ตอนที่ 25
ตอนที่ 25
เสียงคำรามลั่นอันเปี่ยมด้วยแรงกดดันสายปฐพีของเจียงเหล่าซือดังสะท้อนก้องทั่วทั่วยอดเขาฉี่ฝาน ทำเอาเหล่าศิษย์สายนอกที่อยู่บริเวณนั้นพากันสะดุ้งโหยง ตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกตกน้ำ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ก็จะไม่ให้ผู้คุมกฎแห่งยอดเขาฉี่ฝานโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงได้อย่างไร ในเมื่อบ่อปราณปฐพีอันเป็นดั่งเส้นเลือดใหญ่คอยหล่อเลี้ยงการฝึกตนของศิษย์สายนอกทั้งเขา จู่ ๆ ก็พลันแห้งขอดลงไปถึงแปดส่วนในชั่วข้ามคืน
ศิษย์สายนอกคนหนึ่งรวบรวมความกล้า เอ่ยเสียงสั่นละล่ำละลัก “อาจารย์เจียง หรือจะเป็นฝีมือของคนจากยอดเขาอื่นที่จงใจมาลักลอบสูบพลังปราณของพวกเราขอรับ?”
“เหลวไหล!” เจียงเหล่าซือสะบัดแขนเสื้ออย่างฉุนเฉียว นัยน์ตาแทบพ่นไฟ “ค่ายกลรอบบ่อปราณปฐพีแน่นหนาปานนี้ ยอดเขาอื่นจะเข้ามาขโมยโดยที่ข้าไม่รู้ตัวได้อย่างไร"
เขาตรวจสอบแล้วว่าค่ายกลไม่เสียหาย
ในขณะที่ยอดเขาฉี่ฝานกำลังโกลาหลจนป่าแทบแตก อีกด้านหนึ่ง กระท่อมร้างชายป่าหุบเขาโอสถ เด็กหญิงผู้เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งป่วง กำลังนอนก้นโด่ง นอนน้ำลายยืดส่งเสียงกรนอย่างมีความสุขอยู่บนเตียง
หม่าซือเจียวยืนเอามือไพล่หลังจ้องมองกระแสน้ำวนปราณบางเบาด้วยสายตาเคร่งเครียด ที่นี่เป็นเพียงบ่อปราณขนาดเล็กจึงไม่ได้ดึงไปใช้ที่ไหน นอกจากส่งไปเลี้ยงกระท่อมหลังน้อยที่เขาให้จูลี่ได้พักอาศัยชั่วคราว
ทว่า ตั้งแต่จูลี่ล้มตัวลงหลับ จู่ ๆ พลังปราณในบ่อเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ค่อย ๆ ลดลงด้วยความเร็วไม่มากนัก แต่สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างชัดเจน
ตอนนี้เขามั่นใจเต็มสิบส่วนแล้วว่าปราณในบ่อที่ยอดเขาฉี่ฝานเป็นฝีมือของจูลี่
เช้าวันต่อมา จูลี่บิดขี้เกียจจนพุงป่อง ๆ กระเพื่อม เด็กหญิงอ้าปากหาวหวอดใหญ่แล้วพ่นลมออกมา ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งเกาพุง ขยี้ตาใสซื่อไร้เดียงสา
ก็พอดีกับที่โจวหมิงเปิดประตูเข้ามา “รีบล้างหน้าเถอะ อาจารย์บอกให้เจ้าต้องเก็บสมุนไพรพิษ”
หากไม่เพราะว่าแค่สัมผัสอาจทำให้ตาย เขาคงเก็บแทนนางไปแล้ว
“เจ้าค่ะ” จูลี่หาวอีกทีหนึ่ง ก่อนจะกระโดดลงเตียงอย่างกระชับกระเซง
“จูลี่ จูลี่ นี่เจ้า ระดับพลังเจ้า” โจวหมิงตอนนี้ถึงเพิ่งรู้สึกตัว จูลี่ได้รวบรวมปราณเรียบร้อยแล้ว
“เจ้าคะ?” เด็กหญิงเอียงคอจนใบหน้าแทบจะขนานไปกับพื้นแล้ว
“เจ้าอยู่ในระดับรวบรวมปราณขั้นต่ำตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เด็กหญิงกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะส่ายหัวไปมา “ไม่รู้เจ้าค่ะ”
เมื่อวานวิ่งวุ่นทั้งวัน แล้วก็เข้านอน นางไปทำอะไรที่ไหนละ
โจวหมิงรู้สึกเหมือนหนังหัวชาขึ้นมา คนธรรมดาทั่วไปต้องนั่งตากยุงฝึกฝน โคจรลมปราณจนรากเลือดตั้งแต่อายุสิบขวบใช้เวลาเป็นปีกว่าจะสัมผัสถึงขอบเขตรวบรวมปราณได้
ขนาดโจวหมิงเองยังต้องเหงื่อไหลไคลย้อยเฝ้าประตูจนขาแข็งเพื่อรับทรัพยากรจนก้าวสูระดับสร้างรากฐานได้
ทว่าเด็กหญิงรากฐานปุถุชนคนนี้ แค่นอนน้ำลายยืด ฝันหวานถึงหมูย่างตื่นเดียว ก้าวพรวดเดียวกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับรวบรวมปราณขั้นต้นเฉยเลย
แถมยังอายุเพิ่งเจ็ดขวบ
“ไป พวกเราไปหาอาจารย์กัน” โจวหมิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขารู้แล้วทำไมอาจารย์ถึงสั่งนักสั่งหนาให้เขาดูแลจูลี่ นางสรรหาเรื่องมาให้ปวดหัวอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้เอง
เมื่อมาถึงเรือนพำนัก จูลี่ก็ต้องสงสัย เมื่อเห็นหม่าซือเจียวนั่งค้นตำราอย่างจริงจัง แทนที่จะนั่งวิจัยพิษอย่างที่เคย
“อาจารย์ ศิษย์น้องเลื่อนระดับแล้วขอรับ” ชายหนุ่มพยายามใช้น้ำเสียงที่ดูเป็นปกติที่สุด
“อ่า แล้วก็รีบไปทำ…..” คำว่างานยังไม่ทันหลุดออกจากปาก หม่าซือเจียวก็ตัวแข็งทื่อไป ราวกับกำลังได้ยินเรื่องแปลกประหลาดเรื่องหนึ่่งขึ้นมา “เจ้าว่าอะไรนะ?”
“ศิษย์น้องจูเลื่อนระดับเป็นรวบรวมปราณขั้นต้นแล้วขอรับ” โจวหมิงทวนคำอีกทีหนึ่ง
หม่าซือเจียววางหนังสือ หันมามองจูลี่เต็มตาแล้วทีนี้ เพียงกวาดตามองรอบเดียวก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณในจุดตันเถียนจุดหนึ่ง
“เจ้าร่ำเรียนวิชาอะไร?”
ปกติแล้วก่อนรวบรวมปราณต้องเรียนรู้วิธีชักนำพลังปราณเข้าสู่ร่างกายไปกักเก็บไว้ในจุดตันเถียน แต่จูลี่ยังไม่ได้เรียน….
ถ้าจะให้ถูกก็คือนางอ่านแล้ว แต่ไม่เข้าใจเลยสักตัวมากกว่า
ขนาดอ่านตำรายังไม่เข้าใจ แล้วมีปัญญาฝึกมาจากไหน แม้จะดูดซับพลังปราณปฐพีจนแห้งไปอีกบ่อแล้วก็ตาม
หม่าซือเจียวรู้สึกเหมือนจูลี่มาพลิกตำราที่เขาศึกษามาทั้งคืนอีกครั้ง วิ่ง เล่น หลับ กิน แค่นี้ก็เลื่อนระดับได้แล้วเหรอ?
หรือเขาควรเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ให้ศิษย์สายนอกสายในมานั่ง ๆ นอน ๆ เผื่อจะเลื่อนระดับได้ไวแบบจูลี่บ้าง
หม่าซือเจียวลืมไปแล้วว่าการเลื่อนระดับของจูลี่สังเวยบ่อปราณปฐพีไปถึงสองบ่อ และกว่าบ่อปราณจะกลับมาใช้งานได้ปกติ อย่างต้อยต้องใช้เวลากว่าหนึ่งอาทิตย์อย่างแน่นอน
“เจ้าไปไหนก็ไปเถอะ”
หลังจากหม่าซือเจียวสะบัดมือไล่ศิษย์รักทั้งสองคนออกไปราวกับไล่ตัวซวย ชายชราก็รีบหันกลับไปจมกองตำราต่อทันที
ขืนเขาปล่อยให้นังหนูผีคนนี้นั่ง ๆ นอน ๆ ต่อไป มีหวังบ่อปราณปฐพีทั้งสำนักชิงเฟิงได้แห้งขอดจหมดแน่
เจอผู้มีพรสวรรค์ จะปล่อยก็ไม่ได้ จะเก็บไว้ก็ลำบากมันเป็นแบบนี้นี่เอง
ท่ามกลางความวุ่นวายมากมาย จู่ลี่ไม่ได้สำนึกเลยว่าตนเองก่อเรื่องก่อราวอะไรไว้ พอทำงานเสร็จนางก็จูงมือโจวหมิงไปตรวจดูว่าแต้มที่นางมี พอจะแลกอะไรได้บ้าง
แล้วสิ่งแรกที่นางเห็นไม่ใช่ยาเม็ดหรือค่ายกลใด ๆ แต่เป็นสุรา
“ศิษย์พี่ แต้มทั้งหมดนี่แลกสุราเซียนหมดเลยเจ้าค่ะ”