ตอนที่ 26
ตอนที่ 26
โจวหมิงได้ยินคำว่าแลกสุราเซียนหมดเลยถึงกับก้าวขาไม่ออก ดวงตาเบิกกว้างหันขวับมามองเด็กตัวแสบที่บัดนี้ยื่นป้ายคะแนนภารกิจส่งให้ศิษย์อาวุโสผู้ดูแลคลังไปแล้ว
ศิษย์ผู้ดูแลหอภารกิจรับป้ายไม้ไปตรวจสอบอย่างเชื่องช้า ทว่าทันทีที่เห็นตัวเลขก็ขมวดคิ้วทันควัน
“เจ้าเพิ่งเป็นศิษย์สายตรงใช่หรือไม่?”
“เจ้าค่ะ” เด็กหญิงรับคำตาปรือ ตอนนี้ร่างกายต้องการสุราอย่างหนัก
“ก่อนหน้านี้เจ้าเป็นศิษย์รับใช้ เหตุใดมีแต้มมากมายปานนี้” เสียงของผู้ดูแลเข้มขึ้น
“เอาหมูเขี้ยวน้ำเงินมาแลกเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้แลกไม่ได้แล้ว" เด็กหญิงกล่าวด้วยความเสียดาย
เมื่อตรวจสอบประวัติแล้ว จูลี่ล่าหมูเขี้ยวน้ำเงินจำนวนมากมาแลกแต้มจริง ๆ เขาจึงได้วางใจลง ไม่แปลกใจที่จากศิษย์รับใช้กลายเป็นศิษย์สายตรงในชั่วข้มคืน
“เจ้าแน่ใจนะว่าจะแลกแต้มทั้งหมดนะ”
“แน่ใจเจ้าค่ะ” เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก ไม่เคยรู้สึกมั่นใจอะไรเท่านี้มาก่อน
ผู้ดูแลแอบมองจูลี่ด้วยสายตาแปลก ๆ คนอื่นเอาแต้มไปแลกโอสถ แลกอาวุธ แลกของไว้ช่วยเหลือตัวเองยามคับขัน แต่เด็กคนนี้กับแลกสุรา
พอคิดไปคิดมา เด็กรวบรวมปราณขั้นต้นคนหนึ่ง จะมีแต้มขนาดนี้ได้อย่างไร ขาดว่าคงถูกอาจารย์สั่งให้มาซื้อเสียมากกว่า
เมื่อคิดได้เช่นนี้จึงผ่อนคลาย แล้วแลกสุราให้จูลี่ทั้งหมด
สุราชั้นสูงรสเลิศของยอดเขาฉี่ฝานราคาสูงถึงไหละหนึ่งร้อยแต้ม จูลี่จัดการกวาดล้างบางคลัง แลกไปเหนาะ ๆ หนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดไห เหลือเศษติดป้ายไว้สิบแต้มถ้วนพอเป็นพิธี
นางยัดลงถุงเก็บของแล้วพบว่าถุงเก็บของที่เหลือเพียงถุงเดียวของนางยัดไหเหล้าทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดไหไม่หมด เพราะด้านในมีหมูที่โมเจียย่างทิ้งไว้ให้อีกสอบตัว จึงยัดไหสุราเข้าไปได้แค่สี่สิบกว่าไหเท่านั้น
เด็กหญิงจึงมองไปทางโจวหมิง “ศิษย์พี่ บางส่วนฝากท่านไว้ได้หรือไม่?”
โจวหมิงเพิ่งแลกแหวนเก็บของระดับต่ำมาได้เมื่อไม่นานนี้ แค่สุราไม่ถึงร้อยไหใส่ได้สบาย “ได้”
พอจูลี่เห็นแหวนเก็บเท่านั้นละ เด็กหญิงก็ตาลุกวาว “ศิษย์พี่ มีแหวนแบบนี้ด้วย”
“มีสิ ข้าเพิ่งแลกได้ตอนเจ้าให้แต้มมานี่ละ”
จูลี่หันไปมองกระดานแลกแต้ม แล้วก็เห็นราคาแหวนเก็บของระดับต่ำ
ห้าพันแต้ม
นางรู้สึกเจ็บใจอยู่มาก ใครสั่งใครสอนให้นางใจเร็วด่วนได้แลกสุราไปทั้งหมด ยิ่งคิดก็ยิ่งขัดใจ ดังนั้นจึงหันไปทำหน้าจริงจังกับโจวหมิง
“ศิษย์พี่ หาแต้มกัน”
“หาแต้มที่ไหน?” ภารกิจส่วนใหญ่ก็เป็นภารกิจคุ้มกัน ที่ว่าจ้างโดยบุคคลภายนอกสำนัก
นางกวาดตามองจนทั่ว แล้วก็ไปสะดุดกับภารกิจล่าแรดเกราะทมิฬ
จูลี่ไม่รู้จักแรดเกราะทมิฬหน้าตามันเป็นเช่นไร แต่ที่นางสนใจเพราะด้านล่างเขียนไว้ว่ารับจำนวนไม่อั้น
หมายความว่าต่อให้นางล่ามากแค่ไหนก็จะไม่เกิดปัญหาถูกลดแต้มแน่นอน
“ไปกันเถอะศิษย์พี่โจว”
ว่าแล้วจูลี่ก็สะบัดตูดเดินเซซ้ายเซขวา ไม่วายยกสุราขึ้นดื่มไปอีก ถึงได้เดินตรงขึ้นอีกเล็กน้อย
โจวหมิงเดินตามแอบเกาหัวเบา ๆ คนอื่นกินเหล้าให้เมา ส่วนจูลี่ดูเหมือนจะกินเหล้าให้สร่างเสียมากกว่า
ขาดเหล้าทีไรตาปรือเหมือนจะหลับทุกที นี่เป็นสิ่งที่เขาสังเกตุในช่วงนี้
ระหว่างเดินจูลี่ก็เริ่มเสวนาในใจกับเจ้าตัวที่มาอาศัยอยู่กินโดยไม่จ่ายค่าเช่า
“พาไปหาแรดเกราะทมิฬหน่อย”
“เจ้าเด็กใจดำ เพิ่งนึกได้หรือว่ายังมีข้าอยู่”
“รู้แล้ว รู้แล้ว ต่อไปไม่ลืมแล้ว” ช่วงนี้นางยุ่ง จึงไม่ค่อยได้คุยกับอสูรตัวนั้น
“เอาเถอะ เดี๋ยวข้าพาไป” อสูรลึกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด น้อยใจอย่างเห็นได้ชัด
กับคนอื่นความน้อยเนื้อต่ำใจอาจจะเรียกความสงสารได้ แต่กับจูลี่กลับไม่ได้ผล นางมองว่าตัวนางน่าสงสารกว่าผู้อื่น
ดังนั้นใครมาแสร้งอ่อนแอ แสร้งเสียใจ จูลี่พร้อมจะทับถมทันที
พอเดินออกจากประตูหลังเข้าสู่เขตป่าท้ายสำนัก เสียงลึกลับก็เริ่มออกคำสั่ง
“เอาละ เดินไปทางซ้ายแล้วตรงไปจนกว่าจะเจอหน้าผา แล้วปีนหน้าผาลงไปก็น่าจะเจอแล้ว"
ตลอดทางเดินโจวหมิงแปลกใจมาก ไม่มีอสูรตัวไหนเข้าโจมตีพวกเขาเลย “ศิษย์น้อง เจ้าจะไปไหน ลึกเกินไปหรือเปล่า สัตว์พวกนี้ศิษย์พี่รับมือไม่ไหวนะ”
หากเป็นพวกหมูเขี้ยวน้ำเงินเขาสู้ด้วยตัวเองได้สบาย แต่ถ้าไกลกว่านี้ บอกตรง ๆ ว่าไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด
“ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ” เด้กหญิงตบอกรับประกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ
ไม่ช้าทั้งคู่ก็มาถึงถิ่นกำเนิดของอสูรแรดเกราะทมิฬ พอมีผู้บุกรุกมันก็แทบจะหันมามองเป็นตาเดียว
โจวหมิงตั้งท่าแล้ว ไม่ใช่ตั้งท่ารับมือเตรียมพร้อมต่อสู้ แต่ตั้งท่าจะคว้าพุงกะทิของจูลี่แล้วพาวิ่งหน้าตั้ง
แรดเกราะทมิฬเป็นอสูรแรกตื่นก็จริง แต่มันเป็นแรกตื่นระดับสูง แถมตัวมันได้รับคำนิยามว่าอึดถึกทน แถมท่าเอาเขาพุ่งโจมตีของมันก็แรงพอให้คนพิการได้ง่าย ๆ
ทว่าจูลี่กับไม่สนใจ แถมนี้ไม่ค่อยมีใบไม้ จูลี่เลยเอาหมูที่โมเจียย่างให้ออกมาวางคู่กับสุรา หมูยังดีหน่อยยังวางไว้บนกระดาษห่ออีกทีหนึ่ง แต่สุราไม่โชคดีปานนั้น มันถูกวางกับพื้นอย่างน่าสงสาร
“ศิษย์พี่ ยืนทำอะไรอยู่เจ้าคะ? มา ๆ นั่งกินด้วยกันเจ้าค่ะ” เด็กหญิงพูดแล้วทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะใช้มือตบ ปุ ปุ ตรงพื้นด้านล่างตนเอง
“ศิษย์น้อง นี่มันรังของแรดเกราะทมิศ” โจวหมิงตอนนี้ก็ขาสั่นแล้ว
“ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ มากินกันก่อน อย่างอื่นค่อยว่า”
ตอนนี้โจวหมิงคิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่ หน้าหม่าซือเจียวแล้ว เจ้าเด็กคนนี้ที่ดื่มกินในสำนักมันปลอดภัยเกินไปหรืออย่างไร เหตุใดจึงมาหาที่ดื่มเหล้ากางดงอสูรเช่นนี้
แล้วเขาเองก็เช่นกัน อยู่ดีไม่ว่าดี เหตุใดจึงหาเรื่องใส่ตัวตามเด็กเจ็ดขวบคนหนึ่งมานั่งชมทิวทัศน์กลางป่าเช่นนี้