ตอนที่ 35
ตอนที่ 35
โจวหมิงยืนสั่นระริก ควันพุ่งออกจากหู คิ้วและผมที่เคยเรียบแปล้บัดนี้กลายเป็นทรงหัวฟูฟ่องสีดำสนิทราวกับเพิ่งไปเล่นพิเรนทร์กับเตาหลอมยามา เขาอ้าปากพะงาบ ๆ มีก้อนควันสีดำลอยออกมาเป็นจังหวะ
แต่ตบะระดับหลอมรวมนั้นไม่ผิดแน่
"ศิษย์พี่ ท่านดูเหมือน ไก่ย่างที่ลืมเอาออกจากเตาเลยเจ้าค่ะ" จูลี่เงยหน้าขึ้น จากการขุดรากถอนโคนต้นไม้แถวนี้ให้หมด
จูลี่หยิบน้ำเหล้าในไหสุราสาดใส่หน้าโจวหมิงเพื่อหวังดับความร้อน กลิ่นควันและเสียงฉ่า ดังขึ้นจนโจวหมิงสะดุ้งสุดตัว
“เจ้าไม่รู้หรือว่าสุราโดนไฟแล้วมันจะไหม้ยิ่งกว่าเดิมนะ”โจวหมิงทำหน้าปลงตก ง่าย ๆ คือเขาโดนด่าว่าเหมือนไก่ย่างไหม้เกรี้ยม
“เห็น ๆ อยู่ว่าท่านโดนฟ้าผ่า” เด็กหญิงเก็บสุราอย่างหวงแหน จากแรก ๆ ที่เชื่อฟังศิษย์พี่ ตอนนี้ก็เริ่มเถียงแล้ว แถมยังเถียงแบบข้าง ๆ คู ๆ ด้วย
"เอาเถอะ ๆ กลับสำนักก่อนเถอะ" ชายหนุ่มเสียงแหบพร่า สภาพของเขาน่าเวทนาจนแม้แต่อสรพิษตัวที่เหลืออยู่รอบ ๆ ยังพากันถอยกรูด
ไม่ได้ถอยเพราะสงสาร แต่ถอยเพราะกลัว ตั้งแต่เจ้าเด็กคนนี้ปรากฎตัว พวกมันที่เคยเป็นอสูรนักล่ากำลังจะกลายเป็นเหยื่อยโดยสมบูรณ์แล้ว
ทว่าความซวยของเหล่าอสรพิษยังไม่จบสิ้น เมื่อกลุ่มคนชุดดำสี่คนที่รอดจากการถล่มของถ้ำพุ่งทะลุเศษหินลงมาพอดี พวกมันชะงักกึกเมื่อเห็นสภาพภายในถ้ำที่บัดนี้กลายเป็นสุสานอสูรไปเสียแล้ว
แถมยังเห็นชายหนุ่มผมฟูสภาพไหม้เกรียมยืนตัวสั่นงันงกอยู่ท่ามกลางซากงูที่เพิ่งโดนฟ้าผ่า
ชายชุดดำมาแถวนี้พราะได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น แม้จะคาดเดาได้ว่าใครบางคนกำลังทะลวงด่านอยู่ แต่เพื่อไม่ให้พลาดจึงต้องมาตรวจสอบสักหน่อย
พวกเขาเชื่อมโยงชายหนุ่มตรงหน้ากับเด็กหนุ่มศิษย์คนหนึ่งของสำนักชิงเฟิงไม่ได้เลย
“เจ้าเป็นใคร เหตุใดมาอยู่ที่นี่” ไม่ใช่ว่าเขาดูถูก แต่ชายคนหนึ่งที่เพิ่งอยู่ในระดับสร้างรากฐาน จะมาทะลวงด่านในรังอสูรเช่นนี้ได้อย่างไร
แถมยังเป็นรังอสูรระดับสร้างแก่นที่ตัวเขาสู้ไม่ได้เลย
แสดงว่าต้องมีใครสักคนช่วยเหลืออยู่ พอมองไปรอบ ๆ เห็นเพียงเด็กหญิงคนหนึ่งยืนกินขาหมูอยู่กลางดงงู
ชายชุดดำจ้องมองจูลี่ด้วยสายตาเหยียดหยาม “ก็แค่เด็กคนไร้พลังคนหนึ่ง”
ชุดที่จูลี่ใส่เป็นชุดที่โมเจียเย็บให้ ดังนั้นจึงใช้ผ้าหยาบเหมือนศิษย์รับใช้ทั่วไป ส่วนชุดสำหรับศิษย์สายตรงยังต้องรอทางสำนักจัดส่งมาให้
ดังนั้นโจวหมิงกับจูลี่ไม่มีสภาพที่ดีทั้งคู่
โจวหมิงหันไปมองจูลี่ทันที แรกเริ่มเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงบอกว่าจูลี่ไร้พลัง ชัดเจนว่านางสร้างรากฐานแล้ว แต่พอดูอีกที ปรากฎว่าเขามองเห็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง
คนเราระดับพลังมันลดกันได้ด้วยเหรอ?
หรือถูกอสูรพวกนี้ดูดกลืนจนกลายเป็นเด็กธรรมดาไปแล้ว
ส่วนจูลี่เองก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ยังคงกินขาหมูคำ สุราคำ
“พวกเจ้าเห็นชายวัยกลางคนบาดเจ็บผ่านมาทางนี้หรือไม่?” ชายชุดดำถามด้วยน้ำเสียงดุดัน
โจวหมิงส่ายหัวไปมา แต่ไม่ได้พูดอะไร
ชายชุดดำคนหนึ่งแค่นเสียงเยาะ กวาดสายตามองโจวหมิงและจูลี่ด้วยแววตาเหยียดหยาม "คิดว่าส่ายหัวแล้วจะรอดหรือ? ข้ารู้ว่าเจ้ารู้" จริง ๆ เขาไม่รู้อะไรทั้งนั้น ทั้งหมดล้วนเป็นการขู่
“ถ้ารู้มากนักทำไมไม่ไปหาเองละ” จูลี่กำลังเมาได้ที่พอดี ก็พูดโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น
“หาที่ตาย” เดิมทีชายชุดดำไม่ได้คิดจะฆ่าพวกเขา อย่างไรก็อยู่ในเขตของสำนักชิงเฟิง หากทิ้งร่องรอยไว้คงไม่ดี เพียงแต่พวกเขาหาใช่คนที่ทนต่อการดูถูกได้
เพียงพริบตาเดียว ร่างของชายชุดดำก็หายวับไปจากสายตา ตรงไปหมายจะฆ่าจูลี่ในดาบเดียว โจวหมิงที่เพิ่งเลื่อนระดับเป็นหลอมรวมขั้นต้นยังไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็พุ่งไปออกไปปกป้องจูลี่โดยสัญาชาตญาณ จากนั้นก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาราวกับขุนเขา
ตูม!!!!
โจวหมิงถูกซัดกระเด็นไปอัดติดผนังถ้ำ กระอักเลือดออกมาคำโต นี่คือความต่างของระดับพลัง แม้โจวหมิงจะเลื่อนระดับแล้ว แต่ชายชุดดำผู้นี้อยู่ในระดับก่อกำเนิดซึ่งสูงกว่าเขาถึงหนึ่งขั้นเต็ม ๆ
จูลี่สีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันควัน ยื่นนิ้วชี้ออกมา อำนาจของแหวนเคยจัดการสัตว์อสูรระดับสร้างแก่นตายได้ในทีเดียว อย่างน้อยน่าจะจัดการพวกคนชุดดำได้สักคนสองคน
แต่จูลี่ลืมไปอย่างหนึ่ง ขนาดเจ้าของแหวนยังหนีคนชุดดำหัวซุกหัวซุน
แหวนที่สั่งตายอสูรเมื่อครู่ดูเหมือนจะทรยศนางเสียแล้ว หลังชี้นิ้วออกไปทุกอย่างก็เงียบกริบ
ชายชุดดำเดินย่างสามขุมเข้ามาหาเด็กหญิงตัวน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน
“ถ้าเกิดใหม่ชาติหน้าอย่าปากดีแต่เด็กจำไว้” ชายคนนั้นเงื่อมกระบี่ขึ้นตั้งใจจะฟันเด็กหญิงให้ตายในดาบเดียว
โฮก!
เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังออกมาจากลำคอของโจวหมิง ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ผิวหนังปรากฏเกล็ดสีดำจาง ๆ ขึ้นตามแขนและใบหน้า เขาไม่ได้ใช้พลังปราณธรรมดา แต่เขากำลังใช้ปราณอสูรที่ตกค้างอยู่ในร่างเข้าแลก
โจวหมิงพุ่งตัวเข้ากระแทกชายชุดดำจนกระเด็นออกไปในวินาทีสุดท้าย แต่แรงปะทะกลับทำให้เขาทรุดลงไปคุกเข่า เลือดพุ่งออกจากปากมากกว่าเดิม
"หนีไป... จูลี่... วิ่ง" โจวหมิงตะโกนสุดเสียง เสียงนั้นไม่ได้มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่มากนัก ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพันแบบเดียวกับอสรพิษนิลกาล
"นี่มันเรื่องบ้าอะไร?" ชายชุดดำมองโจวหมิงด้วยสีหน้าตกตะลึง ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่รู้สึกเหลือเชื่อมากกว่า
แต่ความสงสัยกลายเป็นความตื่นตระหนกเมื่อโจวหมิงที่สภาพปางตายค่อย ๆ ยันตัวขึ้นมาใหม่ คราวนี้เขากลายเป็นเหมือนสัตว์ร้ายในร่างคนแม้พลังจะถดถอยจากการฝืนใช้ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมากลับทำให้ชายชุดดำต้องขยับกระบี่ถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว
จูลี่เห็นศิษย์พี่ในสภาพกึ่งคนกึ่งอสูรก็หน้าเสีย นางรีบคว้าไหสุราที่เหลือออกมา แล้วปาทั้งไหเข้าไปที่หัวชายชุดดำ
เพล้ง!
สุราสาดกระจายเต็มใบหน้าคนชุดดำ แน่นอนว่าบางส่วนก็เผลอเข้าปากไปด้วย แล้วความเจ็บปวดทุรนทุรายก็เกิดขึ้น "โอ๊ย ไอ้เด็กนรก เจ้าทำบ้าอะไรเนี้ย ข้าจะเฉือนเจ้าเป็นชิ้น ๆ ให้ได้เลยคอยดู"
จูลี่ไม่รอช้า นางคว้าเศษซากแกนปราณที่เหลือในถุง ซึ่งเป็นแกนปราณระดับสร้างแก่นที่ยังไม่ได้ดูดซับ แล้วยัดใส่มือโจวหมิง "ศิษย์พี่ กิน กินมันเข้าไปแล้วซัดหน้าพวกมันให้กระจุยเลยเจ้าค่ะ ถ้าตายข้าจะเผาขาหมูไปไหว้ท่านเอง"
โจวหมิงมองแกนปราณในมือสลับกับใบหน้าดุร้ายของพวกชุดดำ ก่อนจะตัดสินใจกัดฟันกรอด "ถ้าข้าไม่ตาย ข้าจะหักคอเจ้าก่อนคนแรกเลยเจ้าเด็กตัวแสบ"