LNCrawler

ตอนที่ 34

จูลี่ขี้เมา — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 34

พื้นดินถล่ม 

จูลี่กับโจวหมิงร่วงลงสู่โถงถ้ำใต้ดิน ที่นี่ไม่ใช่รังงูธรรมดา แต่เป็นอาณาจักรของอสรพิษเกล็ดเหล็กระดับอสูรระดับสร้างแก่น นับสิบตัวพวกมันส่งเสียงขู่ฟ่อดังสนั่นจนโจวหมิงหน้าซีดเผือด

นี่คืออสูรระดับที่สูงกว่าเขาเกือบสองเท่าตัว

แม้มันจะรับรู้ถึงกลิ่นอายโบราณจากตัวจูลี่ แต่มันก็เห็นชัดว่าจูลี่เป็นเพียงเด็กหญิงสร้างรากฐานคนหนึ่ง 

มนุษย์สร้างรากฐานสำหรับพวกมันไม่นับเป็นอะไรเลย เหตุใดมันต้องกลัว 

อสรพิษตัวจ่าฝูงพุ่งปราดเข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียง

โจวหมิงรีบยกกระบี่ตั้งรับ แต่แรงปะทะทำให้แขนเขาแทบหัก โจวหมิงกระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำ เลือดพุ่งออกจากปาก

"ศิษย์น้อง หนีไป" โจวหมิงตะโกนสุดเสียง แต่จูลี่กลับยืนงงอยู่กับที่ โชคยังดีไม่ถึงขั้นยกสุราขึ้นมาดื่ม

อสรพิษระดับสร้างแก่นอีกสามตัวล้อมเข้ามา อ้าปากเตรียมงับร่างจูลี่ ทันใดนั้นแหวนมิติสีดำที่นิ้วจูลี่พลันส่องประกายเย็นยะเยือก 

มันรับรู้ถึงอันตรายถึงชีวิตของผู้ผูกพันธสัญญา จึงระเบิดพลังงานบางอย่างออกมา

แสงสีเลือดพุ่งทะลวงผ่านร่างอสรพิษระดับสร้างแก่นทั้งสามตัวในคราวเดียว

อสรพิษเกล็ดเหล็กที่แกร่งดั่งเหล็กกล้าถูกตัดขาดเป็นสองท่อน เลือดอสูรสีดำทะลักนองพื้น แสงจากแหวนยังไม่หยุดแค่นั้น มันแผ่ไอสังหารจนอสรพิษที่เหลือพากันเลื้อยหนีหัวซุกหัวซุนด้วยความหวาดกลัว

โจวหมิงที่เพิ่งยันตัวขึ้นมาได้เห็นงูระดับสร้างแก่นตายเรียบก็ตาค้าง เขาตะเกียดตะกายลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก หากบอกว่าไม่บาดเจ็บคือโกหก แต่โชคดีที่ไม่ร้ายแรงอะไร

"ศิษย์พี่ เราเอายังไงกับเจ้าสามตัวนี้ดีเจ้าคะ?" จูลี่มองโจวหมิงตาปริบ ๆ

“ก็ ก็ เก็บซากมันสิ” จะให้ย่างงูกินในถ้ำนี้หรืออย่างไร โจวหมิงคิด แต่ไม่ได้พูด

“อ้อ เจ้าค่ะ” เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก

“ไปแงะแกนปราณของพวกมันมาก่อน เอาแกนปราณพวกมันมาดูดซับจะได้เลื่อนระดับเร็ว ๆ” เสียงลึกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

“อ้อ” เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะหันไปหาโจวหมิง “ศิษย์พี่ ช่วยแงะแกนปราณของพวกมันทีเจ้าค่ะ”

“ได้” เขาอาจจะกลัวงูเป็น แต่เขาไม่กลัวงูตาย

จูลี่ขุดควักจนได้แกนปราณขนาดเท่ากำปั้นออกมาจากบริเวณหัวของงูยักษ์ ในขณะที่โจวหมิงก็ทำเช่นกัน เพียงแต่เขาไม่ทันได้สังเกตุว่ามือของเขามีแผลอยู่ และระหว่างนั้นเลือดของอสรพิษเกล็ดเหล็กไหลซึมเข้าสู่ฝ่ามือของเขาอย่างเงียบเชียบ

เลือดอสรพิษระดับสร้างแก่นแทรกซึมเข้าแผลโจวหมิงทันที ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วร่าง

“อ่า” โจวหมิงนิ่วหน้า เขาไม่คิดว่าจู่ ๆ ตนเองก็รู้สึกถึงการรุกรานบางอย่าง

เวลาที่อยู่กลางดงอสูรที่พร้อมจะขย่ำเขาให้ตายได้หากประมาทไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ

โจวหมิงโยนแกนปราณทิ้งลงบนพื้น “อีกตัวหนึ่งเจ้าแงะเองเถอะ” แล้วชายหนุ่มก็ทรุดลงนั่งขัดสมาธิ

กลิ่นอายรอบตัวเขาระเบิดออกเป็นวงกว้างจนถ้ำสั่นสะเทือน ปราณเซียนที่ค้างอยู่ในอากาศจากการโจมตีของแหวนจูลี่ ถูกเขาสูดเข้าไปรวดเดียวจนแทบหมด

"ศิษย์พี่? ท่านหน้าแดงเป็นหมูย่างเลยเจ้าค่ะ" จูลี่ทักขณะเดินมาเก็บแกนปราณเข้าแหวนมิติ ก่อนจะเก็บซากอสูรทั้งสามตามเข้าไป แล้วก็เอาหมูย่างออกมาจากถุงเก็บของ

โจวหมิงไม่มีแก่ใจตอบ สมองของเด็กคนนี้นอกจากเรื่องกินกับเรื่องล่าแต้มแล้วไม่รู้คิดอย่างอื่นบ้างหรือไม่ 

ขณะนี้เขาจำเป็นต้องเร่งเดินปราณกดทับพลังอสูรที่ตีรวน ขึ้นมา

“เอาแกนปราณให้เจ้าหนุ่มนั่นอันหนึ่ง ไม่งั้นเจ้าหนุ่มนั่นตายแน่” พลังปราณของโจวหมิงมีไม่มากพอจะสู้กับปราณอสูรที่แทรกซึมเข้าสู่เส้นเลือดของเขาโดยตรง

นี่เป็นการยืมร่างคืนวิญญาณแบบหนึ่งของสัตว์อสูร 

ไม่ใช่สัตว์อสูรทุกตัวจะทำเช่นนี้ได้ เพียงแต่โจวหมิงโชคดีเกินไป 

จูลึ่จึงได้เอาแกนปราณอันหนึ่งมาวางไว้บนมือของโจวหมิง ก่อนจะถอนออกไปนั่งแทะขาหมูรอ

 เมื่อได้รับพลังปราณเข้ามา ร่างกายชายหนุ่มกระตุกกึกๆ เหมือนโดนไฟช็อต พริบตาเดียวพลังที่เคยนิ่งสนิทก็ทะลุเพดานจาก สร้างรากฐานขั้นกลาง สร้างรากฐานขั้นสูง และไปหยุดที่หลอมรวมขั้นต้น

โจวหมิงลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงง พลังในมือมหาศาลจนเขากำหมัดเดียวอากาศรอบข้างก็บิดเบี้ยว เขามองมือตัวเองสลับกับจูลี่ที่นั่งแทะขาหมูอย่างสบายอารมณ์

เขามั่นใจแล้วว่าจูลี่คือตัวนำโชคดีมาสู่เขา

หลายวันมานี้แค่ตามหลังจูลี่ก็ได้สิ่งดี ๆ มากมาย ขนาดทะลวงด่านยังง่ายปานพลิกฝ่ามือ

ทว่าความยินดีนั้นยังไม่ทันจางหาย ท้องฟ้าเหนือหุบเขาที่เคยสว่างกลับมืดมิดลงฉับพลัน แน่นอนว่าโจวหมิงกับจูลี่อยู่ใต้ดินไม่มีวันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น 

ทั้งคู่ยังสบายอารมณ์อยู่กับการเก็บพืชที่ขึ้นอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น

ไม่ใช่ว่าทั้งคู่รู้จักสมุนไพร แต่เพราะไม่รู้จักจึงเก็บหมด มีเท่าไหร่ก็เก็บหมด เก็บหญ้ายังดีกว่าให้ของดีหลุดไป

กลิ่นอายกดดันมหาศาลก็กดลงมาจากเพดานถ้ำที่พังทะลุออกไปสู่เบื้องบน ทัณฑ์สวรรค์สีครามก่อตัวเป็นเกลียว

เปรี้ยง!

สายฟ้าเส้นเท่าลำต้นอสรพิษฟาดเปรี้ยงลงมาใส่พื้นดินเหนือถ้ำ ทำให้ผนังที่แต่เดิมก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้วพังครืนลงมา

โจวหมิงที่เพิ่งเลื่อนระดับเสร็จสด ๆ ร้อน ๆ ยังยืนงงกับพลังใหม่ในร่างถึงกับตาเหลือก ร้องเสียงหลง 

เขาลืมเรื่องทัณฑ์สวรรค์ไปเสียสนิท

 "ทำไมต้องตอนนี้ด้วยเล่า" เขารีบยกกระบี่ขึ้นกัน แต่สายฟ้าไม่สนใจมันฟาดเข้ากลางกระหม่อมเขาจนร่างสั่นเหมือนเจ้าเข้า

จนกระทั่งสายฟ้าสายที่สามฟาดลงมา โจวหมิงก็กลายเป็นมนุษย์ถ่านโดยสมบูรณ์