ตอนที่ 36
ตอนที่ 36
โจวหมิงยัดแกนปราณเข้าปากเคี้ยวเสียงดัง รสชาติขมปร่าของเลือดอสูรและพลังงานดิบเถื่อนพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง
พลังมหาศาลจากแกนปราณระดับสร้างแก่นกลับกลายเป็นพายุที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในเส้นชีพจรที่ยังไม่เสถียรดี มันไม่ได้เพิ่มระดับตบะให้เขา แต่กลับอัดแน่นพลังให้เข้มข้น
นี่ล้วนเกิดจากที่โจวหมิงได้ดูดซึมเอาเลือดของอสรพิษเกล็ดเหล็กเข้าไป
ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เกล็ดอสูรสีดำงอกออกมาเพียงช่วงแขนและแผงคออย่างขรุขระ พลังที่ล้นเกินทำให้อากาศรอบตัวเขาสั่นสะเทือน โจวหมิงรู้สึกเหมือนร่างจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ แต่เขาก็ใช้ความเจ็บปวดนั้นเป็นเชื้อเพลิง พุ่งเข้าหาชายชุดดำด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า
เปรี้ยง
ดาบของชายชุดดำปะทะเข้ากับเกล็ดอสูรที่แขนของโจวหมิงจนเกิดประกายไฟ ราวกับว่านี่คืออาวุธเหล็กกล้าชิ้นหนึ่ง
โจวหมิงไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้โจมตีระรอกสอง เขาอาศัยแรงอัดของปราณที่ล้นตัว ซัดฝ่ามืออัดเข้าที่กลางหน้าอกของมันจนร่างกระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำจนจุก
แต่ก็นั่นแหละ อย่างไรอีกฝ่ายก็อยู่ในระดับก่อกำเนิด ความต่างมีมากเกินไป
โจวหมิงหอบหายใจรุนแรง เกล็ดสีดำบนแขนเริ่มแตกร้าว เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาตามร่องเกล็ด
แรงปะทะเมื่อครู่ทำเอาแขนเขาชาจนแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว พลังที่ได้จากแกนปราณไม่ได้ทำให้เขาเก่งขึ้นถึงขั้นข้ามระดับไปฆ่าคนชุดดำได้ แต่ทำให้เขากลายเป็นโล่เนื้อที่ทนทานขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
“แค่ระดับหลอมรวม อย่ามาอวดดี” ชายชุดดำระดับก่อกำเนิดที่เหลืออีกสองคนประสานพลัง กดดันจนโจวหมิงต้องทรุดเข่าลง พลังในร่างที่มากเกินไปเริ่มไหลย้อนกลับทำร้ายตัวเอง
แค่คนเดียวโจวหมิงก็รับมือไม่ได้แล้ว นี่โจมตีเพิ่มอีกสองคน
ในขณะที่โจวหมิงกำลังรู้สึกถึงความสิ้นหวังอย่างรุนแรงนั้นเอง เด็กหญิงที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ ตั้งแต่ต้นมาก็ไม่ได้ขยับไปไหนก็ออกคำสั่งเรียบง่าย
“ฆ่ามัน”
ฟ่อออออออ!
เสียงขู่ก้องกังวานดั่งฟ้าผ่ามาจากมุมมืดของถ้ำ อสรพิษนิลกาลนับร้อยตัวที่เคยหวาดกลัวพลันเลื้อยออกมาจากรอยแยกหิน ดวงตาสีเหลืองอำพันนับพันคู่จ้องเขม็งมาที่กลุ่มคนชุดดำไม่ใช่แค่สามสี่ตัว แต่มันคือฝูงที่มืดฟ้ามัวดิน สัญชาตญาณสัตว์ป่าบอกพวกมันว่ามนุษย์พวกนี้คือผู้บุกรุกที่ต้องกำจัด
สถานการณ์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที
เพียงแต่กลิ่นอายกดดันในถ้ำไม่ได้มีแค่ฝูงอสรพิษนิลกาลธรรมดา แต่ที่มุมมืดของถ้ำลึก อสรพิษเกล็ดเหล็กขนาดมหึมาสามตัวค่อย ๆ เลื้อยออกมาจากผนังหิน ทุกครั้งที่พวกมันขยับ เสียงครูดของเกล็ดกับหินก็ดังสนั่นราวกับเสียงดาบกระทบกัน
พวกมันหนีไปตอนจูลี่ใช่้แหวนออกมาโจมตี และตอนนี้กลับมาเพราะถูกเรียกจากเสียงลึกลับที่มาพร้อมกับกลิ่นอายบรรพกาลจากตัวของเด็กหญิง
ชายชุดดำที่กำลังจะหนีถึงกับหยุดกึก
พวกเขาไม่ได้กลัวอสรพิษเกล็ดเหล็ก หากสู้กันจริง ๆ สองสามตัวน่ะพอสู้ได้ แต่ถ้าต้องรับมือกับฝูงงูนิลกาลนับร้อยที่รุมล้อม แถมยังมีตัวระดับสร้างแก่นอีกสามตัวปิดทางหนี ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดก็รอดได้ยาก
สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่พลังอันแข็งแกร่งอะไร แต่เป็นพิษของอสรพิษนิลกาล ที่ทำคนถึงตายได้ง่าย ๆ
อสรพิษเกล็ดเหล็กตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ชายชุดดำอย่างรวดเร็ว หางของมันฟาดเพียงครั้งเดียว กระบี่เหล็กในมือชายชุดดำก็หักสะบั้นลงทันที มันกระเด็นถอยหลังไปอัดเข้ากับผนังถ้ำ
“อย่าปะทะ หนี หนีไปทางรอยแตกของเพดาน” หัวหน้าชุดดำตะโกนสั่ง แต่ก็ช้าเกินไป อสรพิษเกล็ดเหล็กอีกสองตัวพ่นหมอกพิษสีเขียวเข้มออกมาปิดทางออกจนมิด
โจวหมิงที่นั่งพิงผนังถ้ำมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง แต่ในแววตากลับฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด “มันแค้นที่เพดานถ้ำของมันพัง เลยคิดว่าคนชุดดำเป็นคนทำหรือเปล่า?”
จู่ ๆ อสรพิษมากมายก็หมายหัวคนชุดดำ แทนที่จะเล่นงานเขาทั้งที่ทำถ้ำพัง แล้วยังฆ่าพวกมันไปตั้งหลายตัว
“ไม่รู้เจ้าค่ะ” เด็กหญิงส่ายหัวไปมา ก่อนจะส่งไหสุราให้โจวหมิง
“เจ้าอยากให้ข้าตายหรือ คนบาดเจ็บที่ไหนดื่มสุรา ได้ตายกันพอดี” โจวหมิงว่า
บรรยากาศของทั้งคู่เหมือนกำลังดูงิ้วเรื่องหนึ่ง หากตรงนี้มีถั่วแล้วหยิบเข้าปากได้ ทั้งคู่คงทำไปแล้ว
จูลี่ทำหน้ายู่เหมือนหมูหิว “ศิษย์พี่ไม่รู้อะไร เวลาเจ็บมาก ๆ ดื่มสุราหายจริง ๆ นะเจ้าคะ”
คำพูดนี้ของจูลี่ทำให้โจวหมิงชะงักไป ก่อนจะขมวดคิ้วอยากจะถามด้วยความสงสัย ทว่าก็เหมือนการต่อสู้จะจบลงแล้ว
ชายชุดดำถูกพิษตกตายทั้งหมด ในขณะเดียวกันอรพิษเกล็ดเหล็กก็ตายไปหลายตัว ส่วนที่เหลือมองเด็กหญิงด้วยท่าทางหวาดระแวง นางเดินไปทางไหนงูก็แหวกออก
เด็กหญิงเก็บซากงูกทั้งหมดเสร็จก็กลับมาหาโจวหมิง “กลับกันเถิดเจ้าค่ะ”
“แล้วศพของพวกมันละ?” หากทิ้งศพไว้ตรงนี้ สักวันต้องมีคนมาเจอแน่ ๆ
จูลี่เก็บซากงูที่ตายเสร็จก็ไปที่ร่างของโจร ที่ตัวพวกเขามีแหวนเก็บของระดับสูงอยู่ ด้านในเต็มไปด้วยหินวิญญาณ ตำรา และโอสถหลายอย่าง
ไม่มีโอสถเม็ดไหนที่จูลี่รู้จักเลย
ไม่ใช่ว่านางโง่ นางแค่ยังไม่ได้เรียน ส่วนเจ้าตัวลึกลับในร่างก็เป็นอสุร ไม่รู้จักโอสถของมนุษย์เลย
หลังปล้นจากศพเสร็จจูลี่ก็ออกคำสั่งอีกครั้ง
“ทำลายศพของพวกมันทิ้งให้หมด อย่าให้เหลือนะ” ต่อให้ในภายหน้ามีคนมาตรวจสอบพบ ก็จะเห็นว่าเป็นฝีมือของสัตว์อสูร
ตั้งแต่ต้นจนจบ จูลี่ไม่ได้ปะทะเลย ส่วนโจวหมิงตอนนี้แทบไม่เหลือกลิ่นอายดั่งเดิมอยู่เลย
“กลับกันเถอะเจ้าค่ะ” ปล้นก็ปล้นแล้ว อสูรนิลกาลก็ได้ครบแล้ว แถมยังมีแกนปราณของสัตว์อสูรที่ยังไม่ได้แงะอีกตั้งสองสามตัว
นางจำเป็นต้องกลับไปทำความเข้าใจกับแหวนวงใหม่บนนิ้วของตนเองด้วย
โจวหมิงใบหน้ามืดมนลงในทันที
"ศิษย์น้อง เจ้าดูสภาพของข้า กลับสำนักตอนนี้มีหวังได้โดนจับไปอยู่ฝ่ายดูแลสัตว์อสูรแน่ ๆ" ไม่ได้ไปอยู่เพราะต้องทำหน้าที่ แต่ไปอยู่เพราะกลายเป็นสัตว์อสูรเสียงเอง
“เจ้าอ้วน ทำยังไงให้ศิษย์พี่กลับเป็นเหมือนเดิม”
“อ้วนบ้านเจ้าสิ บ้านเจ้านั่นละอ้วน บ้านของเจ้าอ้วนกันทั้งบ้านนั่นละ” เสียงลึกลับตอบกลับมาด้วยความโกรธเกรี้ยว