษย์รับใช้ไม่เหมือนศิษย์สายนอกที่จะได้ครอบครองเส้นปราณปฐพีสำหรับฝึกฝนคนละหนึ่งสาย ต่อให้ไม่ทำอะไรเลยนั่งฝึกฝนบนเส้นปราณปฐพีอย่างเดียวช้าเร็วอย่างไรก็ต้องก้าวหน้า จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถ
แต่ศิษย์รับใช้ไม่มีโอกาสเช่นนี้ ดังนั้นพวกเขาอยากก้าวหน้าก็ต้องทำงานแลกแต้มเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น
วันนั้นโมเจียนั่งย่างหมูให้จูลี่ไปสามตัว เล่นเอาหญิงสาวร่างท้วมถึงกับเหงื่อตก
“นี่เจ้าไปหาหมูพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ” ย่างไปโมเจียก็อดสงสัยไม่ได้ ตั้งแต่นางมาย่างหมูให้ครานั้น ผ่านมาไม่ถึงอาทิตย์ได้หมูมาอีกสามตัว
จูลี่กินหมูไปคนเดียวตัวหนึ่งเต็ม ๆ ส่วนอีกสองตัวนางเก็บไว้ในถุงเก็บของ เอาไว้เผื่อยามหิว
“ล่ามาเจ้าค่ะ” ว่าแล้วนางก็ส่งหมูที่ยังไม่ได้ชำแหละส่งให้โมเจียอีกสองตัว
“วันนี้มืดแล้ว ย่างไม่ทันแล้ว ต้องย่างต่อวันอื่นแล้ว” โมเจียว่า
“ไม่ได้ให้ย่างเจ้าค่ะ แต่ให้ศิษย์พี่” จูลี่ยิ้มหวาน กล่าวอย่างใจกว้าง
“ไม่ได้ ไม่ได้ นี่มันมากเกินไป เจ้าให้ถุงเก็บของข้ามาแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้อีก” หญิงร่างท้วมตื่นตะหนกแล้วจริง ๆ หมูทั้งตัวคิดจะให้ก็ให้ แถมให้ตั้งสองตัว ช่างเป็นเด็กที่ไม่เห็นคุณค่าสิ่งของจริง ๆ
“รับไปเถอะเจ้าค่ะ” พูดแล้วก็ยัดถุงเก็บของอีกสองใบให้โมเจีย “ในนี้มีหมูอีกสิบสี่ตัว ฝากศิษย์พี่ย่างให้หน่อยนะเจ้าคะ ย่างเสร็จแล้วค่อยเอามาให้ข้า”
ง่าย ๆ ก็คือหมูสองตัวนี้เป็นค่าจ้างย่างหมูอีกสิบสี่ตัวที่เหลือ
โมเจียถึงกับมองเหม่อ หมูห้าตัวว่าเยอะแล้ว ใครจะคิดว่ามีอีกสิบสี่ตัวอยู่ในถุงเก็บของ
จูลี่เห็นสีหน้าโมเจียแล้วก็นึกสนุก จึงยื่นถุงเก็บของอีกใบออกมา “ในนี้มีอีกเจ็ดตัวเจ้าค่ะ ถ้ายังไงฝากศิษย์พี่เอาไปย่างหมดเลยก็แล้วกันเจ้าค่ะ”
ถุงเก็บของระดับต่ำ ใส่หมูได้สูงสุดถุงละเจ็ดตัวเท่านั้น ตอนนี้ในมือโมเจียมีหมูยี่สิบเอ็ดตัว หากเอาไปแลกเป็นแต้มคือหนึ่งพันเจ็ดร้อยแปดสิบห้าแต้ม
“อ้อ” หญิงสาวตอบรับคำหนึ่งก่อนจะคว้าถุงทั้งสามแล้วเดินจากไปอย่างงง ๆ
โมเจียไม่รู้เลยว่าตนเองเดินจากกระท่อมของจูลี่มาได้อย่างไร สมองคิดแค่ว่าหนึ่งพันแปดร้อย หนึ่งพันแปดร้อย จนกระทั่งถึงเรือนตนเองก็ยังไม่ได้สติ
เมื่อกินอิ่มแล้ว ส่งโมเจียกลับไปแล้ว จูลี่ก็กระโดดขึ้นนอนบนเตียงอย่างมีความสุข พอหัวถึงหมอนนางก็หลับไปอย่างง่ายดาย
ในขณะที่จูลี่กำลังนอนน้ำลายยืดอยู่นั้น อีกด้านหนึ่งก็กำลังเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นบนยอดเขาฉี่ฝาน
อาจารย์เจียงกำลังโกรธจนหนวดกระดิกอีกคนแล้วตอนนี้
"ใครหน้าไหนมันบังอาจ กล้ามาขโมยปราณในบ่อของยอดเขาฉี่ฝาน อย่าให้ข้ารู้นะ ข้าจะสับมือมันให้ละเอียดเลยคอยดู
***********************************
อิไรท์มีเรื่องจะเม้า อัดอั้นมาไม่รู้จะเม้ากะใคร ขอริ๊ดทั้งหลายโปรดอภัย
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า สามีอิไรท์อ่ะ นางมีเชื้อสายจีนแท้ 100% ชะมะ
แล้วตอนหนุ่ม ๆ นางก็จัดว่าเป็นคนหล่อคนหนึ่ง คิ้วเฉียงขึ้นคมชัดตาตี๋นิดหน่อย จัดว่าเลิศ (หลงผัวละดูออก)
ทีนี้พออายุขึ้นเลข 4 กลางๆ ขนคิ้วที่อิไรท์เคยปลื้มนักปลื้อมหนามันเกิดการเปลี่ยนแปลง
จู่ ๆ มันก็มีอยู่สามสี่เส้นที่ยาวออกมา
คิ้วยาวเหมือนพวกปรมาจารย์สำนักเต๋าต่าง ๆ ในซีรีย์กำลังภายในอ่ะ ทั้งยาวทั้งแข็ง แถมดันกระดกชี้ขึ้นอีก
อิไรท์ก็จับตัดค่ะ ตัดทิ้งมาตลอด จนกระทั่งจู่ ๆ ก็ไถยูทูปเจอว่ามันคือคิ้วหนวดมังกร
คิ้วหนวดมังกรเป็นมงคล คิ้วของคนมีทรัพย์มีอำนาจอะไรไม่รู้มั้งไรท์จำไม่ได้ จำได้ว่าคือมงคล
อิไรท์ที่ถือกรรไกรตัดขนคิ้วผัวทิ้งไปไม่กี่นาทีก่อนหน้าถึงกับสตั้น
มิน่าอิไรท์ถึงได้ไส้แห้งนัก
ใครก็ได้ปลอบใจอิไรท์ที
