ตอนที่ 2
ตอนที่ 2
อาจารย์คุมสอบถึงกับตัวแข็งทื่อ ชุดคลุมเซียนสีขาวสะอาด บัดนี้กลายเป็นผ้าเช็ดน้ำมูกของเด็กเจ็ดขวบไปเรียบร้อย กลิ่นสุราฉุนกึกลอยเตะจมูกจนชายชราหน้ามืด
"ปล่อยขาข้าก่อน" อาจารย์ผู้คุมสอบพยายามสะบัดขาอย่างยากลำบาก
"ศิษย์กินน้อยเจ้าค่ะ หมั่นโถววันละลูกก็อยู่ได้ ให้กวาดลานสำนักหรือเฝ้าบ้านก็ทำได้หมดเจ้าค่ะ" จูลี่สะอื้นจนตัวโยน แต่แววตาปรือปรอยกลับแอบมองปฏิกิริยารอบข้างอย่างเจ้าเล่ห์
ฝูงชนรอบลานเริ่มซุบซิบ สำนักฝ่ายธรรมะหากไล่เด็กกำพร้าออกไปย่อมส่งผลต่อชื่อเสียงในภายหน้าเป็นแน่
อาจารย์คุมสอบนวดขมับ เส้นเลือดเต้นตุบ ๆ "เอาเถอะ... ที่หุบเขาโอสถยังขาดคนงานขัดหม้อยา ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์รับใช้ไปก่อนก็แล้วกัน"
ในความเป็นจริงศิษย์รับใช้แทบไม่มีโอกาสพัฒนาเป็นศิษย์สายนอกได้เลย ยกเว้นระดับพลังจะสูงจริง ๆ
น้ำตาบนแก้มยุ้ยเหือดแห้งไวยิ่งกว่าผ้าตากแดด จูลี่ปล่อยมือแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นทันที
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์ผู้เมตตาดั่งโพธิสัตว์เจ้าค่ะ" จูลี่ฉีกยิ้มกว้างวาจาหวานหู
"ไปรายงานตัวที่ท้ายเขาเถอะ" อาจารย์คุมสอบ โบกมือไล่อย่างระอา รู้สึกเหมือนเพิ่งเสียท่าให้เด็กเจ็ดขวบเข้าเต็มเปา
ร่างป้อมกอดไหเหล้าแน่น เดินเซซ้ายทีขวาทีตามศิษย์พี่นำทาง มุ่งหน้าสู่หุบเขาโอสถจันทรา ทิ้งเสียงฮือฮาไว้เบื้องหลัง
ศิษย์พี่ผู้นำทางเดินทอดน่องพลางลอบมองเด็กหญิงข้างกายเป็นระยะ กลิ่นเหล้าที่โชยหึ่งทำให้เขาต้องขยับเดินทิ้งระยะห่างออกไปสามก้าว
“เจ้าชื่ออะไร ข้าชื่อเฉินอี้” ศิษย์พี่เอ่ยปากทำลายความเงียบ “จากนี้ไปเจ้าต้องอยู่ในระเบียบ ห้ามก่อเรื่องเด็ดขาด”
จูลี่กอดไหเหล้าแน่น พยักหน้ารับหงึกๆ พลางตบอกอย่างมั่นใจ “จูลี่เจ้าค่ะ รับรองได้ว่าจะอยู่ในระเบียบ ศิษย์พี่เฉินให้ไปซ้ายจูลี่ไม่มีทางไปขวาแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ดี” เฉินอี้มองท่าทีซื่อสัตย์ของจูลี่แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เดินตัดข้ามสันเขามาไม่นาน กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกก็ลอยมาเตะจมูก เบื้องหน้าคือเรือนไม้หลายหลังที่ตั้งเรียงรายตามลาดเขา เฉินอี้พานางมาหยุดอยู่หน้าลานตากยา ก่อนจะตะโกนเรียกศิษย์หญิงร่างอวบผู้หนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดรากไม้
“ศิษย์พี่หญิงโมเจีย อาจารย์คุมสอบให้พาคนงานใหม่มาส่งมอบ”
โมเจียละมือจากกระจาด ยืดตัวขึ้นมอง ร่างป้อมมอมแมมที่ยืนโอนเอนขัดกับเด็กคนอื่นทำให้นางต้องขมวดคิ้ว
“เด็กเจ็ดขวบเนี่ยนะ?” โมเจียเดินเข้ามาสะบัดหน้ามองด้วยความแปลกใจ ยิ่งเดินเข้าใกล้ยิ่งได้กลิ่นน้ำเมาคละคลุ้ง
“ฝากด้วยนะขอรับ” เฉินอี้รีบตัดบท พลางหมุนตัวสาวเท้าโกยแนบกลับทางเดิมทันทีราวกับกลัวจะโดนเปลี่ยนใจ
โมเจียถอนหายใจยาว มองดูสภาพของจูลี่ที่เสื้อผ้าหลวมโคร่งเปื้อนคราบดินฝุ่นดำเป็นปื้น ตัดกับแก้มกลมยุ้ยที่แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์สุรา
“ไปตกถังเหล้าที่ไหนมาละเนี้ย?” หญิงสาวถามอย่างไม่จริงจัง ไม่ได้คาดหวังคำตอบใด ๆ ก่อนจะเดินนำออกไปทางเรือนพักมุงจากหลังเล็กท้ายเขา
“ตามข้ามา” โมเจียกวักมือเรียก
ห้องพักของศิษย์รับใช้เรียบง่ายปนอัตคัด มีเพียงแคร่ไม้ไผ่เก่า ๆ กับถังน้ำหนึ่งใบ ทันทีที่ก้าวพ้นประตู จูลี่ก็ทำท่าจะทิ้งตัวลงนอนแหมะบนพื้นทันทีด้วยความง่วงงุน
“หยุดเลย” โมเจียคว้าคอเสื้อตัวโคร่งของเด็กหญิงเอาไว้ได้ทัน พลางชี้มือไปที่ถังน้ำหลังเรือน “ไปอาบน้ำก่อนเลย”
“เจ้าค่ะ” จูลี่รับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะถอดเสื้อผ้าแล้วยกขาตั้งใจจะพาตัวเองลงในถังน้ำ
เมื่ออาทิตย์ก่อนนางยังเป็นคุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลจู ทว่าเพียงชั่วข้ามคืนกลับกลายเป็นเด็กกำพร้าไร้พ่อขาดแม่เสียแล้ว
ทว่าความคิดของจูลี่ยังไม่ทันได้เตลิดไปไหน น้ำเย็นในถังก็ทำเอาขาข้างที่สัมผัสน้ำหดกลับอย่างรวดเร็ว
เมื่อโดนน้ำเย็นความมึนเมาก็ปลิวหายไปในชั่วพริบตา และเมื่อความเมาหายไปสิ่งที่มาแทนที่คือความหิว
โมเจียไม่ได้สนใจ กลับตักน้ำขึ้นมาแล้วราดลงบนหัวของเด็กหญิง “อดทนหน่อยนะ ฟืนมีน้อย อย่างพวกเราได้ส่วนแบ่งมาไม่มาก ต้องเก็บไว้ตอนหน้าหนาว”
ก็หมายถึงไม่มีฟืนต้มน้ำให้นั่นละ
จู่ลี่ปากสั่นฟันกระทบกันกึกกัก แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน นางไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว นับตั้งแต่วันที่หนีเอาตัวรอดออกจากจวน
พออาบน้ำเสร็จก็พบปัญหาใหม่
ชุดที่มีใส่ไม่ได้สักตัว ขนาดที่เล็กที่สุดคอเสื้อยังใหญ่พอ ๆ กับเอวของจูลี่เลย
“เอาไงดีละเนี้ย” โมเจียปวดหัว หากเป็นศิษย์สายนอกสายใน อาจจะมีหลงเด็กเก้าขวบสิบขวบบ้าง แต่ศิษย์รับใช้ที่เข้ามาใหม่อย่างน้อยต้องอายุสิบสี่สิบห้า ที่พร้อมจะทำงานได้ตลอดเวลา
โมเจียหันรีหันขวาง พยายามมองหาเชือกหรือเศษผ้ามาช่วยมัดรั้งชุดที่หลวมโคร่งให้เด็กหญิง
ในที่สุดเสื้อตัวเดียวก็กลายเป็นชุดทั้งชุดให้กับเด็กหญิง
“ใส่ไปก่อนก็แล้วกัน ไว้ศิษย์พี่จะบอกอาจารย์อีกที” หญิงสาวพูดด้วยความเอ็นดู “เอาละ นี่เจ้าเก็บไว้กินก่อน ตอนนี้ไม่มีของกินแล้ว พรุ่งนี้เจ้าต้องตื่นเร็ว ๆ นะไม่งั้นจะอดกินข้าว”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ ศิษย์พี่” จูลี่เคารพศิษย์พี่อย่างจริงใจ
เพียงแต่…พอคล้อยหลังเท่านั้น เด็กหญิงที่มีท่าทางสงบเสงี่ยมก็แปลงร่างกายเป็นแมวขโมยทันตา ก่อนจะเอ่ยปากถามสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในร่าง
“เลือกมาระหว่างหอสุรากับโรงครัว”
เสียงคำรามน่ากลัวดังก้องในหัวของจูลี่ “ถ้าเจ้าไม่อยากให้พรุ่งนี้คนทั้งสำนักอดอาหารก็จงไปหอสุราเสีย”